โพสต์ใหม่ต้อง เข้าสู่ระบบ ก่อน
COVERMARK มอบของขวัญแห่งความงาม ต้อนรับเทศกาลวันแม่

เครื่องสำอาง COVERMARK (คัฟเวอร์มาร์ค) จากประเทศญี่ปุ่น ชวนส่งต่อความงามเพื่อมอบเป็นของขวัญแทนความรักให้คนสำคัญในช่วงเทศกาลวันแม่ เมื่อช้อปครบ 15,000 บาท รับฟรี Beauty Ensemble Collection ชุดของขวัญลิมิเต็ด มูลค่ารวม 6,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 – 16 สิงหาคม 2569
พร้อมมอบโปรพิเศษตลอดเดือนสิงหาคม เมื่อช้อปครบ 10,000 บาท รับฟรี เซ็ตบำรุงผิวและผ้าพันคอ Floral Edition พร้อมถุงผ้า มูลค่ารวม 4,600 บาท หรือเมื่อช้อปครบ 6,500 บาท รับฟรี ผ้าพันคอ Floral Edition พร้อมถุงผ้า มูลค่ารวม 1,300 บาท และเลือกรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 1 รายการ (ขนาดทดลอง) พบกับสิทธิพิเศษได้ที่เคาน์เตอร์ COVERMARK ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่ร่วมรายการทั่วประเทศ (ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด)
COVERMARK มอบของขวัญแห่งความงาม ต้อนรับเทศกาลวันแม่
COVERMARK มอบของขวัญแห่งความงาม ต้อนรับเทศกาลวันแม่ เครื่องสำอาง COVERMARK (คัฟเวอร์มาร์ค) จากประเทศญี่ปุ่น ชวนส่งต่อความงามเพื่อมอบเป็นของขวัญแทนความรักให้คนสำคัญในช่วงเทศกาลวันแม่ เมื่อช้อปครบ 15,000 บาท รับฟรี Beauty Ensemble Collection ชุดของขวัญลิมิเต็ด มูลค่ารวม 6,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 – 16 สิงหาคม 2569 พร้อมมอบโปรพิเศษตลอดเดือนสิงหาคม เมื่อช้อปครบ 10,000 บาท รับฟรี เซ็ตบำรุงผิวและผ้าพันคอ Floral Edition พร้อมถุงผ้า มูลค่ารวม 4,600 บาท หรือเมื่อช้อปครบ 6,500 บาท รับฟรี ผ้าพันคอ Floral Edition พร้อมถุงผ้า มูลค่ารวม 1,300 บาท และเลือกรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 1 รายการ (ขนาดทดลอง) พบกับสิทธิพิเศษได้ที่เคาน์เตอร์ COVERMARK ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่ร่วมรายการทั่วประเทศ (ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด)
ปักหมุด! จุดเช็กอินใหม่ใจกลางสยาม แหล่งช้อปสายบิวตี้วัยเรียน
พบกับ Zadi & Jo Glow Station
เปิดแล้วที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square

สายบิวตี้เตรียมปักหมุด! ใครแวะมาเดิน สยามสแควร์ ช่วงนี้ มีอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาด เพราะ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) แบรนด์ความงามสำหรับวัยเรียนอายุ 10–20 ปี เปิด Zadi & Jo Glow Station แล้วที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square ชั้น 3
Zadi & Jo Glow Station คือ จุดเช็กอินที่รวบรวมไอเท็มความงามของ Zadi & Jo ให้ทุกคนได้ทดลองและเลือกช้อปในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสเนื้อสกินแคร์ ลองเฉดสีลิปและคุชชั่น ทดลองกลิ่นน้ำหอม Skin Scent หรือค้นหาไอเท็มที่เหมาะกับตัวเอง ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ
Zadi & Jo เกิดจากอินไซต์ของลูกวัยเรียน โดยผู้บริหารหญิงที่เป็นคุณแม่ 3 คนผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมความงาม จึงพัฒนาแบรนด์ที่เข้าใจความต้องการของวัยเรียนอายุ 10–20 ปี
Zadi & Jo พัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด Clean & Playful Beauty ที่เข้าใจทั้งผิว ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตของวัยเรียน ครบทั้ง สกินแคร์ เมคอัพ และน้ำหอม โดยไฮไลต์ที่หลายคนแวะมาลอง ได้แก่ Bubbly Bright Skin Glow & Brightening Serum เซรั่มเพื่อผิวดูโกลว์กระจ่างใส, Sunny Splash Super Light UV Protection Serum SPF50+ PA++++ กันแดดเนื้อบางเบา สบายผิว เติมระหว่างวันได้, Clean Girl Softening Lip Tint ลิปทินต์ที่ให้ลุคธรรมชาติสไตล์ Clean Girl มีให้เลือกหลายเฉดสี, Fluffy Fit Soft Glow Cushion SPF50+ PA++++ คุชชั่นเนื้อบางเบา ให้ฟินิชผิวฉ่ำโกลว์ พร้อมส่วนผสมบำรุงผิวและการปกป้องผิวจากแสงแดด รวมถึง Very Perfume Collection น้ำหอมแนว Skin Scent ที่ให้กลิ่นหอมสะอาด เป็นธรรมชาติ เหมาะกับการใช้ในทุกวัน
เพื่อฉลองการเปิด Zadi & Jo Glow Station แห่งแรก แบรนด์ได้จัดกิจกรรมพิเศษ แจก Zadi & Jo Clean Girl Softening Lip Tint ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก มีผู้มาต่อคิวร่วมกิจกรรมตั้งแต่เริ่มงาน และผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้สำหรับกิจกรรมหน้าร้านถูกแจกหมดอย่างรวดเร็ว สะท้อนกระแสตอบรับที่ดีของแบรนด์ตั้งแต่วันแรกของการเปิดตัว
หลังจากเปิด Zadi & Jo Glow Station แห่งแรกที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square แล้ว แบรนด์ยังมีแผนขยาย Zadi & Jo Glow Station ไปยัง EVEANDBOY อีกหลายสาขาในกรุงเทพฯ ภายในปีนี้ เพื่อให้วัยรุ่นและคนรักความงามสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของ Zadi & Jo ได้สะดวกยิ่งขึ้น
ใครกำลังมองหาพิกัดใหม่ใจกลางสยาม ครั้งหน้าที่มาเดิน EVEANDBOY Centerpoint Siam Square อย่าลืมแวะชั้น 3 มาเช็กอินที่ Zadi & Jo Glow Station ลองสกินแคร์ สวอชลิป ทดลองเฉดคุชชั่น สัมผัสกลิ่นหอมของ Very Perfume Collection และค้นหาไอเท็มที่ใช่ในแบบของตัวเอง เพราะนี่คืออีกหนึ่งพิกัดใหม่ที่สายบิวตี้วัยเรียนไม่ควรพลาดเมื่อมาเช็กอินย่านสยาม
Zadi & Jo Glow Station เปิดแล้วที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square
ปักหมุด! จุดเช็กอินใหม่ใจกลางสยาม แหล่งช้อปสายบิวตี้วัยเรียนพบกับ Zadi & Jo Glow Stationเปิดแล้วที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Squareสายบิวตี้เตรียมปักหมุด! ใครแวะมาเดิน สยามสแควร์ ช่วงนี้ มีอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาด เพราะ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) แบรนด์ความงามสำหรับวัยเรียนอายุ 10–20 ปี เปิด Zadi & Jo Glow Station แล้วที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square ชั้น 3Zadi & Jo Glow Station คือ จุดเช็กอินที่รวบรวมไอเท็มความงามของ Zadi & Jo ให้ทุกคนได้ทดลองและเลือกช้อปในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสเนื้อสกินแคร์ ลองเฉดสีลิปและคุชชั่น ทดลองกลิ่นน้ำหอม Skin Scent หรือค้นหาไอเท็มที่เหมาะกับตัวเอง ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อZadi & Jo เกิดจากอินไซต์ของลูกวัยเรียน โดยผู้บริหารหญิงที่เป็นคุณแม่ 3 คนผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมความงาม จึงพัฒนาแบรนด์ที่เข้าใจความต้องการของวัยเรียนอายุ 10–20 ปีZadi & Jo พัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด Clean & Playful Beauty ที่เข้าใจทั้งผิว ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตของวัยเรียน ครบทั้ง สกินแคร์ เมคอัพ และน้ำหอม โดยไฮไลต์ที่หลายคนแวะมาลอง ได้แก่ Bubbly Bright Skin Glow & Brightening Serum เซรั่มเพื่อผิวดูโกลว์กระจ่างใส, Sunny Splash Super Light UV Protection Serum SPF50+ PA++++ กันแดดเนื้อบางเบา สบายผิว เติมระหว่างวันได้, Clean Girl Softening Lip Tint ลิปทินต์ที่ให้ลุคธรรมชาติสไตล์ Clean Girl มีให้เลือกหลายเฉดสี, Fluffy Fit Soft Glow Cushion SPF50+ PA++++ คุชชั่นเนื้อบางเบา ให้ฟินิชผิวฉ่ำโกลว์ พร้อมส่วนผสมบำรุงผิวและการปกป้องผิวจากแสงแดด รวมถึง Very Perfume Collection น้ำหอมแนว Skin Scent ที่ให้กลิ่นหอมสะอาด เป็นธรรมชาติ เหมาะกับการใช้ในทุกวันเพื่อฉลองการเปิด Zadi & Jo Glow Station แห่งแรก แบรนด์ได้จัดกิจกรรมพิเศษ แจก Zadi & Jo Clean Girl Softening Lip Tint ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก มีผู้มาต่อคิวร่วมกิจกรรมตั้งแต่เริ่มงาน และผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้สำหรับกิจกรรมหน้าร้านถูกแจกหมดอย่างรวดเร็ว สะท้อนกระแสตอบรับที่ดีของแบรนด์ตั้งแต่วันแรกของการเปิดตัวหลังจากเปิด Zadi & Jo Glow Station แห่งแรกที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square แล้ว แบรนด์ยังมีแผนขยาย Zadi & Jo Glow Station ไปยัง EVEANDBOY อีกหลายสาขาในกรุงเทพฯ ภายในปีนี้ เพื่อให้วัยรุ่นและคนรักความงามสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของ Zadi & Jo ได้สะดวกยิ่งขึ้นใครกำลังมองหาพิกัดใหม่ใจกลางสยาม ครั้งหน้าที่มาเดิน EVEANDBOY Centerpoint Siam Square อย่าลืมแวะชั้น 3 มาเช็กอินที่ Zadi & Jo Glow Station ลองสกินแคร์ สวอชลิป ทดลองเฉดคุชชั่น สัมผัสกลิ่นหอมของ Very Perfume Collection และค้นหาไอเท็มที่ใช่ในแบบของตัวเอง เพราะนี่คืออีกหนึ่งพิกัดใหม่ที่สายบิวตี้วัยเรียนไม่ควรพลาดเมื่อมาเช็กอินย่านสยาม
เติมสีสันให้แก้มสวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วย Cloudy Blush จาก KMA

เครื่องสำอาง KMA ในเครือ โอซีซี แนะนำ Cloudy Blush บลัชออนเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ เม็ดสีชัดติดทน พร้อมด้วยเทคโนโลยี Soft Focus Powder ความละเอียดระดับไมโคร ที่ช่วยผสานเนื้อบลัชให้สัมผัสลื่นเนียนดุจผ้าไหม มอบผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ แก้มสวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ มี 6 เฉดสี ได้แก่ 01 Muted Apricot, 02 Fresh Coral, 03 Soft Peach, 04 Misty Rose, 05 Dusty Pink และ 06 Soft Candy Pink ช่วยเติมสีสันให้ทุกลุคการแต่งหน้า ราคา 290 บาท วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://shop.kma-cosmetics.com, TikTok, Shopee, Lazada, Konvy รวมถึงห้างสรรพสินค้า และร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วประเทศ
เติมสีสันให้แก้มสวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วย Cloudy Blush จาก KMA
เติมสีสันให้แก้มสวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วย Cloudy Blush จาก KMAเครื่องสำอาง KMA ในเครือ โอซีซี แนะนำ Cloudy Blush บลัชออนเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ เม็ดสีชัดติดทน พร้อมด้วยเทคโนโลยี Soft Focus Powder ความละเอียดระดับไมโคร ที่ช่วยผสานเนื้อบลัชให้สัมผัสลื่นเนียนดุจผ้าไหม มอบผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ แก้มสวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ มี 6 เฉดสี ได้แก่ 01 Muted Apricot, 02 Fresh Coral, 03 Soft Peach, 04 Misty Rose, 05 Dusty Pink และ 06 Soft Candy Pink ช่วยเติมสีสันให้ทุกลุคการแต่งหน้า ราคา 290 บาท วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://shop.kma-cosmetics.com, TikTok, Shopee, Lazada, Konvy รวมถึงห้างสรรพสินค้า และร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วประเทศ
BURBERRY BEAUTY เปิดตัว BURBERRY GODDESS AMBER VANILLA เติมเต็มเอกลักษณ์ด้วย Roasted Vanilla สู่ความหอมลุ่มลึกอันเปี่ยมด้วยความสง่างาม

