12/03/2026
THE ALCHEMIST’S GARDEN: บทพรรณนาบอกเล่าศิลปะแห่งการแปรสสารผ่านกลิ่นหอม
Ylang Ambrato และ Lignum Idealis 2 ผลงานความหอมใหม่ สะท้อนจิตวิญญาณ แห่งการเล่นแร่แปรธาตุจากคอลเล็กชั่นน้ำหอมสุดซิกเนเจอร์ของ Gucci


Gucci The Alchemist’s Garden เป็นดั่งสะพานเชื่อมระหว่างการเล่นแร่แปรธาตุกับน้ำหอมแห่งยุคสมัยใหม่ ที่ทำให้เกิดการสร้างสรรค์กลิ่นน้ำหอมอันหรูหราด้วยนวัตกรรมใหม่ ซึ่งการเล่นแร่แปรธาตุนั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสสารอันเป็นมรดก ล้ำค่าที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ที่ได้รับการพัฒนาและกำหนดนิยามขึ้นใหม่ในเมืองฟลอเรนซ์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ Gucci โดยได้ แรงบันดาลใจจากการแปรธาตุทางเคมีทั้ง 4 ได้แก่ Substratum (ดิน), Vaporum (ลม), Liquidum (น้ำ), Ignis (ไฟ) สุคนธกรผู้อยู่เบื้องหลังการรังสรรค์กลิ่นหอมในคอลเล็กชั่น The Alchemist’s Garden ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของส่วนผสมหายากออกมาเป็นมิติความหอมครั้งใหม่ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
Ylang Ambrato และ Lignum Idealis Eau de Parfum คือ 2 ผลงานความหอมใหม่ที่ถูกปรุงขึ้นจากศิลปะแห่งการเล่นแร่แปลธาตุ อันเป็นศูนย์กลางของการออกแบบโครงสร้างน้ำหอมแห่ง Gucci ซึ่งกลิ่นหอมเหล่านี้ถูกรังสรรค์ขึ้นจากศาสตร์การปรุงน้ำหอมที่ลึกลับ โดยส่วนผสมหายากต่างๆ ซึ่งได้ถูกนำมาแปรสภาพผ่านกระบวนการปรุงน้ำหอมชั้นสูงผสานกับศิลปะอันเก่าแก่ที่ถูกสืบทอดมาอย่างยาวนาน เพื่อต่อยอดแรงบันดาลใจจากการเล่นแร่แปลธาตุของดิน Ylang Ambrato เผยกลิ่นหอมอันเปล่งประกายของ Ylang-Ylang หรือดอกกระดังงา เข้ากับกลิ่นอำพันหอมกรุ่นของ Tonka Bean การโคจรมาพบกันครั้งนี้เกิดจากกระบวนการการกลั่นรวมของ 2 ส่วนผสม ซึ่งเป็นศาสตร์การแปรสภาพเพื่อให้หลอมรวมความหอมที่มีขั้วแตกต่างเข้าด้วยกัน และเพื่อยกย่องศิลปะแห่งการเล่นแร่แปลธาตุของไฟ Lignum Idealis ถ่ายทอดจิตวิญญาณของผืนป่า ด้วยเทคนิคการรังสรรค์กลิ่นพิเศษที่เรียกว่า Headspace โดยนักปรุงน้ำหอมสกัดโมเลกุลกลิ่นไม้ของต้นเซควอเอียยักษ์ (Giant Sequoia) ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะเพื่อสร้างเอสเซนส์ของแนวกลิ่นวู้ดดี้ขึ้นมาใหม่โดยที่ไม่ทำลายธรรมชาติ
เปิดประสบการณ์ความหอมกับ The Alchemist’s Garden
ทุกๆ กลิ่นหอมในคอลเล็กชั่นน้ำหอม The Alchemist’s Garden จะถูกบรรจุในขวดสีอันเป็นซิกเนเจอร์ที่บ่งบอกถึงกระบวนการแปรธาตุ
กลิ่นในตระกูล Substratum มีส่วนผสมจากธรรมชาติและผืนดิน เช่น ยางไม้ ไม้ และใบไม้แห้งที่ผ่านกระบวนการเผา บด และสกัดด้วยสารละลาย พร้อมเติมกลิ่นเพื่อเพิ่มความเข้มข้น กลิ่นหอมเหล่านี้บรรจุมาในขวดสีดำที่ประดับด้วยลวดลายสัตว์และสัญลักษณ์อันทรงพลัง
กลิ่นในตระกูล Vaporum ที่ประกอบไปด้วยส่วนผสมบริสุทธิ์ที่สุดและโมเลกุลสังเคราะห์ได้รับการสกัดด้วยก๊าซอย่างอ่อนโยน หรือการสร้างใหม่โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อสะท้อนถึงคุณสมบัติทางอากาศ กลิ่นหอมอันเปล่งประกายมาในขวดสีขาวประดับสัญลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตที่บินได้ ชวนให้นึกถึงความสง่างามและความเบาสบายของอากาศ
กลิ่นในตระกูล Liquidum ที่นำศาสตร์การกลั่นโบราณมาเปลี่ยนสสารด้วยพลังของน้ำ กลิ่นหอมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและมีหลากหลายมิติ ได้ถ่ายทอดกลิ่นอายดอกไม้ที่มีช่วงเวลาแสนสั้น แต่ละขวดประดับด้วยสัญลักษณ์อันลึกลับจากสวนเมจิกการ์เด้นของ Gucci
