โพสต์ใหม่ต้อง เข้าสู่ระบบ ก่อน

Post image Post image

Gucci The Alchemist’s Garden คอลเล็กชั่นน้ำหอมสุดซิกเนเจอร์ เปิดตัว 2 กลิ่นหอมใหม่ Ylang Ambrato และ Lignum Idealis

12/03/2026THE ALCHEMIST’S GARDEN: บทพรรณนาบอกเล่าศิลปะแห่งการแปรสสารผ่านกลิ่นหอมYlang Ambrato และ Lignum Idealis 2 ผลงานความหอมใหม่ สะท้อนจิตวิญญาณ แห...
---
Post image

GUCCI The Alchemist’s Garden

Update : 22/10/2025The Alchemist’s Garden คือคอลเล็กชั่นน้ำหอมลักชัวรีที่รังสรรค์ขึ้นจากการผสมผสานศิลปะแห่งการเล่นแร่แปรธาตุเข้ากับศาสตร์น้ำหอมสมัยใหม...
---
0 chars 100+ 201+
รูปภาพ
วิดีโอ
Post image
Post image

12/03/2026

THE ALCHEMIST’S GARDEN: บทพรรณนาบอกเล่าศิลปะแห่งการแปรสสารผ่านกลิ่นหอม

Ylang Ambrato และ Lignum Idealis 2 ผลงานความหอมใหม่ สะท้อนจิตวิญญาณ แห่งการเล่นแร่แปรธาตุจากคอลเล็กชั่นน้ำหอมสุดซิกเนเจอร์ของ Gucci


Gucci The Alchemist’s Garden เป็นดั่งสะพานเชื่อมระหว่างการเล่นแร่แปรธาตุกับน้ำหอมแห่งยุคสมัยใหม่ ที่ทำให้เกิดการสร้างสรรค์กลิ่นน้ำหอมอันหรูหราด้วยนวัตกรรมใหม่ ซึ่งการเล่นแร่แปรธาตุนั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสสารอันเป็นมรดก ล้ำค่าที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ที่ได้รับการพัฒนาและกำหนดนิยามขึ้นใหม่ในเมืองฟลอเรนซ์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ Gucci โดยได้ แรงบันดาลใจจากการแปรธาตุทางเคมีทั้ง 4 ได้แก่ Substratum (ดิน), Vaporum (ลม), Liquidum (น้ำ), Ignis (ไฟ) สุคนธกรผู้อยู่เบื้องหลังการรังสรรค์กลิ่นหอมในคอลเล็กชั่น The Alchemist’s Garden ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของส่วนผสมหายากออกมาเป็นมิติความหอมครั้งใหม่ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด


Ylang Ambrato และ Lignum Idealis Eau de Parfum คือ 2 ผลงานความหอมใหม่ที่ถูกปรุงขึ้นจากศิลปะแห่งการเล่นแร่แปลธาตุ อันเป็นศูนย์กลางของการออกแบบโครงสร้างน้ำหอมแห่ง Gucci ซึ่งกลิ่นหอมเหล่านี้ถูกรังสรรค์ขึ้นจากศาสตร์การปรุงน้ำหอมที่ลึกลับ โดยส่วนผสมหายากต่างๆ ซึ่งได้ถูกนำมาแปรสภาพผ่านกระบวนการปรุงน้ำหอมชั้นสูงผสานกับศิลปะอันเก่าแก่ที่ถูกสืบทอดมาอย่างยาวนาน เพื่อต่อยอดแรงบันดาลใจจากการเล่นแร่แปลธาตุของดิน Ylang Ambrato เผยกลิ่นหอมอันเปล่งประกายของ Ylang-Ylang หรือดอกกระดังงา เข้ากับกลิ่นอำพันหอมกรุ่นของ Tonka Bean การโคจรมาพบกันครั้งนี้เกิดจากกระบวนการการกลั่นรวมของ 2 ส่วนผสม ซึ่งเป็นศาสตร์การแปรสภาพเพื่อให้หลอมรวมความหอมที่มีขั้วแตกต่างเข้าด้วยกัน และเพื่อยกย่องศิลปะแห่งการเล่นแร่แปลธาตุของไฟ Lignum Idealis ถ่ายทอดจิตวิญญาณของผืนป่า ด้วยเทคนิคการรังสรรค์กลิ่นพิเศษที่เรียกว่า Headspace โดยนักปรุงน้ำหอมสกัดโมเลกุลกลิ่นไม้ของต้นเซควอเอียยักษ์ (Giant Sequoia) ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะเพื่อสร้างเอสเซนส์ของแนวกลิ่นวู้ดดี้ขึ้นมาใหม่โดยที่ไม่ทำลายธรรมชาติ