Burberry Beauty (เบอร์เบอรี่ บิวตี้) เปิดเผยนิยามความหอมครั้งใหม่กับ Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense น้ำหอมรุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเลกชัน Burberry Goddess ที่นำเสนอการตีความกลิ่นวานิลลาในมิติใหม่
เป็นครั้งแรกที่เอกลักษณ์ของน้ำหอมได้รับการถ่ายทอดผ่านความอบอุ่นอันน่าหลงใหลของ Roasted Vanilla เผยอีกมิติของความเป็นหญิงอันลุ่มลึกและสง่างาม พร้อมสานต่อเรื่องราวแห่งพลัง ความมั่นใจ และการค้นพบตัวตน รังสรรค์โดย Amandine Clerc-Marie นักปรุงน้ำหอมระดับโลก Burberry Goddess Amber Vanilla เติมเต็มมิติใหม่ให้กับเอกลักษณ์ แห่งวานิลลาสกัดทั้งสามรูปแบบ (Signature Trio of Vanilla Extracts) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดตัวตนของคอลเลกชัน Burberry Goddess
นับตั้งแต่ Burberry Goddess Eau de Parfum รุ่นแรก สู่ Eau de Parfum Intense ไปจนถึง Parfum น้ำหอมแต่ละรุ่นต่างถ่ายทอดเสน่ห์ของวานิลลาระดับพรีเมียมในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ความสดใสและเปี่ยมความมั่นใจ ไปจนถึงความเข้มข้นและความสง่างามอันลุ่มลึกโดยยังคงเลือกใช้เมล็ดวานิลลาคุณภาพสูงสุด ซึ่งผ่านการเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันทีละฝัก ก่อนนำมาสกัดเป็น Vanilla Caviar เนื้อสัมผัสเข้มข้น ด้วยเทคโนโลยี Firgood® นวัตกรรมการสกัดที่ช่วยเผยด้านอันหรูหราและลุ่มลึกของวานิลลาได้อย่างโดดเด่น อีกทั้งยังผสานด้วยสารสกัดวานิลลาอันประณีตอีกสองรูปแบบ ได้แก่ Vanilla Infusion และ Vanilla Absolute ซึ่งช่วยเติมประกายความสว่างสดใสและความเย้ายวนอันนุ่มนวลให้กับทุกองค์ประกอบของน้ำหอมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“สำหรับ Burberry Goddess Amber Vanilla ฉันต้องการถ่ายทอดอีกแง่มุมหนึ่งของวานิลลาที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน กลิ่นของ Roasted Vanilla มอบความหอมหวานที่มีชีวิตชีวา เปล่งประกายและชวนหลงใหล ในขณะที่โทนกลิ่นอำพันความอบอุ่น ความลุ่มลึก และความรู้สึกสบายใจ สะท้อนเสน่ห์ เย้ายวนอันนุ่มนวล การผสานกันของทั้งสององค์ประกอบรังสรรค์กลิ่นหอมที่เปี่ยมด้วยความร้อนแรงและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ทั้งให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าหลงใหลและทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำอันยาวนาน ดุจอำพันที่เปล่งประกายเมื่อกระทบแสง” Amandine Clerc-Marie, Principal Perfumer กล่าว
Burberry Goddess Amber Vanilla ได้รังสรรค์การตีความกลิ่นวานิลลาขึ้นใหม่ผ่านเอกลักษณ์ของ Roasted Vanilla ที่สกัดด้วยเทคโนโลยี NaturePrint® กระบวนการที่สามารถเก็บรักษาแก่นแท้ของกลิ่นหอมจากเมล็ดวานิลลาคั่ว พร้อมยกระดับและแปรเปลี่ยนความหวานของวานิลลาให้เผยออกมาในมิติที่เข้มข้น ลุ่มลึก และละมุน ดุจไซรัปเข้มข้น ก่อเกิดเป็นการนำเสนอวานิลลาในมิติที่เปี่ยมด้วยรายละเอียด ความซับซ้อน และเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดในคอลเลกชัน Burberry Goddess ซึ่งมิติใหม่ของ Roasted Vanilla ผสานเข้ากับกลิ่นอำพันอันเข้มข้นและอบอุ่น ก่อเกิดเป็นความลงตัวอันประณีตของความอบอุ่นเย้ายวนในแบบ Gourmand
เปิดสัมผัสแรกด้วยความสดใสของ Lavender Essence ที่เติมความหวานละมุนจาก Maple Syrup Accord ก่อนเผยหัวใจของน้ำหอมซึ่งผสานเอกลักษณ์ของ Vanilla Trio อันเป็นซิกเนเจอร์ของ Burberry Goddess เข้ากับความเข้มข้นของ Roasted Vanilla ในมิติใหม่ ปิดท้ายด้วย Ambery Accord ที่มอบความอบอุ่นนุ่มลึกดุจกำมะหยี่ พร้อมเผยเสน่ห์อัน น่าหลงใหลผ่านความหวานอันประณีตและมิติอันลุ่มลึกที่คงอยู่ยาวนาน
องค์ประกอบของกลิ่นที่มอบความหอมในมิติใหม่ (The Olfactive Pyramid)
· Top Notes: Lavender Essence และ Maple Syrup Accord
· Heart Notes: Quartet of Vanilla Extracts หรือการผสานวานิลลา 4 ชนิด ได้แก่ Vanilla Infusion, Vanilla Caviar, Vanilla Absolute และ Roasted Vanilla
· Base Notes: Ambery Accord
· Family: Gourmand Aromatic Ambery หรือกลุ่มของกลิ่นกูร์มองด์ที่ผสานความหอมแบบอะโรมาติกและความอบอุ่นลุ่มลึกของแอมเบอร์ ถ่ายทอดความหรูหรา อบอุ่น และเย้ายวนอย่างมีเอกลักษณ์
แคมเปญ (The Campaign)
เรื่องราวของคอลเลกชัน Burberry Goddess ถูกถ่ายทอดอีกครั้งผ่านแคมเปญครั้งใหม่ นำแสดงโดย Emma Mackey ผู้สะท้อนจิตวิญญาณของน้ำหอมผ่านความมั่นใจ เสน่ห์เย้ายวน และประกายความงดงามจากภายใน ในบทใหม่นี้ เธอเผยพลังแห่งความเป็นหญิงอันสงบนิ่ง ยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางเหล่าสิงโตเพศเมียบนเส้นทางของเธอ สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง ความสง่างาม และความมั่นใจในตัวเอง
โทนสีอำพันหลอมละลายและแสงสีทองอบอุ่นในภาพ สะท้อนถึงความอบอุ่นและความสุขุมลุ่มลึก เช่นเดียวกับกลิ่น Roasted Vanilla อันเป็นหัวใจสำคัญของน้ำหอม โดย Emma Mackey ถ่ายทอดตัวตนด้วยพลังอันเงียบสงบ เผยเสน่ห์ของผู้หญิงที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและความงดงามในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
การออกแบบขวดที่เผยเฉดสีอำพันอันลุ่มลึก (The Bottle Design)
เผยโฉมความโดดเด่นครั้งใหม่ของคอลเลกชัน Burberry Goddess ผ่าน Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense ขวดแก้วทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการแต่งแต้มด้วยการไล่เฉดสีอำพัน (amber gradient) ทั้งบนตัวขวดและกล่องบรรจุภัณฑ์ สะท้อนแสงสีทองเข้มยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พร้อมตกแต่งด้วยฝาสีทองและเหรียญเมดัลเลียนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Burberry Goddess อีกทั้งยังออกแบบให้สามารถเติมน้ำหอม (Refillable) ได้ เพื่อลดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม
สัมผัสการตีความวานิลลาในหลากหลายมิติ ผ่านตระกูลน้ำหอม Burberry Goddess ทั้ง 4 กลิ่น
· Burberry Goddess Eau de Parfum
· Burberry Goddess Eau de Parfum Intense
· Burberry Goddess Parfum
· Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense
นอกจากนี้ คอลเลกชันยังครบครันด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลผิวกาย เพื่อสร้างประสบการณ์ความหอมอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น Burberry Goddess Eau de Parfum Shower Gel และ Burberry Goddess Eau de Parfum Body Lotion
Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense วางจำหน่ายในขนาด 10 ml, 30 ml, 50 ml และ 100 ml ในราคา 1,600 บาท, 3,980 บาท, 5,510 บาท และ 7,710 บาท ณ เคาน์เตอร์ Burberry Beauty พารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชั้น M, เอ็มสเฟียร์ ชั้น M, เซ็นทรัลชิดลม ชั้น G, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 1, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 1, เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ชั้น 1, เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น 1 และเมกาบางนา ชั้น 1
BURBERRY BEAUTY เปิดตัว BURBERRY GODDESS AMBER VANILLA เติมเต็มเอกลักษณ์ด้วย Roasted Vanilla สู่ความหอมลุ่มลึกอันเปี่ยมด้วยความสง่างาม
BURBERRY BEAUTY เปิดตัว BURBERRY GODDESS AMBER VANILLA เติมเต็มเอกลักษณ์ด้วย Roasted Vanilla สู่ความหอมลุ่มลึกอันเปี่ยมด้วยความสง่างามBurberry Beauty (เบอร์เบอรี่ บิวตี้) เปิดเผยนิยามความหอมครั้งใหม่กับ Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense น้ำหอมรุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเลกชัน Burberry Goddess ที่นำเสนอการตีความกลิ่นวานิลลาในมิติใหม่เป็นครั้งแรกที่เอกลักษณ์ของน้ำหอมได้รับการถ่ายทอดผ่านความอบอุ่นอันน่าหลงใหลของ Roasted Vanilla เผยอีกมิติของความเป็นหญิงอันลุ่มลึกและสง่างาม พร้อมสานต่อเรื่องราวแห่งพลัง ความมั่นใจ และการค้นพบตัวตน รังสรรค์โดย Amandine Clerc-Marie นักปรุงน้ำหอมระดับโลก Burberry Goddess Amber Vanilla เติมเต็มมิติใหม่ให้กับเอกลักษณ์ แห่งวานิลลาสกัดทั้งสามรูปแบบ (Signature Trio of Vanilla Extracts) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดตัวตนของคอลเลกชัน Burberry Goddessนับตั้งแต่ Burberry Goddess Eau de Parfum รุ่นแรก สู่ Eau de Parfum Intense ไปจนถึง Parfum น้ำหอมแต่ละรุ่นต่างถ่ายทอดเสน่ห์ของวานิลลาระดับพรีเมียมในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ความสดใสและเปี่ยมความมั่นใจ ไปจนถึงความเข้มข้นและความสง่างามอันลุ่มลึกโดยยังคงเลือกใช้เมล็ดวานิลลาคุณภาพสูงสุด ซึ่งผ่านการเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันทีละฝัก ก่อนนำมาสกัดเป็น Vanilla Caviar เนื้อสัมผัสเข้มข้น ด้วยเทคโนโลยี Firgood® นวัตกรรมการสกัดที่ช่วยเผยด้านอันหรูหราและลุ่มลึกของวานิลลาได้อย่างโดดเด่น อีกทั้งยังผสานด้วยสารสกัดวานิลลาอันประณีตอีกสองรูปแบบ ได้แก่ Vanilla Infusion และ Vanilla Absolute ซึ่งช่วยเติมประกายความสว่างสดใสและความเย้ายวนอันนุ่มนวลให้กับทุกองค์ประกอบของน้ำหอมได้อย่างสมบูรณ์แบบ“สำหรับ Burberry Goddess Amber Vanilla ฉันต้องการถ่ายทอดอีกแง่มุมหนึ่งของวานิลลาที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน กลิ่นของ Roasted Vanilla มอบความหอมหวานที่มีชีวิตชีวา เปล่งประกายและชวนหลงใหล ในขณะที่โทนกลิ่นอำพันความอบอุ่น ความลุ่มลึก และความรู้สึกสบายใจ สะท้อนเสน่ห์ เย้ายวนอันนุ่มนวล การผสานกันของทั้งสององค์ประกอบรังสรรค์กลิ่นหอมที่เปี่ยมด้วยความร้อนแรงและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ทั้งให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าหลงใหลและทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำอันยาวนาน ดุจอำพันที่เปล่งประกายเมื่อกระทบแสง” Amandine Clerc-Marie, Principal Perfumer กล่าวBurberry Goddess Amber Vanilla ได้รังสรรค์การตีความกลิ่นวานิลลาขึ้นใหม่ผ่านเอกลักษณ์ของ Roasted Vanilla ที่สกัดด้วยเทคโนโลยี NaturePrint® กระบวนการที่สามารถเก็บรักษาแก่นแท้ของกลิ่นหอมจากเมล็ดวานิลลาคั่ว พร้อมยกระดับและแปรเปลี่ยนความหวานของวานิลลาให้เผยออกมาในมิติที่เข้มข้น ลุ่มลึก และละมุน ดุจไซรัปเข้มข้น ก่อเกิดเป็นการนำเสนอวานิลลาในมิติที่เปี่ยมด้วยรายละเอียด ความซับซ้อน และเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดในคอลเลกชัน Burberry Goddess ซึ่งมิติใหม่ของ Roasted Vanilla ผสานเข้ากับกลิ่นอำพันอันเข้มข้นและอบอุ่น ก่อเกิดเป็นความลงตัวอันประณีตของความอบอุ่นเย้ายวนในแบบ Gourmandเปิดสัมผัสแรกด้วยความสดใสของ Lavender Essence ที่เติมความหวานละมุนจาก Maple Syrup Accord ก่อนเผยหัวใจของน้ำหอมซึ่งผสานเอกลักษณ์ของ Vanilla Trio อันเป็นซิกเนเจอร์ของ Burberry Goddess เข้ากับความเข้มข้นของ Roasted Vanilla ในมิติใหม่ ปิดท้ายด้วย Ambery Accord ที่มอบความอบอุ่นนุ่มลึกดุจกำมะหยี่ พร้อมเผยเสน่ห์อัน น่าหลงใหลผ่านความหวานอันประณีตและมิติอันลุ่มลึกที่คงอยู่ยาวนานองค์ประกอบของกลิ่นที่มอบความหอมในมิติใหม่ (The Olfactive Pyramid)· Top Notes: Lavender Essence และ Maple Syrup Accord· Heart Notes: Quartet of Vanilla Extracts หรือการผสานวานิลลา 4 ชนิด ได้แก่ Vanilla Infusion, Vanilla Caviar, Vanilla Absolute และ Roasted Vanilla· Base Notes: Ambery Accord· Family: Gourmand Aromatic Ambery หรือกลุ่มของกลิ่นกูร์มองด์ที่ผสานความหอมแบบอะโรมาติกและความอบอุ่นลุ่มลึกของแอมเบอร์ ถ่ายทอดความหรูหรา อบอุ่น และเย้ายวนอย่างมีเอกลักษณ์แคมเปญ (The Campaign)เรื่องราวของคอลเลกชัน Burberry Goddess ถูกถ่ายทอดอีกครั้งผ่านแคมเปญครั้งใหม่ นำแสดงโดย Emma Mackey ผู้สะท้อนจิตวิญญาณของน้ำหอมผ่านความมั่นใจ เสน่ห์เย้ายวน และประกายความงดงามจากภายใน ในบทใหม่นี้ เธอเผยพลังแห่งความเป็นหญิงอันสงบนิ่ง ยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางเหล่าสิงโตเพศเมียบนเส้นทางของเธอ สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง ความสง่างาม และความมั่นใจในตัวเองโทนสีอำพันหลอมละลายและแสงสีทองอบอุ่นในภาพ สะท้อนถึงความอบอุ่นและความสุขุมลุ่มลึก เช่นเดียวกับกลิ่น Roasted Vanilla อันเป็นหัวใจสำคัญของน้ำหอม โดย Emma Mackey ถ่ายทอดตัวตนด้วยพลังอันเงียบสงบ เผยเสน่ห์ของผู้หญิงที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและความงดงามในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมการออกแบบขวดที่เผยเฉดสีอำพันอันลุ่มลึก (The Bottle Design)เผยโฉมความโดดเด่นครั้งใหม่ของคอลเลกชัน Burberry Goddess ผ่าน Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense ขวดแก้วทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการแต่งแต้มด้วยการไล่เฉดสีอำพัน (amber gradient) ทั้งบนตัวขวดและกล่องบรรจุภัณฑ์ สะท้อนแสงสีทองเข้มยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พร้อมตกแต่งด้วยฝาสีทองและเหรียญเมดัลเลียนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Burberry Goddess อีกทั้งยังออกแบบให้สามารถเติมน้ำหอม (Refillable) ได้ เพื่อลดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมสัมผัสการตีความวานิลลาในหลากหลายมิติ ผ่านตระกูลน้ำหอม Burberry Goddess ทั้ง 4 กลิ่น· Burberry Goddess Eau de Parfum· Burberry Goddess Eau de Parfum Intense· Burberry Goddess Parfum· Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intenseนอกจากนี้ คอลเลกชันยังครบครันด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลผิวกาย เพื่อสร้างประสบการณ์ความหอมอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น Burberry Goddess Eau de Parfum Shower Gel และ Burberry Goddess Eau de Parfum Body LotionBurberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense วางจำหน่ายในขนาด 10 ml, 30 ml, 50 ml และ 100 ml ในราคา 1,600 บาท, 3,980 บาท, 5,510 บาท และ 7,710 บาท ณ เคาน์เตอร์ Burberry Beauty พารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชั้น M, เอ็มสเฟียร์ ชั้น M, เซ็นทรัลชิดลม ชั้น G, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 1, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 1, เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ชั้น 1, เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น 1 และเมกาบางนา ชั้น 1
Gucci Beauty เนรมิตป๊อบอัพ ต้อนรับการเปิดตัว Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense พร้อมนำเสนอคอลเล็กชั่นเมคอัพรุ่นลิมิเต็ด ที่อินสไปร์จากน้ำหอมกลิ่นล่าสุด
Gucci Beauty (กุชชี่ บิวตี้) ขอเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ไปกับป๊อบอัพสุดพิเศษ ณ Hall of Fame ชั้น M สยามพารากอน เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวน้ำหอมใหม่ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense โดยพื้นที่แห่งนี้ได้แรงบันดาลใจจากเฉดสีทองของขวดและรูปทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ และได้ถูกเนรมิตขึ้นอย่างประณีตด้วยการตกแต่งด้วยดอกไม้อันเขียวชอุ่ม ผสานเข้ากับลวดลาย Flora อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ถ่ายทอดจักรวาล Gucci Flora อย่างมีชีวิตชีวา พร้อมมอบประสบการณ์อันดื่มด่ำที่โอบล้อมทุกสัมผัส ราวกับการรังสรรค์กลิ่นหอมที่เผยตัวทีละเลเยอร์อย่างละเมียดละไม
นอกจากนั้นในการเฉลิมฉลองนี้ยังมีไฮไลท์ของงานอยู่ที่การปรากฏตัวของสองแบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญของ Gucci ใหม่ - ดาวิกา โฮร์เน่ และ กลัฟ - คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ พร้อมด้วยเหล่าเพอร์ฟูมเลิฟเวอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569
ร่วมสัมผัสเรื่องราวและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์จาก Gucci Flora คอลเล็กชั่นน้ำหอมยอดนิยมที่ทุกคนต่างหลงใหล ตั้งแต่ขวดแรกอย่าง Gucci Flora Gorgeous Gardenia, Gucci Flora Gorgeous Jasmine, Gucci Flora Gorgeous Magnolia, Gucci Flora Gorgeous Orchid สู่ความเข้มข้นขั้นสุดในเวอร์ชั่น Intense กับ Gucci Flora Gorgeous Gardenia Intense โดยล่าสุดได้เผยโฉมกลิ่นใหม่อย่าง Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense น้ำหอมแนวกูร์มองด์โทนอบอุ่นที่ให้ฟีลหวานละมุนกำลังดี มีชีวิตชีวา ผสานไว้ด้วยความแตกต่างที่ลงตัวของส่วนผสมซึ่งเป็นหัวใจหลักดั้งเดิมอย่าง Vanilla Orchid เคล้าไปกับกลิ่นโอโซนของ Salty Ozonic Accord ที่แฝงไปด้วยประกายสดชื่น ก่อนจะค่อยๆ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเบสโน้ตเข้มข้นจาก Dark Cocoa Accord มอบความรู้สึกนุ่มนวลลุ่มลึกราวกับโอบล้อมไว้ด้วยกอดอุ่น ซึ่งกลิ่นหอมใหม่นี้ได้เข้ามาเติมเต็มคอลเล็กชั่นจากรุ่นออริจินัลอย่าง Gucci Flora Gorgeous Orchid โดยนำกลิ่นอุ่นสไตล์แอมเบอร์มายกระดับความเย้ายวนอันเจิดจ้าของ Vanilla Orchid ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เกิดเป็นผลลัพธ์ของความสมดุลอันลงตัวระหว่างความหวานกลมกล่อมและความเปล่งประกายจากท้องทะเล สะท้อนถึงความแข็งแกร่งภายในและพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้สวมใส่
นอกจากนี้ยังมาพร้อมคอลเล็กชั่นเมคอัพลิมิเต็ดอิดิชั่น Gucci Flora ใหม่ล่าสุด ที่รังสรรค์ขึ้นผ่านแรงบันดาลใจจากพลังอันสดใสและมีชีวิตชีวาของ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense โดยหยิบยกเอาความโดดเด่นของกลิ่นหอมใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็น ความครีมมี่สุดเข้มข้น, ประกายโกลว์สีทอง และเสน่ห์อันอบอุ่น มาสร้างสรรค์เป็นคอลเล็กชั่นเมคอัพสุดพิเศษที่ควรค่าแก่การครอบครอง โดยในเซ็ตลิมิเต็ดอิดิชั่น ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์อายพาเลตต์และลิปสติกคู่สวย ได้แก่ Gucci Flora Eye Palette เฉด ‘Sunset Orchid’ ที่จัดเต็มมาถึง 10 สีสันในตลับเดียว ตั้งแต่โทนนิวทรัลสดใสไปจนถึงเฉดเข้มลึก พร้อมด้วยลิปสติก Gucci Flora Rouge de Beauté Brillant สี 122 ‘Eliza Ginger’ ที่มาในเฉดน้ำตาลโทนอุ่น และ สี 130 ‘Elsa Hazel’ สีอัลมอนด์ที่ผสานเบจเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการออกแบบแพคเกจจิ้งมาใหม่ในลวดลาย Flora อันเป็นเอกลักษณ์ โดยถูก ปกคลุมไปด้วยเถาไม้สีเขียวละเอียดที่ผลิบานด้วยดอกไม้สีชมพู เหลือง และฟ้าอ่อน สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดลุคเมคอัพหลากหลายดุจสวนดอกไม้ที่เปี่ยมจินตนาการ
โดยภายในงานนอกจากจะได้ดื่มด่ำกับการสำรวจโลกของ Gucci Flora พร้อมทั้งสัมผัสน้ำหอมและเมคอัพจาก Gucci Beauty อย่างครบครันแล้ว ยังเพลิดเพลินไปกับแอคทิวิตี้ต่างๆ ที่จะมาช่วยเติมเต็มประสบการณ์การช้อปของคุณให้น่าประทับใจยิ่งขึ้น อาทิ บริการห่อของขวัญและการสลักชื่ออักษรย่อลงบนไอเทมสุดโปรด พลาดไม่ได้กับมุมถ่ายรูปสุดแสนไอคอนิคบริเวณใจกลางของงานที่ยกเอาขวดน้ำหอม Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense ขนาดยักษ์ มาให้คุณครีเอทท่าโพสคู่กับน้ำหอมขวดสวยได้ตามใจชอบ ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยแสงสีทองอร่ามอันบอกเล่าถึงความหอมอบอุ่นของกลิ่นหอมใหม่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังพบกับสิทธิพิเศษอีกมากมาย เพียงซื้อน้ำหอม Gucci Flora แบบใดก็ได้ รับไปเลย Flower Giveaway กับการ์ด Gucci Flora เปี่ยมสไตล์ที่ดีไซน์ออกมาเป็นทรงขวดน้ำหอม ให้คุณเลือกจับคู่กับช่อดอกไม้แสนหวานหลากสีสัน และปิดท้ายด้วยกิจกรรมที่มาพร้อมเอ็กซ์คลูซีฟไอเทม Gucci Flora Charm เพียงซื้อ Gucci Flora ในขนาด 100 มล. กลิ่นใดก็ได้ รับทันที แอคเซสเซอรี่สุดพิเศษจากกุชชี่ที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น
โดยสามารถแวะมาช้อปปิ้งและสัมผัสกลิ่นหอมใหม่ของ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense พร้อมดื่มด่ำไปกับโลก ความงามในแบบฉบับกุชชี่ได้ที่ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense Pop-Up ณ Hall of Fame ชั้น M สยาม พารากอน ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 สิงหาคม 2569
Gucci Beauty เนรมิตป๊อบอัพ ต้อนรับการเปิดตัว Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense พร้อมนำเสนอคอลเล็กชั่นเมคอัพรุ่นลิมิเต็ด ที่อินสไปร์จากน้ำหอมกลิ่นล่าสุด
Gucci Beauty เนรมิตป๊อบอัพ ต้อนรับการเปิดตัว Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense พร้อมนำเสนอคอลเล็กชั่นเมคอัพรุ่นลิมิเต็ด ที่อินสไปร์จากน้ำหอมกลิ่นล่าสุดGucci Beauty (กุชชี่ บิวตี้) ขอเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ไปกับป๊อบอัพสุดพิเศษ ณ Hall of Fame ชั้น M สยามพารากอน เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวน้ำหอมใหม่ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense โดยพื้นที่แห่งนี้ได้แรงบันดาลใจจากเฉดสีทองของขวดและรูปทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ และได้ถูกเนรมิตขึ้นอย่างประณีตด้วยการตกแต่งด้วยดอกไม้อันเขียวชอุ่ม ผสานเข้ากับลวดลาย Flora อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ถ่ายทอดจักรวาล Gucci Flora อย่างมีชีวิตชีวา พร้อมมอบประสบการณ์อันดื่มด่ำที่โอบล้อมทุกสัมผัส ราวกับการรังสรรค์กลิ่นหอมที่เผยตัวทีละเลเยอร์อย่างละเมียดละไมนอกจากนั้นในการเฉลิมฉลองนี้ยังมีไฮไลท์ของงานอยู่ที่การปรากฏตัวของสองแบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญของ Gucci ใหม่ - ดาวิกา โฮร์เน่ และ กลัฟ - คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ พร้อมด้วยเหล่าเพอร์ฟูมเลิฟเวอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569ร่วมสัมผัสเรื่องราวและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์จาก Gucci Flora คอลเล็กชั่นน้ำหอมยอดนิยมที่ทุกคนต่างหลงใหล ตั้งแต่ขวดแรกอย่าง Gucci Flora Gorgeous Gardenia, Gucci Flora Gorgeous Jasmine, Gucci Flora Gorgeous Magnolia, Gucci Flora Gorgeous Orchid สู่ความเข้มข้นขั้นสุดในเวอร์ชั่น Intense กับ Gucci Flora Gorgeous Gardenia Intense โดยล่าสุดได้เผยโฉมกลิ่นใหม่อย่าง Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense น้ำหอมแนวกูร์มองด์โทนอบอุ่นที่ให้ฟีลหวานละมุนกำลังดี มีชีวิตชีวา ผสานไว้ด้วยความแตกต่างที่ลงตัวของส่วนผสมซึ่งเป็นหัวใจหลักดั้งเดิมอย่าง Vanilla Orchid เคล้าไปกับกลิ่นโอโซนของ Salty Ozonic Accord ที่แฝงไปด้วยประกายสดชื่น ก่อนจะค่อยๆ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเบสโน้ตเข้มข้นจาก Dark Cocoa Accord มอบความรู้สึกนุ่มนวลลุ่มลึกราวกับโอบล้อมไว้ด้วยกอดอุ่น ซึ่งกลิ่นหอมใหม่นี้ได้เข้ามาเติมเต็มคอลเล็กชั่นจากรุ่นออริจินัลอย่าง Gucci Flora Gorgeous Orchid โดยนำกลิ่นอุ่นสไตล์แอมเบอร์มายกระดับความเย้ายวนอันเจิดจ้าของ Vanilla Orchid ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เกิดเป็นผลลัพธ์ของความสมดุลอันลงตัวระหว่างความหวานกลมกล่อมและความเปล่งประกายจากท้องทะเล สะท้อนถึงความแข็งแกร่งภายในและพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้สวมใส่นอกจากนี้ยังมาพร้อมคอลเล็กชั่นเมคอัพลิมิเต็ดอิดิชั่น Gucci Flora ใหม่ล่าสุด ที่รังสรรค์ขึ้นผ่านแรงบันดาลใจจากพลังอันสดใสและมีชีวิตชีวาของ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense โดยหยิบยกเอาความโดดเด่นของกลิ่นหอมใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็น ความครีมมี่สุดเข้มข้น, ประกายโกลว์สีทอง และเสน่ห์อันอบอุ่น มาสร้างสรรค์เป็นคอลเล็กชั่นเมคอัพสุดพิเศษที่ควรค่าแก่การครอบครอง โดยในเซ็ตลิมิเต็ดอิดิชั่น ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์อายพาเลตต์และลิปสติกคู่สวย ได้แก่ Gucci Flora Eye Palette เฉด ‘Sunset Orchid’ ที่จัดเต็มมาถึง 10 สีสันในตลับเดียว ตั้งแต่โทนนิวทรัลสดใสไปจนถึงเฉดเข้มลึก พร้อมด้วยลิปสติก Gucci Flora Rouge de Beauté Brillant สี 122 ‘Eliza Ginger’ ที่มาในเฉดน้ำตาลโทนอุ่น และ สี 130 ‘Elsa Hazel’ สีอัลมอนด์ที่ผสานเบจเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการออกแบบแพคเกจจิ้งมาใหม่ในลวดลาย Flora อันเป็นเอกลักษณ์ โดยถูก ปกคลุมไปด้วยเถาไม้สีเขียวละเอียดที่ผลิบานด้วยดอกไม้สีชมพู เหลือง และฟ้าอ่อน สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดลุคเมคอัพหลากหลายดุจสวนดอกไม้ที่เปี่ยมจินตนาการโดยภายในงานนอกจากจะได้ดื่มด่ำกับการสำรวจโลกของ Gucci Flora พร้อมทั้งสัมผัสน้ำหอมและเมคอัพจาก Gucci Beauty อย่างครบครันแล้ว ยังเพลิดเพลินไปกับแอคทิวิตี้ต่างๆ ที่จะมาช่วยเติมเต็มประสบการณ์การช้อปของคุณให้น่าประทับใจยิ่งขึ้น อาทิ บริการห่อของขวัญและการสลักชื่ออักษรย่อลงบนไอเทมสุดโปรด พลาดไม่ได้กับมุมถ่ายรูปสุดแสนไอคอนิคบริเวณใจกลางของงานที่ยกเอาขวดน้ำหอม Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense ขนาดยักษ์ มาให้คุณครีเอทท่าโพสคู่กับน้ำหอมขวดสวยได้ตามใจชอบ ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยแสงสีทองอร่ามอันบอกเล่าถึงความหอมอบอุ่นของกลิ่นหอมใหม่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังพบกับสิทธิพิเศษอีกมากมาย เพียงซื้อน้ำหอม Gucci Flora แบบใดก็ได้ รับไปเลย Flower Giveaway กับการ์ด Gucci Flora เปี่ยมสไตล์ที่ดีไซน์ออกมาเป็นทรงขวดน้ำหอม ให้คุณเลือกจับคู่กับช่อดอกไม้แสนหวานหลากสีสัน และปิดท้ายด้วยกิจกรรมที่มาพร้อมเอ็กซ์คลูซีฟไอเทม Gucci Flora Charm เพียงซื้อ Gucci Flora ในขนาด 100 มล. กลิ่นใดก็ได้ รับทันที แอคเซสเซอรี่สุดพิเศษจากกุชชี่ที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้นโดยสามารถแวะมาช้อปปิ้งและสัมผัสกลิ่นหอมใหม่ของ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense พร้อมดื่มด่ำไปกับโลก ความงามในแบบฉบับกุชชี่ได้ที่ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense Pop-Up ณ Hall of Fame ชั้น M สยาม พารากอน ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 สิงหาคม 2569
พอล แอนด์ โจ เปิดตัวทินต์ลิปเจลใหม่ ถ่ายทอดสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง

เครื่องสำอาง PAUL & JOE (พอล แอนด์ โจ) จากประเทศฝรั่งเศส ถ่ายทอดความงดงามของสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง ผ่าน GEL TINT ROUGE ทินต์ลิปเจลใหม่ มอบสีสันสดใส เนื้อสัมผัสบางเบา ด้วยส่วนผสมของเม็ดสีทินต์สูตรน้ำที่ซึมซาบสู่ริมฝีปากได้อย่างรวดเร็ว ผสานชั้นเคลือบออยล์ใสที่ช่วยล็อกสีให้ติดทน เงางาม พร้อมส่วนผสมบำรุงจากธรรมชาติที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ริมฝีปากแลดูอิ่มเอิบ ฉ่ำวาวราวผลไม้เคลือบน้ำตาล มีให้เลือก 8 เฉดสี ราคาแท่งละ 1,090 บาท วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่เคาน์เตอร์ PAUL & JOE สาขาเซ็นทรัล ชิดลม และเซ็นทรัล เมกาบางนา หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Shopee และ Lazada
พอล แอนด์ โจ เปิดตัวทินต์ลิปเจลใหม่ ถ่ายทอดสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง
พอล แอนด์ โจ เปิดตัวทินต์ลิปเจลใหม่ ถ่ายทอดสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง เครื่องสำอาง PAUL & JOE (พอล แอนด์ โจ) จากประเทศฝรั่งเศส ถ่ายทอดความงดงามของสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง ผ่าน GEL TINT ROUGE ทินต์ลิปเจลใหม่ มอบสีสันสดใส เนื้อสัมผัสบางเบา ด้วยส่วนผสมของเม็ดสีทินต์สูตรน้ำที่ซึมซาบสู่ริมฝีปากได้อย่างรวดเร็ว ผสานชั้นเคลือบออยล์ใสที่ช่วยล็อกสีให้ติดทน เงางาม พร้อมส่วนผสมบำรุงจากธรรมชาติที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ริมฝีปากแลดูอิ่มเอิบ ฉ่ำวาวราวผลไม้เคลือบน้ำตาล มีให้เลือก 8 เฉดสี ราคาแท่งละ 1,090 บาท วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่เคาน์เตอร์ PAUL & JOE สาขาเซ็นทรัล ชิดลม และเซ็นทรัล เมกาบางนา หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Shopee และ Lazada
เตรียมใจละลาย! Dr.G ชวนแฟนๆ ลุ้นใกล้ชิด Byeon Woo Seok
ในแฟนมีตติ้งครั้งสำคัญกับ 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour
<The Secret Library> in Bangkok