สุดท้ายสำหรับกลิ่นในตระกูล Ignis นักปรุงน้ำหอมขยายขอบเขตของการเล่นแร่แปรธาตุ โดยใช้เทคนิคที่ก้าวล้ำเพื่อสร้างกลิ่นหอมสุดท้าทาย บรรจุในขวดสีแดงโดดเด่น ประดับสัญลักษณ์แห่งเวทมนตร์และสัตว์ในจินตนาการ
พบกับกลิ่นใหม่ Ylang Ambrato Eau de Parfum
Ylang Ambrato เผยกลิ่นหอมครีมมี่ของเอสเซนส์สกัดจากดอกกระดังงาซึ่งเป็นหัวใจของน้ำหอมในครั้งนี้ ผสานเข้ากับกลิ่นคล้ายขนมหวานของทองก้าบีนสกัดเข้มข้น โดยหลอมรวมเข้าด้วยกันจากกระบวนการกลั่นอย่างช้าๆ สุดประณีต เพื่อขับเน้นกลิ่นหอมเปล่งประกายของดอกกระดังงาด้วยกลิ่นอำพันลุ่มลึก หัวน้ำหอมปรุงสูตรของใบยาสูบช่วยเพิ่มแนวกลิ่นอบอุ่นผสานด้วยแนวกลิ่นแมกไม้ได้อย่างสง่างาม ในขณะที่กลิ่นซิตรัสสดชื่นเพิ่มมิติหอมหวานให้กับแนวกลิ่นวู้ดดี้ น้ำหอมแนวกลิ่นฟลอรัล-อำพันนี้ถูกรังสรรค์โดยนักปรุงน้ำหอม Jean-Christophe Hérault ด้วยกระบวนการที่ผสานศิลปะการแปรธาตุดิน (Substratum) น้ำหอมถูกบรรจุมาในขวดแก้วสีดำ รอบขวดประดับด้วยลวดลายกิ้งก่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง
“จากแรงบันดาลใจศิลปะของการแปรธาตุสู่กลิ่นหอม สำหรับ Ylang Ambrato ผมตั้งใจถ่ายทอดเสน่ห์ของกลิ่นอำพันที่ ลุ่มลึกและน่าค้นหา นำเสนอในแง่มุมที่ทันสมัยและเป็นซิกเนเจอร์อย่างมีเอกลักษณ์ โดยสำหรับการรังสรรค์ครั้งนี้ ผมเลือกส่วนผสมสกัดจากธรรมชาติที่ดีที่สุด ใช้เทคนิคการหลอมรวมกลิ่นหอมที่เป็นหัวใจจากดอกกระดังงาและทองก้าบีนเข้มข้นเข้าด้วยกัน ผ่านการกลั่นออกมาเป็นกลิ่นหอมที่ครีมมี่เปล่งประกาย” - Jean-Christophe Hérault
พบกับกลิ่นใหม่ Lignum Idealis Eau de Parfum
Lignum Idealis ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อยกย่องความสง่างามของหนึ่งในต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เผยกลิ่นวู้ดดี้ที่หอมครีมมี่ของไม้สนยักษ์ (Giant Sequoia) รังสรรค์ขึ้นโดยนักปรุงน้ำหอม Alexis Grugeon ซึ่งตั้งใจอุทิศให้กับความงามของต้นไม้เก่าแก่นี้ กลิ่นอบอุ่นเผ็ดร้อนจากต้นไม้ถูกกักเก็บด้วยกระบวนการสกัดเทคโนโลยีใหม่ โมเลกุลกลิ่นหอมของไม้เนื้อแดงถูกหมักบ่มเข้มข้นภายใต้โดมแก้ว โดยนักปรุงน้ำหอมจะนำเข็มฉีดยาปักเข้าไปในลำต้นเพื่อกลั่นความหอมในระดับโมเลกุล จากนั้นกลิ่นที่ถูกสกัดจะถูกนำมาปรุงต่อตามกรรมวิธีของนักปรุงน้ำหอม ด้วยกระบวนการหมักบ่มชีวภาพนี้ช่วยเผยแง่มุมความหอมครีมมี่ของกลิ่นแซนดัลวู้ดให้โดดเด่นที่สุด ตัดความคมชัดให้กลมกล่อมด้วยกลิ่นฟรุ้ตตี้จาก Juniper Berries Essence น้ำหอมแนวกลิ่นวู้ดดี้นี้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลความหอมอย่าง Ignis ถูกบรรจุมาในขวดแก้วสีแดงประดับด้วยลวดลายกวางสีทอง สื่อถึงผู้พิทักษ์ที่คุ้มครองอาณาจักรแห่งต้นไม้อันยิ่งใหญ่
“Lignum Idealis ได้แรงบันดาลใจจากทริปเดินทางไปโอเรกอน ที่ที่ผมได้เดินท่ามกลางป่าต้นเซควอเอียยักษ์และฝันที่จะถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของลำต้นสีแดงผ่านกลิ่นหอมที่สุดยูนีก มันคือการผสมผสานระหว่างกลิ่นอโรมาติกชุ่มชื่นของผืนป่าเข้ากับความหอมอบอุ่นและเผ็ดร้อนของกลิ่นวู้ดดี้ที่หอมลุ่มลึกเย้ายวน” – Alexis Grugeon
The Alchemist’s Garden 2 กลิ่นหอมใหม่ Ylang Ambrato และ Lignum Idealis พร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป รวมทั้งช่องทางออนไลน์ โดยขนาด 50 มล. ราคา 10,000 บาท และขนาด 100 มล. ราคา 14,200 บาท
@guccibeauty #GucciBeauty #TheAlchemistsGarden






ความคิดเห็น (0)
ในการแสดงความคิดเห็นต้อง เข้าสู่ระบบ ก่อน