เปิดประสบการณ์ความหอมกับ The Alchemist’s Garden

ทุกๆ กลิ่นหอมในคอลเล็กชั่นน้ำหอม The Alchemist’s Garden จะถูกบรรจุในขวดสีอันเป็นซิกเนเจอร์ที่บ่งบอกถึงกระบวนการแปรธาตุ

กลิ่นในตระกูล Substratum มีส่วนผสมจากธรรมชาติและผืนดิน เช่น ยางไม้ ไม้ และใบไม้แห้งที่ผ่านกระบวนการเผา บด และสกัดด้วยสารละลาย พร้อมเติมกลิ่นเพื่อเพิ่มความเข้มข้น กลิ่นหอมเหล่านี้บรรจุมาในขวดสีดำที่ประดับด้วยลวดลายสัตว์และสัญลักษณ์อันทรงพลัง


กลิ่นในตระกูล Vaporum ที่ประกอบไปด้วยส่วนผสมบริสุทธิ์ที่สุดและโมเลกุลสังเคราะห์ได้รับการสกัดด้วยก๊าซอย่างอ่อนโยน หรือการสร้างใหม่โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อสะท้อนถึงคุณสมบัติทางอากาศ กลิ่นหอมอันเปล่งประกายมาในขวดสีขาวประดับสัญลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตที่บินได้ ชวนให้นึกถึงความสง่างามและความเบาสบายของอากาศ


กลิ่นในตระกูล Liquidum ที่นำศาสตร์การกลั่นโบราณมาเปลี่ยนสสารด้วยพลังของน้ำ กลิ่นหอมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและมีหลากหลายมิติ ได้ถ่ายทอดกลิ่นอายดอกไม้ที่มีช่วงเวลาแสนสั้น แต่ละขวดประดับด้วยสัญลักษณ์อันลึกลับจากสวนเมจิกการ์เด้นของ Gucci


สุดท้ายสำหรับกลิ่นในตระกูล Ignis นักปรุงน้ำหอมขยายขอบเขตของการเล่นแร่แปรธาตุ โดยใช้เทคนิคที่ก้าวล้ำเพื่อสร้างกลิ่นหอมสุดท้าทาย บรรจุในขวดสีแดงโดดเด่น ประดับสัญลักษณ์แห่งเวทมนตร์และสัตว์ในจินตนาการ


พบกับกลิ่นใหม่ Ylang Ambrato Eau de Parfum

Ylang Ambrato เผยกลิ่นหอมครีมมี่ของเอสเซนส์สกัดจากดอกกระดังงาซึ่งเป็นหัวใจของน้ำหอมในครั้งนี้ ผสานเข้ากับกลิ่นคล้ายขนมหวานของทองก้าบีนสกัดเข้มข้น โดยหลอมรวมเข้าด้วยกันจากกระบวนการกลั่นอย่างช้าๆ สุดประณีต เพื่อขับเน้นกลิ่นหอมเปล่งประกายของดอกกระดังงาด้วยกลิ่นอำพันลุ่มลึก หัวน้ำหอมปรุงสูตรของใบยาสูบช่วยเพิ่มแนวกลิ่นอบอุ่นผสานด้วยแนวกลิ่นแมกไม้ได้อย่างสง่างาม ในขณะที่กลิ่นซิตรัสสดชื่นเพิ่มมิติหอมหวานให้กับแนวกลิ่นวู้ดดี้ น้ำหอมแนวกลิ่นฟลอรัล-อำพันนี้ถูกรังสรรค์โดยนักปรุงน้ำหอม Jean-Christophe Hérault ด้วยกระบวนการที่ผสานศิลปะการแปรธาตุดิน (Substratum) น้ำหอมถูกบรรจุมาในขวดแก้วสีดำ รอบขวดประดับด้วยลวดลายกิ้งก่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง


“จากแรงบันดาลใจศิลปะของการแปรธาตุสู่กลิ่นหอม สำหรับ Ylang Ambrato ผมตั้งใจถ่ายทอดเสน่ห์ของกลิ่นอำพันที่ ลุ่มลึกและน่าค้นหา นำเสนอในแง่มุมที่ทันสมัยและเป็นซิกเนเจอร์อย่างมีเอกลักษณ์ โดยสำหรับการรังสรรค์ครั้งนี้ ผมเลือกส่วนผสมสกัดจากธรรมชาติที่ดีที่สุด ใช้เทคนิคการหลอมรวมกลิ่นหอมที่เป็นหัวใจจากดอกกระดังงาและทองก้าบีนเข้มข้นเข้าด้วยกัน ผ่านการกลั่นออกมาเป็นกลิ่นหอมที่ครีมมี่เปล่งประกาย” - Jean-Christophe Hérault