Dr.G แบรนด์สกินแคร์อันดับ 1 ในเกาหลี เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในประเทศไทยในฐานะ Sponsor ของงาน 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour <The Secret Library> in Bangkok พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ แบรนด์ K-Derma Skincare ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านการแต่งตั้ง บยอนอูซอก (Byeon Woo Seok) นักแสดงเกาหลีใต้ชื่อดัง เป็น Global Ambassador ของแบรนด์
ก่อนการเดินทางสู่ประเทศไทย Dr.G ได้สร้างกระแสความสนใจจากการเปิด Dr.G Soothing Repair Lab ณ Olive Young สาขา Seongsu กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ในเดือนมิถุนายม 2569 โดยมี บยอนอูซอก เข้าร่วมงานในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่ได้สร้างปรากฎการณ์ “ซองซูแตก” ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่ครองใจคนเกาหลีมาอย่างยาวนาน
ล่าสุด Dr.G พร้อมส่งต่อประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับแฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนของงาน 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour <The Secret Library> in Bangkok ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ UOB LIVE, EMSPHERE และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการกลับมาของบยอนอูซอกในประเทศไทย Dr.G ได้เตรียมของขวัญสุดพิเศษในแฟน ๆ ชาวไทย ผ่านการจัดกิจกรรม "ลุ้นเป็น 40 Lucky Fans" มอบโอกาสให้แฟนคลับของ Dr.G และบยอนอูซอก ได้ร่วมสัมผัสโมเมนต์สุดประทับใจภายในงานแฟนมีตติ้ง โดยผู้โชคดีจำนวน 40 ท่าน จะได้รับบัตรเข้าร่วมงาน มูลค่า 5,000 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์มาตรฐาน ได้แก่ Photocard (2 Versions) และ Official Poster
ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ง่ายๆ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ Dr.G ชิ้นใดก็ได้ ขั้นต่ำ 899 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ จากร้านค้าที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 - 27 กรกฎาคม 2569 และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ผ่านช่องทาง @dr.gthailand ติดตามรายละเอียดและวิธีการลงทะเบียนกิจกรรม เพิ่มเติมได้ที่ LINE OA : @dr.gthailand
การสนับสนุนแฟนมีตติ้งครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ Dr.G ในการเชื่อมโยงการดูแลผิวเข้ากับไลฟ์สไตล์และ K-Culture ภายใต้ความเชื่อว่า “ผิวสุขภาพดีคือจุดเริ่มต้นของความมั่นใจ” พร้อมเดินหน้ารังสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยนและมีประสิทธิภาพ ที่ได้รับการคิดค้นพัฒนาจากแพทย์ผิวหนังแถวหน้าของประเทศเกาหลีใต้ เพื่อส่งต่อประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
#DrG #DrGThailand #DrGมีอูซอก #NO1สกินแคร์จากเกาหลี
เตรียมใจละลาย! Dr.G ชวนแฟนๆ ลุ้นใกล้ชิด Byeon Woo Seok ในแฟนมีตติ้งครั้งสำคัญกับ 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour
เตรียมใจละลาย! Dr.G ชวนแฟนๆ ลุ้นใกล้ชิด Byeon Woo Seok ในแฟนมีตติ้งครั้งสำคัญกับ 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour in Bangkok Dr.G แบรนด์สกินแคร์อันดับ 1 ในเกาหลี เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในประเทศไทยในฐานะ Sponsor ของงาน 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour in Bangkok พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ แบรนด์ K-Derma Skincare ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านการแต่งตั้ง บยอนอูซอก (Byeon Woo Seok) นักแสดงเกาหลีใต้ชื่อดัง เป็น Global Ambassador ของแบรนด์ก่อนการเดินทางสู่ประเทศไทย Dr.G ได้สร้างกระแสความสนใจจากการเปิด Dr.G Soothing Repair Lab ณ Olive Young สาขา Seongsu กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ในเดือนมิถุนายม 2569 โดยมี บยอนอูซอก เข้าร่วมงานในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่ได้สร้างปรากฎการณ์ “ซองซูแตก” ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่ครองใจคนเกาหลีมาอย่างยาวนาน ล่าสุด Dr.G พร้อมส่งต่อประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับแฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนของงาน 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour in Bangkok ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ UOB LIVE, EMSPHERE และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการกลับมาของบยอนอูซอกในประเทศไทย Dr.G ได้เตรียมของขวัญสุดพิเศษในแฟน ๆ ชาวไทย ผ่านการจัดกิจกรรม "ลุ้นเป็น 40 Lucky Fans" มอบโอกาสให้แฟนคลับของ Dr.G และบยอนอูซอก ได้ร่วมสัมผัสโมเมนต์สุดประทับใจภายในงานแฟนมีตติ้ง โดยผู้โชคดีจำนวน 40 ท่าน จะได้รับบัตรเข้าร่วมงาน มูลค่า 5,000 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์มาตรฐาน ได้แก่ Photocard (2 Versions) และ Official Posterผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ง่ายๆ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ Dr.G ชิ้นใดก็ได้ ขั้นต่ำ 899 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ จากร้านค้าที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 - 27 กรกฎาคม 2569 และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ผ่านช่องทาง @dr.gthailand ติดตามรายละเอียดและวิธีการลงทะเบียนกิจกรรม เพิ่มเติมได้ที่ LINE OA : @dr.gthailand การสนับสนุนแฟนมีตติ้งครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ Dr.G ในการเชื่อมโยงการดูแลผิวเข้ากับไลฟ์สไตล์และ K-Culture ภายใต้ความเชื่อว่า “ผิวสุขภาพดีคือจุดเริ่มต้นของความมั่นใจ” พร้อมเดินหน้ารังสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยนและมีประสิทธิภาพ ที่ได้รับการคิดค้นพัฒนาจากแพทย์ผิวหนังแถวหน้าของประเทศเกาหลีใต้ เพื่อส่งต่อประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง#DrG #DrGThailand #DrGมีอูซอก #NO1สกินแคร์จากเกาหลี

บี.กริม ฟาร์มา บริษัทด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์สู่การดูแลผิวอย่างยั่งยืน เปิดตัว EXXÉ PRO-AGE ผลิตภัณฑ์สกินแคร์นวัตกรรมใหม่ ‘Natural Repair Intelligence’ จากงานวิจัยไทย โดยทีมวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ และนวัตกรรมการผลิตพร้อมเทคโนโลยีความงามชั้นนำจากเกาหลีใต้ เพื่อส่งมอบแนวทางการดูแลผิวที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความงามภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับสุขภาพผิวและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ บี.กริม ฟาร์มา มุ่งมั่นยกระดับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพคุณภาพสูงผ่านนวัตกรรม งานวิจัย และมาตรฐานการผลิตระดับสากล โดยเล็งเห็นว่าแนวคิดเรื่อง Healthy Aging และ Skin Longevity กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองการดูแลตัวเองเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่แค่ให้ดูอ่อนเยาว์ แต่รวมถึงให้ผิวมีความสดใส มีพลัง และสุขภาพดีในทุกช่วงวัย จึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพสู่การพัฒนานวัตกรรมการดูแลผิวที่มีรากฐานจากวิทยาศาสตร์และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้จริง
คุณคาโรลีน ลิงค์ ประธานร่วม บี.กริม ฟาร์มา กล่าวว่า “บี.กริม ฟาร์มา กำลังสร้างนิยามใหม่ให้แบรนด์ EXXÉ (เอ็กเซ่) โดยก้าวข้ามกรอบของ Anti-Aging แบบเดิมๆ ไปสู่แนวคิด Skin Longevity หรือการสร้างความยั่งยืนให้โครงสร้างผิวแข็งแรงจากภายใน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกและมองหาผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ‘EXXÉ PRO-AGE RANGE’ เกิดจากความตั้งใจของบี.กริม ฟาร์มา ในการนำองค์ความรู้ด้านสุขภาพและงานวิจัยที่น่าเชื่อถือมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวของผู้บริโภคไทยอย่างแท้จริง โดยร่วมมือกับทีมนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์
จุฬาฯ นำทีมโดยศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการฟื้นฟูเซลล์ผิวยาวนานกว่า 40 ปี โดยนำองค์ความรู้จากการศึกษาคุณสมบัติของสารคัดหลั่งจากหอยทากบกและกลไกการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติมาต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมสกินแคร์กับนวัตกรรม ‘Natural Repair Intelligence’ ขณะเดียวกัน เรายังผสานความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรมความงามจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อส่งมอบสกินแคร์ที่มีรากฐานจากวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ภายใต้ความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อมาตรฐานด้านสุขภาพของ บี.กริม ฟาร์มา (B.GRIMM Pharma) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ บี.กริม กรุ๊ป ที่มีประวัติศาสตร์เคียงคู่สังคมไทยมานานกว่า 148 ปี”
ศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ร่วมคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ EXXE PRO-AGE กล่าวว่า “ทีมวิจัย ได้มีการทำงานวิจัยกว่า 40 ปี และค้นพบว่าหอยทากไทยในเขตร้อนมี ‘พลังการฟื้นฟู’ ที่เข้มข้นกว่าหอยทากเมืองหนาวหลายเท่า ซึ่งประเทศไทยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย ของหอยทากกว่า 600 สายพันธุ์ และด้วยสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายทั้งรังสี UV ที่เข้มข้นและเชื้อโรคที่หลากหลาย ทำให้หอยทากไทยต้องผลิต “เมือก” ที่มีสารบำรุงเข้มข้นกว่าหอยทากเมืองหนาวเพื่อปกป้องตัวเอง”
ความร่วมมือกับทาง บี.กริม ฟาร์มา ได้มีนำสารสกัดจาก “หอยทากนวล” ที่เด่นเรื่องความชุ่มชื้น และ “หอยทากสยาม” ที่โดดเด่นเรื่องการซ่อมแซมผิว มาผสานเข้าด้วยกันด้วยกรรมวิธีที่จดสิทธิบัตร เพื่อสร้างมาตรฐาน Best in Class ผลักดันนวัตกรรมไทยสู่ระดับสากล
นอกจากนั้น ได้ผสมผสานเมือกหอยทากเข้ากับสารสกัดจาก “กล้วยไม้ตระกูลหวาย” (Dendrobium) สูตรลับที่สร้างการเสริมฤทธิ์อย่างลงตัว ซึ่งในกล้วยไม้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟีนอล (Phenolic compounds) และแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) สูงมาก ช่วยปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดการสร้างเม็ดสี เพื่อผิวที่ดู กระจ่างใสและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น และมีงานวิจัยรองรับว่าแอนโทไซยานินช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซม DNA ของผิว ที่ถูกทำลายจากแสงแดดและมลภาวะ PM 2.5 ได้
“บี.กริม ฟาร์มา และ ทีมนักวิจัย จาก คณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ มีปรัชญาร่วมกัน คือ Active Concentration หรือการ ใส่สารสำคัญในปริมาณที่เห็นผลจริงตามงานวิจัย ไม่ใช่การใส่เพียงน้อยนิดเพื่อหวังผลทางการตลาด ทีมวิจัยได้จดสิทธิบัตรวิธีการสกัดเมือกหอยทาก จากส่วนแมนเทิล (mantle) ให้ได้ความเข้มข้นสูงสุดและปราศจากเชื้อ และมีการตรวจสอบ ทุกขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจว่าสารทุกตัวมีความเข้มข้นในระดับที่ออกฤทธิ์จริง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ระดับ World-class จากทรัพยากรไทย" ศ.ดร.อัญชลี กล่าว
EXXÉ PRO-AGE สกินแคร์ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลผิวอย่างมืออาชีพในทุกช่วงวัย ประกอบด้วย 2 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ EXXÉ PRO-AGE Serum ปลุกพลังผิว ให้ดูอ่อนเยาว์ มีชีวิตชีวา เซรั่ม ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนล้าจากความเครียดและมลภาวะ ให้กลับมาดูสดใส มีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับผู้ยังไม่มีริ้วรอยลึก ต้องการผิวดูชุ่มชื้นสดใส แข็งแรง ไม่ดูอ่อนล้า และป้องกันการเกิดปัญหาผิว กับแนวคิด ‘Start Young, Stay Young’ และ EXXÉ PRO-AGE+ Serum ที่ให้ผิวยัง (Young) ฟิต ผิวเฟิร์ม สุขภาพดี ชะลอสัญญาณแห่งวัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวทีมีริ้วรอย หย่อนคล้อย ต้องการผิวเรียบกระชับ ผิวแข็งแรงสุขภาพดีดู อ่อนเยาว์ในทุกช่วงเวลา กับแนวคิด ‘Stay Young and Longevity’
หัวใจสำคัญของ EXXÉ PRO-AGE ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ คือ นวัตกรรม Natural Repair Intelligence การผสมผสานของเมือกหอยทากจากส่วนท้ายทอย เข้ากับสารสกัดจากกล้วยไม้ตระกูลหวาย (Dendrobium) สูตรลับที่สร้างการเสริมฤทธิ์ อย่างลงตัว เพื่อปกป้องและซ่อมแซมผิวจากธรรมชาติ
โดยสารสกัดจากบริเวณท้ายทอยของหอยทากไทย (Snail Mantle Mucin Extract) เป็นส่วนที่อุดมไปด้วยสารบำรุงตามธรรมชาติ หอยทากไทยที่อาศัยอยู่ในสภาพอากาศเขตร้อนต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูง รังสี UV ที่เข้มข้น และเชื้อจุลินทรีย์ที่หลากหลาย จึงมีกลไกการสร้างเมือกเพื่อปกป้องและฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติที่เข้มข้นกว่าหอยทากในเขตหนาว ส่งผลให้ สารสกัดชนิดนี้อุดมไปด้วยสารสำคัญถึง 6 ชนิด ได้แก่
· อัลแลนโทอิน (Allantoin) ช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน
· ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความอิ่มฟูให้ผิว
· ไกลโคลิก แอซิด (Glycolic Acid) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
· โปรตีน (Protein) เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างผิว
· คอปเปอร์ (Copper) ช่วยให้ผิวแลดูกระชับและลดเลือนริ้วรอย
· เปปไทด์ (Peptides) ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
เสริมประสิทธิภาพด้วยสารสกัดจากดอกกล้วยไม้ (Orchid Extract - Dendrobium) ซึ่งอุดมด้วย ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ช่วยฟื้นบำรุงและปลอบประโลมผิว โพลีแซคคาไรน์ (Polysaccharides) ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น และวิตามินและแร่ธาตุ (Vitamin & Minerals) ที่ช่วยให้ผิวแลดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี และคงความอ่อนเยาว์ในระยะยาว
โดยในสูตร EXXÉ PRO-AGE+ Serum จะเพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้นด้วยการผสาน Encapsulated Collagen Peptide ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิวให้ดูเฟิร์มกระชับ อิ่มฟู พร้อม NMN (Nicotinamide Mononucleotide) ช่วยเพิ่มพลังงานระดับเซลล์ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับคนมีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อยต้องการผิวเรียบกระชับ เพื่อผิวแข็งแรงสุขภาพดีดูอ่อนเยาว์ในทุกช่วงเวลา
การเปิดตัว EXXÉ PRO-AGE ในครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ บี.กริม ฟาร์มา ที่ต้องการต่อยอดคุณค่าของงานวิจัยไทยสู่การใช้งานจริง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงนวัตกรรมที่มีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์และได้รับการพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญชาวไทยที่เข้าใจบริบท สภาพแวดล้อม และความต้องการของคนไทยอย่างแท้จริง
EXXÉ PRO-AGE Serum และ EXXÉ PRO-AGE+ Serum พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ Watsons และ ช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada และ TikTok Shop
บี.กริม ฟาร์มา เปิดตัว EXXÉ PRO-AGE นวัตกรรม Natural Repair Intelligence จากงานวิจัยไทยและนวัตกรรมความงามจากเกาหลี เพื่อการดูแลผิวสวยสุขภาพดีในระยะยาว
บี.กริม ฟาร์มา บริษัทด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์สู่การดูแลผิวอย่างยั่งยืน เปิดตัว EXXÉ PRO-AGE ผลิตภัณฑ์สกินแคร์นวัตกรรมใหม่ ‘Natural Repair Intelligence’ จากงานวิจัยไทย โดยทีมวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ และนวัตกรรมการผลิตพร้อมเทคโนโลยีความงามชั้นนำจากเกาหลีใต้ เพื่อส่งมอบแนวทางการดูแลผิวที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความงามภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับสุขภาพผิวและคุณภาพชีวิตในระยะยาวตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ บี.กริม ฟาร์มา มุ่งมั่นยกระดับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพคุณภาพสูงผ่านนวัตกรรม งานวิจัย และมาตรฐานการผลิตระดับสากล โดยเล็งเห็นว่าแนวคิดเรื่อง Healthy Aging และ Skin Longevity กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองการดูแลตัวเองเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่แค่ให้ดูอ่อนเยาว์ แต่รวมถึงให้ผิวมีความสดใส มีพลัง และสุขภาพดีในทุกช่วงวัย จึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพสู่การพัฒนานวัตกรรมการดูแลผิวที่มีรากฐานจากวิทยาศาสตร์และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้จริงคุณคาโรลีน ลิงค์ ประธานร่วม บี.กริม ฟาร์มา กล่าวว่า “บี.กริม ฟาร์มา กำลังสร้างนิยามใหม่ให้แบรนด์ EXXÉ (เอ็กเซ่) โดยก้าวข้ามกรอบของ Anti-Aging แบบเดิมๆ ไปสู่แนวคิด Skin Longevity หรือการสร้างความยั่งยืนให้โครงสร้างผิวแข็งแรงจากภายใน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกและมองหาผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ‘EXXÉ PRO-AGE RANGE’ เกิดจากความตั้งใจของบี.กริม ฟาร์มา ในการนำองค์ความรู้ด้านสุขภาพและงานวิจัยที่น่าเชื่อถือมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวของผู้บริโภคไทยอย่างแท้จริง โดยร่วมมือกับทีมนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ นำทีมโดยศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการฟื้นฟูเซลล์ผิวยาวนานกว่า 40 ปี โดยนำองค์ความรู้จากการศึกษาคุณสมบัติของสารคัดหลั่งจากหอยทากบกและกลไกการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติมาต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมสกินแคร์กับนวัตกรรม ‘Natural Repair Intelligence’ ขณะเดียวกัน เรายังผสานความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรมความงามจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อส่งมอบสกินแคร์ที่มีรากฐานจากวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ภายใต้ความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อมาตรฐานด้านสุขภาพของ บี.กริม ฟาร์มา (B.GRIMM Pharma) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ บี.กริม กรุ๊ป ที่มีประวัติศาสตร์เคียงคู่สังคมไทยมานานกว่า 148 ปี”ศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ร่วมคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ EXXE PRO-AGE กล่าวว่า “ทีมวิจัย ได้มีการทำงานวิจัยกว่า 40 ปี และค้นพบว่าหอยทากไทยในเขตร้อนมี ‘พลังการฟื้นฟู’ ที่เข้มข้นกว่าหอยทากเมืองหนาวหลายเท่า ซึ่งประเทศไทยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย ของหอยทากกว่า 600 สายพันธุ์ และด้วยสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายทั้งรังสี UV ที่เข้มข้นและเชื้อโรคที่หลากหลาย ทำให้หอยทากไทยต้องผลิต “เมือก” ที่มีสารบำรุงเข้มข้นกว่าหอยทากเมืองหนาวเพื่อปกป้องตัวเอง”ความร่วมมือกับทาง บี.กริม ฟาร์มา ได้มีนำสารสกัดจาก “หอยทากนวล” ที่เด่นเรื่องความชุ่มชื้น และ “หอยทากสยาม” ที่โดดเด่นเรื่องการซ่อมแซมผิว มาผสานเข้าด้วยกันด้วยกรรมวิธีที่จดสิทธิบัตร เพื่อสร้างมาตรฐาน Best in Class ผลักดันนวัตกรรมไทยสู่ระดับสากลนอกจากนั้น ได้ผสมผสานเมือกหอยทากเข้ากับสารสกัดจาก “กล้วยไม้ตระกูลหวาย” (Dendrobium) สูตรลับที่สร้างการเสริมฤทธิ์อย่างลงตัว ซึ่งในกล้วยไม้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟีนอล (Phenolic compounds) และแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) สูงมาก ช่วยปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดการสร้างเม็ดสี เพื่อผิวที่ดู กระจ่างใสและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น และมีงานวิจัยรองรับว่าแอนโทไซยานินช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซม DNA ของผิว ที่ถูกทำลายจากแสงแดดและมลภาวะ PM 2.5 ได้“บี.กริม ฟาร์มา และ ทีมนักวิจัย จาก คณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ มีปรัชญาร่วมกัน คือ Active Concentration หรือการ ใส่สารสำคัญในปริมาณที่เห็นผลจริงตามงานวิจัย ไม่ใช่การใส่เพียงน้อยนิดเพื่อหวังผลทางการตลาด ทีมวิจัยได้จดสิทธิบัตรวิธีการสกัดเมือกหอยทาก จากส่วนแมนเทิล (mantle) ให้ได้ความเข้มข้นสูงสุดและปราศจากเชื้อ และมีการตรวจสอบ ทุกขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจว่าสารทุกตัวมีความเข้มข้นในระดับที่ออกฤทธิ์จริง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ระดับ World-class จากทรัพยากรไทย" ศ.ดร.อัญชลี กล่าวEXXÉ PRO-AGE สกินแคร์ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลผิวอย่างมืออาชีพในทุกช่วงวัย ประกอบด้วย 2 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ EXXÉ PRO-AGE Serum ปลุกพลังผิว ให้ดูอ่อนเยาว์ มีชีวิตชีวา เซรั่ม ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนล้าจากความเครียดและมลภาวะ ให้กลับมาดูสดใส มีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับผู้ยังไม่มีริ้วรอยลึก ต้องการผิวดูชุ่มชื้นสดใส แข็งแรง ไม่ดูอ่อนล้า และป้องกันการเกิดปัญหาผิว กับแนวคิด ‘Start Young, Stay Young’ และ EXXÉ PRO-AGE+ Serum ที่ให้ผิวยัง (Young) ฟิต ผิวเฟิร์ม สุขภาพดี ชะลอสัญญาณแห่งวัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวทีมีริ้วรอย หย่อนคล้อย ต้องการผิวเรียบกระชับ ผิวแข็งแรงสุขภาพดีดู อ่อนเยาว์ในทุกช่วงเวลา กับแนวคิด ‘Stay Young and Longevity’หัวใจสำคัญของ EXXÉ PRO-AGE ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ คือ นวัตกรรม Natural Repair Intelligence การผสมผสานของเมือกหอยทากจากส่วนท้ายทอย เข้ากับสารสกัดจากกล้วยไม้ตระกูลหวาย (Dendrobium) สูตรลับที่สร้างการเสริมฤทธิ์ อย่างลงตัว เพื่อปกป้องและซ่อมแซมผิวจากธรรมชาติโดยสารสกัดจากบริเวณท้ายทอยของหอยทากไทย (Snail Mantle Mucin Extract) เป็นส่วนที่อุดมไปด้วยสารบำรุงตามธรรมชาติ หอยทากไทยที่อาศัยอยู่ในสภาพอากาศเขตร้อนต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูง รังสี UV ที่เข้มข้น และเชื้อจุลินทรีย์ที่หลากหลาย จึงมีกลไกการสร้างเมือกเพื่อปกป้องและฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติที่เข้มข้นกว่าหอยทากในเขตหนาว ส่งผลให้ สารสกัดชนิดนี้อุดมไปด้วยสารสำคัญถึง 6 ชนิด ได้แก่· อัลแลนโทอิน (Allantoin) ช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน· ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความอิ่มฟูให้ผิว· ไกลโคลิก แอซิด (Glycolic Acid) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว· โปรตีน (Protein) เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างผิว· คอปเปอร์ (Copper) ช่วยให้ผิวแลดูกระชับและลดเลือนริ้วรอย· เปปไทด์ (Peptides) ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติเสริมประสิทธิภาพด้วยสารสกัดจากดอกกล้วยไม้ (Orchid Extract - Dendrobium) ซึ่งอุดมด้วย ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ช่วยฟื้นบำรุงและปลอบประโลมผิว โพลีแซคคาไรน์ (Polysaccharides) ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น และวิตามินและแร่ธาตุ (Vitamin & Minerals) ที่ช่วยให้ผิวแลดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี และคงความอ่อนเยาว์ในระยะยาวโดยในสูตร EXXÉ PRO-AGE+ Serum จะเพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้นด้วยการผสาน Encapsulated Collagen Peptide ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิวให้ดูเฟิร์มกระชับ อิ่มฟู พร้อม NMN (Nicotinamide Mononucleotide) ช่วยเพิ่มพลังงานระดับเซลล์ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับคนมีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อยต้องการผิวเรียบกระชับ เพื่อผิวแข็งแรงสุขภาพดีดูอ่อนเยาว์ในทุกช่วงเวลาการเปิดตัว EXXÉ PRO-AGE ในครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ บี.กริม ฟาร์มา ที่ต้องการต่อยอดคุณค่าของงานวิจัยไทยสู่การใช้งานจริง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงนวัตกรรมที่มีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์และได้รับการพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญชาวไทยที่เข้าใจบริบท สภาพแวดล้อม และความต้องการของคนไทยอย่างแท้จริงEXXÉ PRO-AGE Serum และ EXXÉ PRO-AGE+ Serum พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ Watsons และ ช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada และ TikTok Shop
ฟื้นบำรุงผมเสียระดับซาลอนด้วย Wella Ultimate Repair