พบกับกลิ่นใหม่ Lignum Idealis Eau de Parfum

Lignum Idealis ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อยกย่องความสง่างามของหนึ่งในต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เผยกลิ่นวู้ดดี้ที่หอมครีมมี่ของไม้สนยักษ์ (Giant Sequoia) รังสรรค์ขึ้นโดยนักปรุงน้ำหอม Alexis Grugeon ซึ่งตั้งใจอุทิศให้กับความงามของต้นไม้เก่าแก่นี้ กลิ่นอบอุ่นเผ็ดร้อนจากต้นไม้ถูกกักเก็บด้วยกระบวนการสกัดเทคโนโลยีใหม่ โมเลกุลกลิ่นหอมของไม้เนื้อแดงถูกหมักบ่มเข้มข้นภายใต้โดมแก้ว โดยนักปรุงน้ำหอมจะนำเข็มฉีดยาปักเข้าไปในลำต้นเพื่อกลั่นความหอมในระดับโมเลกุล จากนั้นกลิ่นที่ถูกสกัดจะถูกนำมาปรุงต่อตามกรรมวิธีของนักปรุงน้ำหอม ด้วยกระบวนการหมักบ่มชีวภาพนี้ช่วยเผยแง่มุมความหอมครีมมี่ของกลิ่นแซนดัลวู้ดให้โดดเด่นที่สุด ตัดความคมชัดให้กลมกล่อมด้วยกลิ่นฟรุ้ตตี้จาก Juniper Berries Essence น้ำหอมแนวกลิ่นวู้ดดี้นี้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลความหอมอย่าง Ignis ถูกบรรจุมาในขวดแก้วสีแดงประดับด้วยลวดลายกวางสีทอง สื่อถึงผู้พิทักษ์ที่คุ้มครองอาณาจักรแห่งต้นไม้อันยิ่งใหญ่


“Lignum Idealis ได้แรงบันดาลใจจากทริปเดินทางไปโอเรกอน ที่ที่ผมได้เดินท่ามกลางป่าต้นเซควอเอียยักษ์และฝันที่จะถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของลำต้นสีแดงผ่านกลิ่นหอมที่สุดยูนีก มันคือการผสมผสานระหว่างกลิ่นอโรมาติกชุ่มชื่นของผืนป่าเข้ากับความหอมอบอุ่นและเผ็ดร้อนของกลิ่นวู้ดดี้ที่หอมลุ่มลึกเย้ายวน” – Alexis Grugeon


The Alchemist’s Garden 2 กลิ่นหอมใหม่ Ylang Ambrato และ Lignum Idealis พร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป รวมทั้งช่องทางออนไลน์ โดยขนาด 50 มล. ราคา 10,000 บาท และขนาด 100 มล. ราคา 14,200 บาท


@guccibeauty #GucciBeauty #TheAlchemistsGarden

ความคิดเห็น (0)

Post image

Update : 22/10/2025

The Alchemist’s Garden คือคอลเล็กชั่นน้ำหอมลักชัวรีที่รังสรรค์ขึ้นจากการผสมผสานศิลปะแห่งการเล่นแร่แปรธาตุเข้ากับศาสตร์น้ำหอมสมัยใหม่อย่างประณีต โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองฟลอเรนซ์ อิตาลี บ้านเกิดของ Gucci ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ในยุคเรอเนซองส์ การเล่นแร่แปรธาตุถือเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสสาร ด้วยแรงบันดาลใจจาก 4 ธาตุแห่งการแปรธาตุ ได้แก่ Substratum (ธาตุดิน), Vaporum (ธาตุลม), Liquidum (ธาตุน้ำ), และ Ignis (ธาตุไฟ) The Alchemist’s Garden ได้แปรเปลี่ยนวัตถุดิบล้ำค่าให้กลายเป็นกลิ่นหอมที่เปิดมิติใหม่ทางประสาทสัมผัส


-----------------------------------------

กลิ่นใหม่ทั้ง 4 ได้แก่ 


Muschio Mineralis Eau de Parfum หยั่งรากลึกในพลังแร่ธาตุจากผืนดิน Muschio Mineralis Eau de Parfum คือกลิ่นหอมที่เชื่อมโยงกับความงามอันบริสุทธิ์และไร้การปรุงแต่งของ Musk Accord ผสานกับ Ambergris Accord และวานิลลา ความลุ่มลึกของ Musk และ Ambergris ได้รับการเสริมแต่งจนเผยเสน่ห์น่าหลงใหล ขณะที่ Vanilla Absolute และ Vanilla Infusion ช่วยเติมสัมผัสอันอบอุ่นและเย้ายวน Vanilla Absolute สกัดจากฝักวานิลลาด้วยตัวทำละลาย ส่วน Vanilla Infusion ได้จากกระบวนการหมัก (maceration) เมื่อทำงานร่วมกัน ทั้งสองให้กลิ่นโทนอุ่นแบบไม้และกูร์มองด์ ที่ปลุกสัญชาตญาณลึกซึ้งดั่งหมาจิ้งจอก ด้วยความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและวิสัยทัศน์เชิงศิลป์ นักปรุงน้ำหอม Mathilde Bijaoui และ Julie Massé ได้รังสรรค์กลิ่นหอมแนว Musky Ambery นี้ผ่านกระบวนการ Substratum น้ำหอมบรรจุในขวดแก้วสีดำตกแต่งด้วยภาพหมาจิ้งจอก—สัญลักษณ์แห่งสัญชาตญาณและความลึกลับ