Wella Professionals Thailand
แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมชั้นนำในเครือ โอซีซี กรุ๊ป แนะนำ ‘Wella Ultimate Repair’ นวัตกรรมฟื้นบำรุงและซ่อมแซมเส้นผมอย่างล้ำลึก ผสานด้วยส่วนผสม Alpha-Hydroxy Acid (AHA) และ Omega-9 ที่ช่วยฟื้นบำรุงผมเสียจากโครงสร้างเส้นผมภายใน 90 วินาที พร้อมปกป้องเส้นผมจากความเสียหายในชีวิตประจำวัน ให้กลับมาแข็งแรง นุ่มลื่น และเงางาม ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมเสีย ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่างครบวงจร ได้แก่ Shampoo ราคา 1,100 บาท (250 ml),
Conditioner ราคา 1,150 บาท (200 ml), Mask ราคา 1,300 บาท (150 ml), Miracle Hair Rescue ราคา 2,250 บาท (95 ml), 5-in-1 Protective Leave-In ราคา 1,150 บาท (95 ml) และ Ultimate Repair Night Serum ราคา 2,250 บาท (95 ml) วางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Wella Professionals Thailand ทุกแพลตฟอร์ม
ฟื้นบำรุงผมเสียระดับซาลอนด้วย Wella Ultimate Repair
ฟื้นบำรุงผมเสียระดับซาลอนด้วย Wella Ultimate RepairWella Professionals Thailand แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมชั้นนำในเครือ โอซีซี กรุ๊ป แนะนำ ‘Wella Ultimate Repair’ นวัตกรรมฟื้นบำรุงและซ่อมแซมเส้นผมอย่างล้ำลึก ผสานด้วยส่วนผสม Alpha-Hydroxy Acid (AHA) และ Omega-9 ที่ช่วยฟื้นบำรุงผมเสียจากโครงสร้างเส้นผมภายใน 90 วินาที พร้อมปกป้องเส้นผมจากความเสียหายในชีวิตประจำวัน ให้กลับมาแข็งแรง นุ่มลื่น และเงางาม ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมเสีย ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่างครบวงจร ได้แก่ Shampoo ราคา 1,100 บาท (250 ml), Conditioner ราคา 1,150 บาท (200 ml), Mask ราคา 1,300 บาท (150 ml), Miracle Hair Rescue ราคา 2,250 บาท (95 ml), 5-in-1 Protective Leave-In ราคา 1,150 บาท (95 ml) และ Ultimate Repair Night Serum ราคา 2,250 บาท (95 ml) วางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Wella Professionals Thailand ทุกแพลตฟอร์ม
‘ฝ้า’ ปัญหาใหญ่ของผิวหน้า กิฟฟารีนแนะปลดล็อกความกังวลใจ
ด้วยตัวช่วยบล็อก ‘ฝ้า’ คืนความมั่นใจให้ผิว

หากเอ่ยถึง ‘ฝ้า’ ก็จะทำให้ตามมาด้วยความกลุ้มใจ กังวลใจ และต้องถอนหายใจกับรอยคล้ำที่เกิดขึ้นบนใบหน้า เพราะนำมาซึ่งความไม่มั่นใจ แม้จะปกปิดได้ด้วยเครื่องสำอาง แต่เพียงแค่ชั่วคราว หลังทำความสะอาดก็กลับสู่ความจริงที่ว่า ‘ฝ้า’ ยังอยู่บนใบหน้าเหมือนเดิม ร่องรอยจากความไม่สม่ำเสมอของสีผิวจากฝ้า ที่ทำให้ใบหน้าดูหมองคล้ำ ดูมีอายุ ดูไม่สดใส กลายเป็นปัญหาผิวที่ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจและการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สีผิวหน้าสม่ำเสมอ และเรียบเนียนมากที่สุด
โดย ‘ฝ้า’ เป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสี ผลิตเม็ดสีเมลานินมากกว่าปกติ จนเกิดเป็นรอยสีน้ำตาลบนผิวหน้า และยังมีอีกหลายปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าทั้ง แสงแดดและรังสี UV แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ โทรศัพท์มือถือ ฮอร์โมนที่เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ หรือการใช้ยาคุมกำเนิด รวมไปถึงพันธุกรรม
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า คือ แสงแดดและแสงจากหน้าจอ แต่ยังมีสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดฝ้าได้ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดแรง การพกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น ร่ม หมวก สวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันแสงแดด การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเพียงพอ ที่ช่วยป้องกันรังสี UV ได้ รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อดูแลปัญหาฝ้าที่คอยกวนใจ
กิฟฟารีน (Giffarine) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย พร้อมดูแลและคืนความมั่นใจให้ผิว ด้วย ‘Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum’ เซรั่มทาฝ้า ที่ช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำได้หลายระดับ พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนัง อัดแน่นสารสำคัญเข้มข้น ที่มีงานวิจัยรองรับด้านการดูแลฝ้า กระ จุดด่างดำ และโดดเด่นด้วยการใช้ Dual Delivery Technology เทคโนโลยีนำส่งสารสำคัญขั้นสูง เพื่อจัดการเม็ดสีผิวที่เป็นต้นเหตุการเกิดฝ้า โดยมีความแม่นยำและลึกถึงต้นตอ ผสานสารสำคัญ 5% Niosomal Tranexon ที่เป็นตัวช่วยระบบนําส่ง ช่วยให้ซึมผ่านผิวได้ดี ไม่ทําลายปราการผิว จัดการฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบไม่ทำร้ายผิว พร้อมด้วย 2% Nanojet Melabrill นวัตกรรมนําส่งสารสำคัญที่แม่นยํา ช่วยให้สารซึมเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น มีความเข้มข้น จัดการเม็ดสีผิวอย่างอ่อนโยน และยังคงประสิทธิภาพสูงสุด
เซรั่มทาฝ้าที่จัดการครบทุกสาเหตุปัญหาฝ้า สามารถหยุดวงจรการเกิดฝ้าตั้งแต่ต้นตอ โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ลดเลือนฝ้าเก่า ป้องกันฝ้าใหม่ ด้วย 4 Step โดยหยุดสัญญาณผิวหมองคล้ำตั้งแต่เริ่มต้น ดูแลสมดุลเม็ดสี บล็อกความหมองคล้ำ และ ผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ ที่สำคัญหลังหยุดใช้ไม่ Re-Bound (ปรากฏการณ์ฝ้าตีกลับ) หมายถึง การเกิดฝ้าที่เข้มขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถทา Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum บาง ๆ บนผิวหน้า เฉพาะบริเวณที่มีฝ้า กระ จุดด่างดำ และหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ใช้ได้เป็นประจำทุกวันทั้งเช้าและเย็น โดยช่วงเช้าควรใช้คู่กับครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอ สำหรับช่วงเย็นควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ร่วมด้วย และควรสลับเวลาการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี, Retinoids หรือ สารที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA, PHA กับการใช้ Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum เช่น ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีในช่วงเช้า ให้สลับใช้ Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum ในช่วงกลางคืน
แม้จะเป็นฝ้า แต่อย่าเพิ่งถอดใจ เมื่อมีความเข้าใจถึงสาเหตุ วิธีป้องกันและดูแลเพื่อลดเลือนฝ้าอย่างถูกต้อง ก็สามารถกู้ผิวที่สดใสกลับคืนมาได้ เซรั่มทาฝ้าที่จะมาดูแลปัญหาฝ้ากวนใจ ให้กลายเป็นร่องรอยของอดีตที่ถูกบล็อก ดูแลผิวที่มีจุดหมองคล้ำให้แลดูกระจ่างใส สีผิวดูสม่ำเสมอ เสริมความมั่นใจเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ
‘ฝ้า’ ปัญหาใหญ่ของผิวหน้า กิฟฟารีนแนะปลดล็อกความกังวลใจ ด้วยตัวช่วยบล็อก ‘ฝ้า’ คืนความมั่นใจให้ผิว
‘ฝ้า’ ปัญหาใหญ่ของผิวหน้า กิฟฟารีนแนะปลดล็อกความกังวลใจด้วยตัวช่วยบล็อก ‘ฝ้า’ คืนความมั่นใจให้ผิวหากเอ่ยถึง ‘ฝ้า’ ก็จะทำให้ตามมาด้วยความกลุ้มใจ กังวลใจ และต้องถอนหายใจกับรอยคล้ำที่เกิดขึ้นบนใบหน้า เพราะนำมาซึ่งความไม่มั่นใจ แม้จะปกปิดได้ด้วยเครื่องสำอาง แต่เพียงแค่ชั่วคราว หลังทำความสะอาดก็กลับสู่ความจริงที่ว่า ‘ฝ้า’ ยังอยู่บนใบหน้าเหมือนเดิม ร่องรอยจากความไม่สม่ำเสมอของสีผิวจากฝ้า ที่ทำให้ใบหน้าดูหมองคล้ำ ดูมีอายุ ดูไม่สดใส กลายเป็นปัญหาผิวที่ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจและการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สีผิวหน้าสม่ำเสมอ และเรียบเนียนมากที่สุดโดย ‘ฝ้า’ เป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสี ผลิตเม็ดสีเมลานินมากกว่าปกติ จนเกิดเป็นรอยสีน้ำตาลบนผิวหน้า และยังมีอีกหลายปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าทั้ง แสงแดดและรังสี UV แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ โทรศัพท์มือถือ ฮอร์โมนที่เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ หรือการใช้ยาคุมกำเนิด รวมไปถึงพันธุกรรมหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า คือ แสงแดดและแสงจากหน้าจอ แต่ยังมีสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดฝ้าได้ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดแรง การพกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น ร่ม หมวก สวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันแสงแดด การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเพียงพอ ที่ช่วยป้องกันรังสี UV ได้ รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อดูแลปัญหาฝ้าที่คอยกวนใจกิฟฟารีน (Giffarine) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย พร้อมดูแลและคืนความมั่นใจให้ผิว ด้วย ‘Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum’ เซรั่มทาฝ้า ที่ช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำได้หลายระดับ พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนัง อัดแน่นสารสำคัญเข้มข้น ที่มีงานวิจัยรองรับด้านการดูแลฝ้า กระ จุดด่างดำ และโดดเด่นด้วยการใช้ Dual Delivery Technology เทคโนโลยีนำส่งสารสำคัญขั้นสูง เพื่อจัดการเม็ดสีผิวที่เป็นต้นเหตุการเกิดฝ้า โดยมีความแม่นยำและลึกถึงต้นตอ ผสานสารสำคัญ 5% Niosomal Tranexon ที่เป็นตัวช่วยระบบนําส่ง ช่วยให้ซึมผ่านผิวได้ดี ไม่ทําลายปราการผิว จัดการฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบไม่ทำร้ายผิว พร้อมด้วย 2% Nanojet Melabrill นวัตกรรมนําส่งสารสำคัญที่แม่นยํา ช่วยให้สารซึมเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น มีความเข้มข้น จัดการเม็ดสีผิวอย่างอ่อนโยน และยังคงประสิทธิภาพสูงสุดเซรั่มทาฝ้าที่จัดการครบทุกสาเหตุปัญหาฝ้า สามารถหยุดวงจรการเกิดฝ้าตั้งแต่ต้นตอ โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ลดเลือนฝ้าเก่า ป้องกันฝ้าใหม่ ด้วย 4 Step โดยหยุดสัญญาณผิวหมองคล้ำตั้งแต่เริ่มต้น ดูแลสมดุลเม็ดสี บล็อกความหมองคล้ำ และ ผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ ที่สำคัญหลังหยุดใช้ไม่ Re-Bound (ปรากฏการณ์ฝ้าตีกลับ) หมายถึง การเกิดฝ้าที่เข้มขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถทา Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum บาง ๆ บนผิวหน้า เฉพาะบริเวณที่มีฝ้า กระ จุดด่างดำ และหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ใช้ได้เป็นประจำทุกวันทั้งเช้าและเย็น โดยช่วงเช้าควรใช้คู่กับครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอ สำหรับช่วงเย็นควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ร่วมด้วย และควรสลับเวลาการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี, Retinoids หรือ สารที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA, PHA กับการใช้ Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum เช่น ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีในช่วงเช้า ให้สลับใช้ Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum ในช่วงกลางคืนแม้จะเป็นฝ้า แต่อย่าเพิ่งถอดใจ เมื่อมีความเข้าใจถึงสาเหตุ วิธีป้องกันและดูแลเพื่อลดเลือนฝ้าอย่างถูกต้อง ก็สามารถกู้ผิวที่สดใสกลับคืนมาได้ เซรั่มทาฝ้าที่จะมาดูแลปัญหาฝ้ากวนใจ ให้กลายเป็นร่องรอยของอดีตที่ถูกบล็อก ดูแลผิวที่มีจุดหมองคล้ำให้แลดูกระจ่างใส สีผิวดูสม่ำเสมอ เสริมความมั่นใจเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ
“HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” เปิดตัวนวัตกรรมดูแลหนังศีรษะ 3 สูตรใหม่ที่มี Selenium Sulfide 1% ขจัดรังแคซ้ำซากสูงถึง 100%^ พร้อมเปิดความเข้าใจใหม่ร่วมกับ “หมออร-อรอุมา” และ “เอิร์ธฐา” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ชี้สุขภาพหนังศีรษะที่ดีคือจุดเริ่มต้นของความมั่นใจ!!
การมีรังแคบนหนังศีรษะจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องอับอายอีกต่อไป เพราะแท้จริงแล้วรังแคเป็นภาวะของหนังศีรษะที่เกิดจากกลไกทางชีววิทยาของร่างกาย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย แม้จะดูแลความสะอาดอย่างดีแล้วก็ตาม และแม้รังแคจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการดูแลที่เหมาะสมและต่อเนื่อง
“HEAD & SHOULDERS” แบรนด์แชมพูขจัดรังแคอันดับ 1 ของโลก และแบรนด์ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำให้เลือกใช้มากที่สุด ได้เปิดเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับปัญหารังแคผ่านการเสวนาหัวข้อ “From Flakes to Facts: รังแคเป็นปัญหาของหนังศีรษะ ไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย” เพื่อพลิกโฉมความเข้าใจผิด ๆ ของสังคม พร้อมเปิดตัวโซลูชันล่าสุดที่จะช่วยทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ในการดูแล หนังศีรษะสำหรับคนที่มีปัญหารังแคเกิดซ้ำซากมาอย่างยาวนาน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลายคนเข้าใจผิดกันว่ารังแคเกิดจากสุขอนามัยที่ไม่ดี หรือการรักษาความสะอาดบนหนังศีรษะไม่เพียงพอ ซึ่งมีผลต่อความมั่นใจ และการใช้ชีวิตในสังคมเป็นอย่างมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว “รังแคคือภาวะความผิดปกติของหนังศีรษะที่เกิดจากกลไกทางชีววิทยา และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน” โดยมีปัจจัยร่วม 3 อย่างได้แก่
1. Malassezia globosa: จุลินทรีย์ธรรมชาติบนหนังศีรษะของทุกคน
2. Scalp Oil (Sebum): น้ำมันที่หนังศีรษะผลิตออกมา
3. Individual Susceptibility: ความไวต่อการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล
เมื่อปัจจัยเหล่านี้ทำงานร่วมกันจึงเป็นเหตุกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองและเร่งการผลัด เซลล์ผิวจนกลายเป็นสะเก็ดรังแค ดังนั้นรังแคจึงจัดเป็นภาวะเรื้อรังเช่นเดียวกับโรคทางกายทั่วไปที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถ “ควบคุมและจัดการได้” ในระยะยาวผ่านการดูแลอย่างต่อเนื่อง ผลการศึกษาทางคลินิกพบว่า เมื่อหยุดใช้แชมพูขจัดรังแคและกลับไปใช้แชมพูทั่วไป เชื้อ Malassezia และตัวชี้วัดการอักเสบบนหนังศีรษะจะเริ่มเพิ่มขึ้นภายใน 17 วัน และภายใน 28 วัน หนังศีรษะมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะรังแคอีกครั้ง
ปัญหารังแคไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของหนังศีรษะ แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจและสุขภาวะทางอารมณ์ของผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่ความกังวลเมื่อต้องสวมเสื้อผ้าสีเข้ม ความไม่มั่นใจในการเข้าสังคม ไปจนถึงการถูกรบกวนสมาธิในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน
ซึ่ง “คุณชิดชนก อมรมนัส” P&G Haircare Brand Director กล่าวว่า “เราศึกษาเชิงลึกถึงพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่า หลายคนไม่ได้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์เพราะคิดว่ารังแคหายขาดแล้วเพียงอย่างเดียว แต่หลายครั้งผู้บริโภคไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์รังแคอย่างต่อเนื่อง เพราะมีประสบการณ์ที่ไม่ดี ทั้งเรื่องกลิ่น และผลลัพธ์ของเส้นผม ดังนั้นเราจึงออกแบบผลิตภัณฑ์ “HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” นี้ขึ้นมา เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อผู้บริโภคอย่างตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของกลิ่น หรือฟอง ความสำคัญที่สุดคือเรากำลังมอบประสบการณ์ที่ดี เพื่อให้ผู้บริโภคอยากใช้ผลิตภัณฑ์รักษารังแคอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมรังแคไม่ให้กลับเกิดซ้ำได้อีกค่ะ”
โดยมี “คุณหมออร-พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ และผู้ริเริ่มแนวคิด Hair Longevity กล่าวว่า “จริงๆ แล้วการที่คนเรามีรังแคมัน ไม่ได้เกิดจากการที่เรารักษาความสะอาดไม่ดีนะคะ แต่มันม์การทำงานร่วมกันของปัจจัยอื่นๆ ถึงสามอย่างด้วยกันเรียกสันๆ ว่า Dandruf Causality Triangle แบ่งเป็นปัจจัยแรกคือ Malassezia Globosa ปัจจัยต่อมาคือ Sebum หรือน้ำมันค่ะ ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือ Individual Susceptibility เมื่อทั้งสามปัจจัยหลักทำงานพร้อมกัน ก็ทำให้เกิดอาการระคายเคือง จนมีการผลัดเซลล์ผิวที่เร็วกว่าปกติ สุดท้ายจึงก่อ ให้เกิดรังแคขึ้นได้ค่ะ"
ด้าน “เอิร์ธฐา-อติรุจ อาษาศึก” กล่าวเสริมว่า “รังแคเป็นสภาวะที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราสามารถรู้ถึงต้นเหตุของปัญหาได้อย่างที่คุณหมออรกล่าวไว้ หากเราใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม รักษาและดูแลถูกจุด ปัจจัยต่างๆ จะถูกควบคุม อาการรังแคก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่หากเราไม่ดูแลอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยกระตุ้นทั้งสามอย่างที่บอกไปก่อนหน้าก็จะสร้างปริมาณจุลินทรีย์ จนเกิดการอักเสบ และผลัดเซลล์ผิวเรื่อยๆ ทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นรังแคได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เวลา และใส่ใจในการดูแลอย่างต่อเนื่องครับ”
เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหารังแครุนแรง เรื้อรัง และเกิดซ้ำซาก (ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 20 ของคนไทย) Head & Shoulders จึงพัฒนา “HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” ภายใต้แนวคิด Efficacy + Delight ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพในการจัดการต้นเหตุของรังแคและประสบการณ์การใช้ที่เหนือกว่า ด้วย Selenium Sulfide 1% หนึ่งในสารขจัดรังแคประสิทธิภาพสูง พร้อมมอบสัมผัสการสระผมที่น่าใช้ด้วยกลิ่นหอมไม่ฉุน ฟองนุ่มละเอียด และผมนุ่มสลวยไม่แห้งกระด้าง
“HEAD & SHOULDERS” มุ่งหวังให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจที่ถูกต้องว่ารังแคเป็นภาวะของหนังศีรษะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เราจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพในการจัดการรังแคและประสบการณ์การใช้ที่ดี เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถดูแลหนังศีรษะได้อย่างต่อเนื่องและกลับมามั่นใจในทุกวันอีกครั้ง
ร่วมสัมผัสประสบการณ์การดูแลหนังศีรษะที่ผสานทั้งประสิทธิภาพและความสบายในการใช้กับ “HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” ได้แล้ววันนี้ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ เพราะเมื่อเข้าใจต้นเหตุของรังแคอย่างถูกต้อง การดูแลหนังศีรษะอย่างต่อเนื่องก็สามารถช่วยให้ทุกคนกลับมามั่นใจได้อีกครั้งในทุกวัน และนี่คือเป้าหมายสำคัญของ Head & Shoulders ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการขจัดรังแค แต่ต้องการช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ขจัดรังแคที่เกิดซ้ำซาก สูงถึง 100%^ ผลทดสอบทางคลินิกโดย Beijing Sino-German Union Cosmetic ประเทศจีน มี.ค.- พ.ย. 2562 ในอาสาสมัคร 166 คน, รังแคที่มองเห็นได้เมื่อใช้ต่อเนื่อง
#HeadandShouldersClinical #HeadandShouldersTH #ขจัดรังแคที่เกิดซ้ำซากสูงถึง100เปอร์เซ็นต์
“HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” เปิดตัวนวัตกรรมดูแลหนังศีรษะ 3 สูตรใหม่ที่มี Selenium Sulfide 1% ขจัดรังแคซ้ำซากสูงถึง 100%
“HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” เปิดตัวนวัตกรรมดูแลหนังศีรษะ 3 สูตรใหม่ที่มี Selenium Sulfide 1% ขจัดรังแคซ้ำซากสูงถึง 100%^ พร้อมเปิดความเข้าใจใหม่ร่วมกับ “หมออร-อรอุมา” และ “เอิร์ธฐา” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ชี้สุขภาพหนังศีรษะที่ดีคือจุดเริ่มต้นของความมั่นใจ!!การมีรังแคบนหนังศีรษะจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องอับอายอีกต่อไป เพราะแท้จริงแล้วรังแคเป็นภาวะของหนังศีรษะที่เกิดจากกลไกทางชีววิทยาของร่างกาย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย แม้จะดูแลความสะอาดอย่างดีแล้วก็ตาม และแม้รังแคจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการดูแลที่เหมาะสมและต่อเนื่อง“HEAD & SHOULDERS” แบรนด์แชมพูขจัดรังแคอันดับ 1 ของโลก และแบรนด์ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำให้เลือกใช้มากที่สุด ได้เปิดเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับปัญหารังแคผ่านการเสวนาหัวข้อ “From Flakes to Facts: รังแคเป็นปัญหาของหนังศีรษะ ไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย” เพื่อพลิกโฉมความเข้าใจผิด ๆ ของสังคม พร้อมเปิดตัวโซลูชันล่าสุดที่จะช่วยทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ในการดูแล หนังศีรษะสำหรับคนที่มีปัญหารังแคเกิดซ้ำซากมาอย่างยาวนานตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลายคนเข้าใจผิดกันว่ารังแคเกิดจากสุขอนามัยที่ไม่ดี หรือการรักษาความสะอาดบนหนังศีรษะไม่เพียงพอ ซึ่งมีผลต่อความมั่นใจ และการใช้ชีวิตในสังคมเป็นอย่างมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว “รังแคคือภาวะความผิดปกติของหนังศีรษะที่เกิดจากกลไกทางชีววิทยา และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน” โดยมีปัจจัยร่วม 3 อย่างได้แก่1. Malassezia globosa: จุลินทรีย์ธรรมชาติบนหนังศีรษะของทุกคน2. Scalp Oil (Sebum): น้ำมันที่หนังศีรษะผลิตออกมา3. Individual Susceptibility: ความไวต่อการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคลเมื่อปัจจัยเหล่านี้ทำงานร่วมกันจึงเป็นเหตุกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองและเร่งการผลัด เซลล์ผิวจนกลายเป็นสะเก็ดรังแค ดังนั้นรังแคจึงจัดเป็นภาวะเรื้อรังเช่นเดียวกับโรคทางกายทั่วไปที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถ “ควบคุมและจัดการได้” ในระยะยาวผ่านการดูแลอย่างต่อเนื่อง ผลการศึกษาทางคลินิกพบว่า เมื่อหยุดใช้แชมพูขจัดรังแคและกลับไปใช้แชมพูทั่วไป เชื้อ Malassezia และตัวชี้วัดการอักเสบบนหนังศีรษะจะเริ่มเพิ่มขึ้นภายใน 17 วัน และภายใน 28 วัน หนังศีรษะมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะรังแคอีกครั้งปัญหารังแคไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของหนังศีรษะ แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจและสุขภาวะทางอารมณ์ของผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่ความกังวลเมื่อต้องสวมเสื้อผ้าสีเข้ม ความไม่มั่นใจในการเข้าสังคม ไปจนถึงการถูกรบกวนสมาธิในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในแต่ละวันซึ่ง “คุณชิดชนก อมรมนัส” P&G Haircare Brand Director กล่าวว่า “เราศึกษาเชิงลึกถึงพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่า หลายคนไม่ได้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์เพราะคิดว่ารังแคหายขาดแล้วเพียงอย่างเดียว แต่หลายครั้งผู้บริโภคไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์รังแคอย่างต่อเนื่อง เพราะมีประสบการณ์ที่ไม่ดี ทั้งเรื่องกลิ่น และผลลัพธ์ของเส้นผม ดังนั้นเราจึงออกแบบผลิตภัณฑ์ “HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” นี้ขึ้นมา เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อผู้บริโภคอย่างตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของกลิ่น หรือฟอง ความสำคัญที่สุดคือเรากำลังมอบประสบการณ์ที่ดี เพื่อให้ผู้บริโภคอยากใช้ผลิตภัณฑ์รักษารังแคอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมรังแคไม่ให้กลับเกิดซ้ำได้อีกค่ะ”โดยมี “คุณหมออร-พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ และผู้ริเริ่มแนวคิด Hair Longevity กล่าวว่า “จริงๆ แล้วการที่คนเรามีรังแคมัน ไม่ได้เกิดจากการที่เรารักษาความสะอาดไม่ดีนะคะ แต่มันม์การทำงานร่วมกันของปัจจัยอื่นๆ ถึงสามอย่างด้วยกันเรียกสันๆ ว่า Dandruf Causality Triangle แบ่งเป็นปัจจัยแรกคือ Malassezia Globosa ปัจจัยต่อมาคือ Sebum หรือน้ำมันค่ะ ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือ Individual Susceptibility เมื่อทั้งสามปัจจัยหลักทำงานพร้อมกัน ก็ทำให้เกิดอาการระคายเคือง จนมีการผลัดเซลล์ผิวที่เร็วกว่าปกติ สุดท้ายจึงก่อ ให้เกิดรังแคขึ้นได้ค่ะ"ด้าน “เอิร์ธฐา-อติรุจ อาษาศึก” กล่าวเสริมว่า “รังแคเป็นสภาวะที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราสามารถรู้ถึงต้นเหตุของปัญหาได้อย่างที่คุณหมออรกล่าวไว้ หากเราใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม รักษาและดูแลถูกจุด ปัจจัยต่างๆ จะถูกควบคุม อาการรังแคก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่หากเราไม่ดูแลอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยกระตุ้นทั้งสามอย่างที่บอกไปก่อนหน้าก็จะสร้างปริมาณจุลินทรีย์ จนเกิดการอักเสบ และผลัดเซลล์ผิวเรื่อยๆ ทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นรังแคได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เวลา และใส่ใจในการดูแลอย่างต่อเนื่องครับ”เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหารังแครุนแรง เรื้อรัง และเกิดซ้ำซาก (ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 20 ของคนไทย) Head & Shoulders จึงพัฒนา “HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” ภายใต้แนวคิด Efficacy + Delight ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพในการจัดการต้นเหตุของรังแคและประสบการณ์การใช้ที่เหนือกว่า ด้วย Selenium Sulfide 1% หนึ่งในสารขจัดรังแคประสิทธิภาพสูง พร้อมมอบสัมผัสการสระผมที่น่าใช้ด้วยกลิ่นหอมไม่ฉุน ฟองนุ่มละเอียด และผมนุ่มสลวยไม่แห้งกระด้าง“HEAD & SHOULDERS” มุ่งหวังให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจที่ถูกต้องว่ารังแคเป็นภาวะของหนังศีรษะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เราจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพในการจัดการรังแคและประสบการณ์การใช้ที่ดี เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถดูแลหนังศีรษะได้อย่างต่อเนื่องและกลับมามั่นใจในทุกวันอีกครั้งร่วมสัมผัสประสบการณ์การดูแลหนังศีรษะที่ผสานทั้งประสิทธิภาพและความสบายในการใช้กับ “HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” ได้แล้ววันนี้ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ เพราะเมื่อเข้าใจต้นเหตุของรังแคอย่างถูกต้อง การดูแลหนังศีรษะอย่างต่อเนื่องก็สามารถช่วยให้ทุกคนกลับมามั่นใจได้อีกครั้งในทุกวัน และนี่คือเป้าหมายสำคัญของ Head & Shoulders ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการขจัดรังแค แต่ต้องการช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ขจัดรังแคที่เกิดซ้ำซาก สูงถึง 100%^ ผลทดสอบทางคลินิกโดย Beijing Sino-German Union Cosmetic ประเทศจีน มี.ค.- พ.ย. 2562 ในอาสาสมัคร 166 คน, รังแคที่มองเห็นได้เมื่อใช้ต่อเนื่อง#HeadandShouldersClinical #HeadandShouldersTH #ขจัดรังแคที่เกิดซ้ำซากสูงถึง100เปอร์เซ็นต์
รับมือหน้าฝนอย่างมั่นใจ เคล็ดลับดูแลตัวเองให้สดชื่น ไร้กังวลเรื่องกลิ่นกาย
เช้าวันทำงานที่ฝนตก หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพการวิ่งหลบฝน ขึ้นรถไฟฟ้าที่แน่นไปด้วยผู้คน ก่อนเดินเข้าห้องประชุมทั้งที่เสื้อผ้ายังชื้นเล็กน้อย แม้จะไม่ใช่วันที่อากาศร้อนจัด แต่ความชื้นในอากาศกลับทำให้รู้สึกเหนียวตัว เหงื่อออกง่าย และไม่สดชื่นอย่างที่ควร นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม "ฤดูฝน" จึงไม่ใช่แค่ฤดูของร่มและรองเท้ากันน้ำ แต่ยังเป็นฤดูที่หลายคนต้องรับมือกับความอับชื้นและกลิ่นกายมากกว่าปกติ