Muschio di Luce Eau de Parfum ถ่ายทอดความงามอันยิ่งใหญ่ของหมู่เมฆ Muschio di Luce Eau de Parfum มอบกลิ่นหอมที่สว่างสดใสจากการผสม ผสานของ Musk และ Pink Pepper โน้ต Musk อันทรงพลังแต่เบาบางนี้ให้ความอบอุ่น นุ่มนวลแบบแป้ง และหวานละมุน ในขณะที่ Pink Pepper และ Vetiver เติมความเผ็ดร้อนและความลึกของกลิ่นไม้เข้าไปอย่างสมดุล วัตถุดิบทั้งสองชนิดนี้ได้รับการสกัดด้วยวิธี Supercritical Fluid Extraction ซึ่งสามารถรักษาลักษณะดั้งเดิมของวัตถุดิบไว้ได้อย่างครบถ้วน สร้างสรรค์โดย Alberto Morillas มาสเตอร์เพอร์ฟูมเมอร์ ผ่านกระบวนการ Vaporum กลิ่นหอมแนว Woody Musky นี้บรรจุอยู่ในขวดแก้วสีขาว ตกแต่งด้วยนกเบิร์ดออฟพาราไดซ์—สัญลักษณ์แห่งอิสรภาพและความสง่างาม


Rosa Sublime Eau de Parfum Rosa Sublime Eau de Parfum ผสานพลังที่แตกต่างกันอย่างลงตัว ด้วยการจับคู่ Damascena Rose Superessence ที่ผ่านการกลั่นด้วยไอน้ำเพื่อเสริมความเข้มข้นและลุ่มลึกของกลิ่นกุหลาบ ผสานกับความเย้ายวนของ Saffron Accord ทำให้กลิ่นหอมพลิ้วไหวราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจ สลับไปมาระหว่างความหอมเข้มข้นของดอกกุหลาบและเสน่ห์อันลึกลับของ Saffron รังสรรค์โดยนักปรุงน้ำหอม Mathilde Bijaoui ผ่านกระบวนการ Liquidum กลิ่นหอมแนว Floral Spicy Musky นี้บรรจุอยู่ในขวดแก้วสีทองโปร่งแสง ประดับด้วยพัดมือ (hand fan) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวที่น่าหลงใหล สะท้อนความรู้สึกของหัวใจที่เต้นรัวเบาๆ อย่างมีเสน่ห์


Rosa Incandescente Eau de Parfum ดั่งพายุที่เคลื่อนตัวจากผืนน้ำ Rosa Incandescente Eau de Parfum กลิ่นหอมใหม่ถ่ายทอดการบรรจบกันของ Red Seaweed ที่เค็มสดชื่นและ Damascena Rose ที่อบอวลด้วยความหอมหวาน เผยสมบัติล้ำค่าที่กำเนิดขึ้นระหว่างชายฝั่งกับท้องทะเล สารสกัดจาก Red Seaweed ได้มาจากกระบวนการ Supercritical Fluid Extraction ซึ่งช่วยรักษาความงามแบบทะเลไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นักปรุงน้ำหอม Cecile Matton และ Ralf Schwieger ได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์กลิ่นหอมแนว Floral Marine นี้ผ่านกระบวนการ Ignis ผสานมุมมองที่แตกต่างของทั้งคู่เพื่อนำกลิ่นหอมอิสระนี้สู่ชีวิตจริง น้ำหอมบรรจุในขวดแก้วสีแดง ประดับด้วยภาพม้าน้ำ—เป็นดั่งคำเชิญให้ค้นพบสิ่งที่ยังไม่ถูกรู้จัก และละลายเส้นแบ่งระหว่างศาสตร์กับศิลป์อย่างงดงาม


The Alchemist’s Garden 4 กลิ่นหอมใหม่ Muschio Mineralis, Muschio di Luce, Rosa Sublime และ Rosa Incandescente พร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป รวมทั้งช่องทางออนไลน์ โดยขนาด 50 มล. ราคา 9,800 บาท และขนาด 100 มล. ราคา 14,000 บาท


@guccibeauty #GucciBeauty #TheAlchemistsGarden


ความคิดเห็น (0)

[ 1 - 2 / 2 ]