ในความเป็นจริง เหงื่อไม่ใช่ต้นเหตุของกลิ่นกาย หากแต่เกิดจากแบคทีเรียบนผิวหนังที่ทำปฏิกิริยากับเหงื่อ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนและชื้นเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถสาธารณะ การต้องใส่รองเท้าที่เปียกจากฝน หรือการสวมเสื้อผ้าที่แห้งไม่สนิท ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ความมั่นใจลดลงได้โดยไม่รู้ตัว
เมื่อ "ความอับชื้น" กระทบมากกว่าความรู้สึกไม่สบายตัว
สำหรับผู้หญิง ความกังวลไม่ได้มีเพียงเรื่องกลิ่นกาย แต่ยังรวมถึงเหงื่อที่ทำให้เสื้อผ้าเปียกเป็นวง ความเหนียวเหนอะหนะระหว่างวัน และผิวใต้วงแขนที่อาจดูหมองคล้ำจากการโกน ถอน หรือการเสียดสี จึงไม่แปลกที่ผู้หญิงยุคใหม่จะมองหาการดูแลที่ครบทั้งเรื่องความสดชื่นและการบำรุงผิวไปพร้อมกัน

ด้านผู้ชาย นอกจากเรื่องกลิ่นกายแล้ว อีกหนึ่ง Pain Point ที่หลายคนคุ้นเคยคือคราบเหลืองบนเสื้อสีขาวและคราบขาวบนเสื้อสีดำ ซึ่งอาจทำให้ลุคที่ตั้งใจแต่งมาอย่างดีกลับดูไม่เนี้ยบ โดยเฉพาะในวันที่ต้องพบลูกค้า ประชุม หรือออกงานสำคัญ เพราะบุคลิกภาพที่ดี เริ่มต้นจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม
แม้จะหลีกเลี่ยงสภาพอากาศไม่ได้ แต่เราสามารถลดโอกาสเกิดความอับชื้นและกลิ่นกายได้ด้วยการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน
5 ทิปส์ง่าย ๆ ที่ช่วยให้สดชื่นและมั่นใจตลอดวัน
เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
เนื้อผ้าที่โปร่งสบายและแห้งไวช่วยลดการสะสมของเหงื่อ ทำให้รู้สึกสบายตัวแม้ต้องเดินทางหรือทำกิจกรรมตลอดวัน
อย่าปล่อยให้ความเปียกชื้นอยู่กับตัวนานเกินไป หากเสื้อผ้าหรือรองเท้าเปียกจากฝน ควรเปลี่ยนโดยเร็ว เพราะความอับชื้นเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของกลิ่นอับ
เติมความสดชื่นระหว่างวัน
พกทิชชูเปียกหรือผ้าเช็ดหน้าสะอาดไว้ซับเหงื่อ พร้อมดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยลดความเหนียวเหนอะหนะและทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น อย่าลืมดูแลผิวใต้วงแขน ผิวบริเวณนี้ต้องเผชิญทั้งเหงื่อ การเสียดสี และการกำจัดขนเป็นประจำ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงผิวควบคู่ไปกับการระงับกลิ่นกาย จะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสุขภาพดีขึ้น
เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนให้ความสำคัญกับการดูแลผิวใต้วงแขน ขณะที่บางคนต้องการปกป้องเสื้อผ้าจากคราบ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์จึงช่วยให้ดูแลตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตัวช่วยที่ทำให้ทุกวันของฤดูฝนเต็มไปด้วยความมั่นใจ

สำหรับผู้หญิงที่ต้องการทั้งการปกป้องกลิ่นกายและการบำรุงผิวใต้วงแขน นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ เรเดียนท์ แอนด์ สมูท มีให้เลือกทั้งแบบสเปรย์และโรลออน โดยผสานวิตามินซีเข้มข้นและ AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ฟื้นบำรุงผิวใต้วงแขนที่ดูหมองคล้ำให้ดูกระจ่างใสขึ้น พร้อมลดเหงื่อและระงับกลิ่นกายยาวนานถึง 72 ชั่วโมง อีกทั้งยังอ่อนโยนต่อผิวด้วยสูตร 0% แอลกอฮอล์

สำหรับผู้ชายที่ต้องการดูดีตั้งแต่บุคลิกไปจนถึงเสื้อผ้า นีเวีย เมน แบล็ค แอนด์ ไวท์ อินวิซิเบิ้ล มาพร้อม Dual Shield Technology ที่ช่วยลดเหงื่อและระงับกลิ่นกายยาวนาน 72 ชั่วโมง พร้อมลดการเกิดคราบเหลืองบนเสื้อสีขาวและคราบขาวบนเสื้อสีดำ ให้สวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจทุกสีทุกโอกาส เติมเต็มด้วยกลิ่นหอมใหม่ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น และหัวโรลออนที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ผู้ชายที่ต้องการความมั่นใจตลอดวัน
เพราะไม่ว่าจะเป็นวันที่ฝนโปรยบาง ๆ หรือวันที่อากาศร้อนชื้นจนเหงื่อออกง่าย การดูแลตัวเองไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะอาด แต่คือการสร้างความมั่นใจให้พร้อมใช้ชีวิตในทุกสถานการณ์ เมื่อเลือกดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมและมีตัวช่วยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ก็พร้อมรับทุกวันของฤดูฝนได้อย่างสดชื่นและมั่นใจ
NIVEA - รับมือหน้าฝนอย่างมั่นใจ เคล็ดลับดูแลตัวเองให้สดชื่น ไร้กังวลเรื่องกลิ่นกาย
รับมือหน้าฝนอย่างมั่นใจ เคล็ดลับดูแลตัวเองให้สดชื่น ไร้กังวลเรื่องกลิ่นกาย เช้าวันทำงานที่ฝนตก หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพการวิ่งหลบฝน ขึ้นรถไฟฟ้าที่แน่นไปด้วยผู้คน ก่อนเดินเข้าห้องประชุมทั้งที่เสื้อผ้ายังชื้นเล็กน้อย แม้จะไม่ใช่วันที่อากาศร้อนจัด แต่ความชื้นในอากาศกลับทำให้รู้สึกเหนียวตัว เหงื่อออกง่าย และไม่สดชื่นอย่างที่ควร นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม "ฤดูฝน" จึงไม่ใช่แค่ฤดูของร่มและรองเท้ากันน้ำ แต่ยังเป็นฤดูที่หลายคนต้องรับมือกับความอับชื้นและกลิ่นกายมากกว่าปกติ ในความเป็นจริง เหงื่อไม่ใช่ต้นเหตุของกลิ่นกาย หากแต่เกิดจากแบคทีเรียบนผิวหนังที่ทำปฏิกิริยากับเหงื่อ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนและชื้นเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถสาธารณะ การต้องใส่รองเท้าที่เปียกจากฝน หรือการสวมเสื้อผ้าที่แห้งไม่สนิท ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ความมั่นใจลดลงได้โดยไม่รู้ตัว เมื่อ "ความอับชื้น" กระทบมากกว่าความรู้สึกไม่สบายตัว สำหรับผู้หญิง ความกังวลไม่ได้มีเพียงเรื่องกลิ่นกาย แต่ยังรวมถึงเหงื่อที่ทำให้เสื้อผ้าเปียกเป็นวง ความเหนียวเหนอะหนะระหว่างวัน และผิวใต้วงแขนที่อาจดูหมองคล้ำจากการโกน ถอน หรือการเสียดสี จึงไม่แปลกที่ผู้หญิงยุคใหม่จะมองหาการดูแลที่ครบทั้งเรื่องความสดชื่นและการบำรุงผิวไปพร้อมกัน ด้านผู้ชาย นอกจากเรื่องกลิ่นกายแล้ว อีกหนึ่ง Pain Point ที่หลายคนคุ้นเคยคือคราบเหลืองบนเสื้อสีขาวและคราบขาวบนเสื้อสีดำ ซึ่งอาจทำให้ลุคที่ตั้งใจแต่งมาอย่างดีกลับดูไม่เนี้ยบ โดยเฉพาะในวันที่ต้องพบลูกค้า ประชุม หรือออกงานสำคัญ เพราะบุคลิกภาพที่ดี เริ่มต้นจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม แม้จะหลีกเลี่ยงสภาพอากาศไม่ได้ แต่เราสามารถลดโอกาสเกิดความอับชื้นและกลิ่นกายได้ด้วยการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน 5 ทิปส์ง่าย ๆ ที่ช่วยให้สดชื่นและมั่นใจตลอดวัน เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เนื้อผ้าที่โปร่งสบายและแห้งไวช่วยลดการสะสมของเหงื่อ ทำให้รู้สึกสบายตัวแม้ต้องเดินทางหรือทำกิจกรรมตลอดวัน อย่าปล่อยให้ความเปียกชื้นอยู่กับตัวนานเกินไป หากเสื้อผ้าหรือรองเท้าเปียกจากฝน ควรเปลี่ยนโดยเร็ว เพราะความอับชื้นเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของกลิ่นอับ เติมความสดชื่นระหว่างวัน พกทิชชูเปียกหรือผ้าเช็ดหน้าสะอาดไว้ซับเหงื่อ พร้อมดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยลดความเหนียวเหนอะหนะและทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น อย่าลืมดูแลผิวใต้วงแขน ผิวบริเวณนี้ต้องเผชิญทั้งเหงื่อ การเสียดสี และการกำจัดขนเป็นประจำ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงผิวควบคู่ไปกับการระงับกลิ่นกาย จะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสุขภาพดีขึ้น เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนให้ความสำคัญกับการดูแลผิวใต้วงแขน ขณะที่บางคนต้องการปกป้องเสื้อผ้าจากคราบ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์จึงช่วยให้ดูแลตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวช่วยที่ทำให้ทุกวันของฤดูฝนเต็มไปด้วยความมั่นใจ สำหรับผู้หญิงที่ต้องการทั้งการปกป้องกลิ่นกายและการบำรุงผิวใต้วงแขน นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ เรเดียนท์ แอนด์ สมูท มีให้เลือกทั้งแบบสเปรย์และโรลออน โดยผสานวิตามินซีเข้มข้นและ AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ฟื้นบำรุงผิวใต้วงแขนที่ดูหมองคล้ำให้ดูกระจ่างใสขึ้น พร้อมลดเหงื่อและระงับกลิ่นกายยาวนานถึง 72 ชั่วโมง อีกทั้งยังอ่อนโยนต่อผิวด้วยสูตร 0% แอลกอฮอล์ สำหรับผู้ชายที่ต้องการดูดีตั้งแต่บุคลิกไปจนถึงเสื้อผ้า นีเวีย เมน แบล็ค แอนด์ ไวท์ อินวิซิเบิ้ล มาพร้อม Dual Shield Technology ที่ช่วยลดเหงื่อและระงับกลิ่นกายยาวนาน 72 ชั่วโมง พร้อมลดการเกิดคราบเหลืองบนเสื้อสีขาวและคราบขาวบนเสื้อสีดำ ให้สวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจทุกสีทุกโอกาส เติมเต็มด้วยกลิ่นหอมใหม่ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น และหัวโรลออนที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ผู้ชายที่ต้องการความมั่นใจตลอดวัน เพราะไม่ว่าจะเป็นวันที่ฝนโปรยบาง ๆ หรือวันที่อากาศร้อนชื้นจนเหงื่อออกง่าย การดูแลตัวเองไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะอาด แต่คือการสร้างความมั่นใจให้พร้อมใช้ชีวิตในทุกสถานการณ์ เมื่อเลือกดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมและมีตัวช่วยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ก็พร้อมรับทุกวันของฤดูฝนได้อย่างสดชื่นและมั่นใจ
โอซีซี เปิดตัว “Our Club Coin” โปรแกรมสมาชิกใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การช้อปผ่าน“Beauty Bar & Gentleman Club” ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30

บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) เปิดตัว “Our Club Coin” โปรแกรมสมาชิกใหม่ (Loyalty Program) ผู้บริโภคจะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งก่อนใคร ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งช่วงปลาย Q3 พร้อมชูคอนเซ็ปต์ “Beauty Bar & Gentleman Club” ผ่านบูธจัดแสดงที่รวม Beauty, Fashion, Grooming และ Lifestyle Experience ไว้ในที่เดียว ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสนวัตกรรมความงาม แฟชั่นสุดล้ำ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

คุณธีรดา อำพันวงษ์ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “งานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ปีนี้ โอซีซี เปิดตัว “Our Club Coin” ผ่าน Line OA @ourclubcoin เป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งานก่อนใคร พร้อมรับสิทธิ์โปรโมชันสุดคุ้มจากกว่า 10 แบรนด์ในเครือ โอซีซี ที่ร่วมรายการ เฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น โดย “ Our Club Coin” ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มสมาชิกที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับแบรนด์ต่าง ๆ ในเครือ โอซีซี เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ Our Club Coin” และเข้าถึงสิทธิประโยชน์ ข้อเสนอพิเศษ รวมถึงประสบการณ์ที่ออกแบบมา เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค”
คุณธีรดา อำพันวงษ์ กล่าวต่อว่า “บูธ โอซีซี ปีนี้ ได้เนรมิตพื้นที่ที่มีความสนุกไว้อย่างลงตัว ทั้งโซน Beauty Bar สำหรับผู้หญิงสายบิวตี้ ที่รวมไอเทมความงาม แฟชั่น และมุมถ่ายรูปสุดเริ่ดไว้ครบในที่เดียว และโซน Gentleman Club สำหรับผู้ชายสายกรูมมิ่ง ที่พร้อมมอบประสบการณ์ดูแลตัวเองสไตล์โมเดิร์นแมน นอกจากนี้ ยังมีโซน Pet Lifestyle และโซน Café ให้ผู้ร่วมงานได้มาเช็กอินและสัมผัสแบรนด์ในเครือ โอซีซี อย่างใกล้ชิด”
ภายในบูธจัดแสดงสินค้าของ โอซีซี ปีนี้ พบกับไฮไลต์จากหลากหลายแบรนด์ดังในเครือ นำโดย แบรนด์เครื่องสำอาง KMA (เคเอ็มเอ) ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด MAKE ME MATTE CUSHION คุชชั่นที่มอบผิวแมทท์ สวยจบในขั้นตอนเดียว คุมมันยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี 3D Perfect Powder Blur ช่วยเบลอรูขุมขน พร้อมฟินิชผิวเนียนละมุน ดูสุขภาพดี มีให้เลือก 6 เฉดสี ตอบโจทย์ผิวคนไทยโดยเฉพาะ
ด้าน GUY LAROCHE LINGERIE แบรนด์ชุดชั้นในสุดพรีเมียมจากฝรั่งเศส เผยโฉมคอลเลกชันใหม่ล่าสุด Sugar Bon Bons (ชูการ์ บอนบอนส์) ที่ผสานความอ่อนหวานและความเซ็กซี่ไว้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยผ้าลูกไม้คุณภาพสูงนำเข้าจากฝรั่งเศส สัมผัสนุ่ม โอบรับสรีระ สวมใส่สบาย พร้อมดีไซน์ที่ช่วยให้หน้าอกสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เสริมความมั่นใจในทุกช่วงเวลา
อีกหนึ่งแบรนด์ใหม่ล่าสุด TANK TINKER แบรนด์ผู้นำเข้าและจำหน่ายของใช้และอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม ที่คัดสรรสินค้าคุณภาพสูงจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ อาทิ wagwear, KiloNiner, OneTigris, Roika และ DOGTOC เพื่อตอบโจทย์ Pet Lifestyle ของคนรักสัตว์ยุคใหม่อย่างครบครัน
นอกเหนือจากทั้ง 3 แบรนด์ดังกล่าวแล้ว ปีนี้ โอซีซี ยกขบวนพาเหรดสินค้าและการบริการเหนือระดับ มาเติมเต็มความสุขให้กับลูกค้าคนสำคัญแบบจัดเต็ม อาทิ COVERMARK, KMA Cosmetics, PAUL & JOE, SUNGRACE, GUY LAROCHE LINGERIE & SWIMWEAR, GUNZE, G&G, DEMI HAIR CARE SCIENCE, BSC HAIR CARE, WELLA PROFESSIONALS, NIOXIN, B-ex Thailand, PAON SEVEN-EIGHT, Black Amber, Easy Cut, VETRESKA, TANK TINKER, At First Café และ IRIS OHYAMA พร้อมมอบโปรโมชันลดสูงสุดถึง 80% ที่หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว
โอซีซี เปิดตัว “Our Club Coin” โปรแกรมสมาชิกใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การช้อปผ่าน“Beauty Bar & Gentleman Club” ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30
โอซีซี เปิดตัว “Our Club Coin” โปรแกรมสมาชิกใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การช้อปผ่าน“Beauty Bar & Gentleman Club” ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) เปิดตัว “Our Club Coin” โปรแกรมสมาชิกใหม่ (Loyalty Program) ผู้บริโภคจะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งก่อนใคร ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งช่วงปลาย Q3 พร้อมชูคอนเซ็ปต์ “Beauty Bar & Gentleman Club” ผ่านบูธจัดแสดงที่รวม Beauty, Fashion, Grooming และ Lifestyle Experience ไว้ในที่เดียว ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสนวัตกรรมความงาม แฟชั่นสุดล้ำ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คุณธีรดา อำพันวงษ์ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “งานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ปีนี้ โอซีซี เปิดตัว “Our Club Coin” ผ่าน Line OA @ourclubcoin เป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งานก่อนใคร พร้อมรับสิทธิ์โปรโมชันสุดคุ้มจากกว่า 10 แบรนด์ในเครือ โอซีซี ที่ร่วมรายการ เฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น โดย “ Our Club Coin” ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มสมาชิกที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับแบรนด์ต่าง ๆ ในเครือ โอซีซี เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ Our Club Coin” และเข้าถึงสิทธิประโยชน์ ข้อเสนอพิเศษ รวมถึงประสบการณ์ที่ออกแบบมา เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค” คุณธีรดา อำพันวงษ์ กล่าวต่อว่า “บูธ โอซีซี ปีนี้ ได้เนรมิตพื้นที่ที่มีความสนุกไว้อย่างลงตัว ทั้งโซน Beauty Bar สำหรับผู้หญิงสายบิวตี้ ที่รวมไอเทมความงาม แฟชั่น และมุมถ่ายรูปสุดเริ่ดไว้ครบในที่เดียว และโซน Gentleman Club สำหรับผู้ชายสายกรูมมิ่ง ที่พร้อมมอบประสบการณ์ดูแลตัวเองสไตล์โมเดิร์นแมน นอกจากนี้ ยังมีโซน Pet Lifestyle และโซน Café ให้ผู้ร่วมงานได้มาเช็กอินและสัมผัสแบรนด์ในเครือ โอซีซี อย่างใกล้ชิด” ภายในบูธจัดแสดงสินค้าของ โอซีซี ปีนี้ พบกับไฮไลต์จากหลากหลายแบรนด์ดังในเครือ นำโดย แบรนด์เครื่องสำอาง KMA (เคเอ็มเอ) ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด MAKE ME MATTE CUSHION คุชชั่นที่มอบผิวแมทท์ สวยจบในขั้นตอนเดียว คุมมันยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี 3D Perfect Powder Blur ช่วยเบลอรูขุมขน พร้อมฟินิชผิวเนียนละมุน ดูสุขภาพดี มีให้เลือก 6 เฉดสี ตอบโจทย์ผิวคนไทยโดยเฉพาะ ด้าน GUY LAROCHE LINGERIE แบรนด์ชุดชั้นในสุดพรีเมียมจากฝรั่งเศส เผยโฉมคอลเลกชันใหม่ล่าสุด Sugar Bon Bons (ชูการ์ บอนบอนส์) ที่ผสานความอ่อนหวานและความเซ็กซี่ไว้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยผ้าลูกไม้คุณภาพสูงนำเข้าจากฝรั่งเศส สัมผัสนุ่ม โอบรับสรีระ สวมใส่สบาย พร้อมดีไซน์ที่ช่วยให้หน้าอกสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เสริมความมั่นใจในทุกช่วงเวลา อีกหนึ่งแบรนด์ใหม่ล่าสุด TANK TINKER แบรนด์ผู้นำเข้าและจำหน่ายของใช้และอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม ที่คัดสรรสินค้าคุณภาพสูงจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ อาทิ wagwear, KiloNiner, OneTigris, Roika และ DOGTOC เพื่อตอบโจทย์ Pet Lifestyle ของคนรักสัตว์ยุคใหม่อย่างครบครัน นอกเหนือจากทั้ง 3 แบรนด์ดังกล่าวแล้ว ปีนี้ โอซีซี ยกขบวนพาเหรดสินค้าและการบริการเหนือระดับ มาเติมเต็มความสุขให้กับลูกค้าคนสำคัญแบบจัดเต็ม อาทิ COVERMARK, KMA Cosmetics, PAUL & JOE, SUNGRACE, GUY LAROCHE LINGERIE & SWIMWEAR, GUNZE, G&G, DEMI HAIR CARE SCIENCE, BSC HAIR CARE, WELLA PROFESSIONALS, NIOXIN, B-ex Thailand, PAON SEVEN-EIGHT, Black Amber, Easy Cut, VETRESKA, TANK TINKER, At First Café และ IRIS OHYAMA พร้อมมอบโปรโมชันลดสูงสุดถึง 80% ที่หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว
BURBERRY BEAUTY เนรมิต PLATFORM B หมุดหมายแห่งการเดินทาง สู่โลกของความงาม ถ่ายทอดมรดกแห่งอังกฤษ ณ ใจกลางสยามพารากอน

BURBERRY BEAUTY (เบอร์เบอรี่ บิวตี้) เชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ความงามเหนือระดับผ่าน BURBERRY BEAUTY: PLATFORM B ป๊อปอัพสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกอันทรงคุณค่าของ Burberry ถ่ายทอดเรื่องราวของการเดินทาง การสำรวจ และจิตวิญญาณแห่ง British Heritage ผ่านการออกแบบอันประณีตที่ผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับประสบการณ์อันน่าจดจำ ณ แผนก Beauty Hall ชั้น M พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2569
การเดินทางแห่งการค้นพบ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องฟ้าอังกฤษอันแปรเปลี่ยน
เรื่องราวเริ่มต้นบน “Platform B” ชานชาลาที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝน เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่แม้ยังไม่ออกเดินทาง แต่ความรู้สึกแห่งการสำรวจก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เป็นช่วงเวลาแรกที่ปลุกเร้าความตื่นเต้นของการค้นพบ และเผยให้เห็นความงดงามที่ค่อย ๆ คลี่คลายออกมา ภายในพื้นที่แห่งนี้ ลวดลาย Burberry Check (ลายตาราง) อันเป็นเอกลักษณ์ แสงไฟอันนุ่มนวล และรายละเอียดการออกแบบอันประณีต สะท้อนถึงมรดกด้านการเดินทางและการปกป้องของ Burberry พร้อมเปลี่ยนทุกมุมของพื้นที่ให้กลายเป็นอีกหนึ่งบทแห่งการค้นพบตัวตนของแบรนด์อย่างละเมียดละไม บรรยากาศโดยรวมได้รับแรงบันดาลใจจากยุคปฏิวัติระบบรถไฟของอังกฤษในช่วงเริ่มต้น ยุคสมัยที่การเดินทางได้เปิดโลกแห่งความเป็นไปได้ใหม่ ๆ มากมาย ทำให้ชานชาลาแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่แห่งหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดกำเนิดของทุกการเดินทางอีกด้วย
นอกจากนี้ ภายใน BURBERRY BEAUTY : PLATFORM B ท่านจะได้ค้นพบผลิตภัณฑ์ความงามครบทุกหมวดหมู่ ทั้งเมคอัพและน้ำหอม อาทิ Brit Shine ลิปสติกที่มอบสัมผัสบางเบาดุจบาล์ม พร้อมความแวววาวเปล่งประกายดุจกลอส ที่มาพร้อมกับ 3 เฉดสีใหม่ อย่าง 21 New Bond Street สีน้ำตาลนู้ดโทนอุ่น ละมุน ดูสุภาพ ให้ลุคธรรมชาติแบบ effortless chic, 601 British Rose สีชมพูอมส้มตุ่น ให้ความสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ดูทันสมัย และ 660 Horseferry Brick โทนแดงอิฐเข้ม ให้ความลุ่มลึก หรู สุขุม และน่าค้นหา รวมถึงผลิตภัณฑ์ในไลน์ Burberry Beyond Wear คอลเลกชันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการตีความใหม่ของผ้า gabardine เนื้อผ้าที่ปฏิวัติวงการแฟชั่น สู่ Trench Coat อันเป็นเอกลักษณ์ พัฒนามาเป็น Trench Protect Technology™ นวัตกรรมที่รังสรรค์อย่างประณีตและมีประสิทธิภาพ ช่วยมอบความติดทนยาวนาน แต่ให้เนื้อสัมผัสที่บางเบา สบายผิว พร้อมคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากสภาพอากาศ ทั้งความร้อน ความชื้น เหงื่อ และมลภาวะ ให้คุณออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ พร้อมเผยผิวสวยเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติในทุกมุมมอง นำโดยผลิตภัณฑ์เด่นสำหรับ 4 Steps Makeup Routine อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ได้แก่ Beyond Wear Radiance Primer, Beyond Wear Perfecting Matte Foundation หรือ Cushion, Beyond Wear Perfecting Concealer และ Beyond Wear Setting & Refining Powder พร้อมค้นพบ 2 น้ำหอมกลิ่นใหม่ล่าสุด Burberry Her Parfum และ Burberry Hero Elixir de Parfum ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดตัวตนผ่านกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อน จิตวิญญาณแห่งความกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง ตลอดจนกิจกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย อาทิ Burberry Beauty Masterclass ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้เทคนิคความงาม พร้อมสัมผัสและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จาก Burberry Beauty อย่างเอ็กซ์คลูซีฟ ตลอดทุกวันเสาร์–อาทิตย์
จากแรงบันดาลใจแห่งการเดินทาง สู่ประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนของ BURBERRY
เริ่มต้นการเดินทางสู่โลกแห่งความงามที่ผสานความสง่างามแบบอังกฤษเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย สะท้อนตัวตนของแบรนด์อย่างลึกซึ้งไปพร้อมกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ “กวิน – กวิน แคสกี้” นักแสดงและนักร้อง มากความสามารถ ที่มาเผยเสน่ห์และความมั่นใจในฐานะตัวแทนของ Burberry Hero Elixir de Parfum น้ำหอมกลิ่นใหม่ที่สะท้อนอีกมิติของความ สง่างามและพลังในแบบร่วมสมัย ควบคู่ไปกับ Beyond Wear Radiance Primer
ไพรเมอร์จาก Burberry ที่ช่วยเผยผิวโกลว์เปล่งประกาย มอบความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติในการบำรุงพร้อมปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมด้วย “จูเน่ – เพลินพิชญา โกมลารชุน” นักแสดงหญิงผู้โดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์ อันน่าจับตามอง ที่จะมาร่วมถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญและอิสระในการเดินตามเส้นทางของตนเองผ่าน Burberry Her Parfum น้ำหอมกลิ่นใหม่จากคอลเลกชันน้ำหอมยอดนิยม พร้อมแนะนำแป้งตลับที่มอบความติดทนยาวนานถึง 24 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติเบลอผิว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมืออันประณีตของเทรนช์โค้ต Burberry
มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางสู่โลกแห่งความงามเหนือระดับ ใน BURBERRY BEAUTY: PLATFORM B ป๊อปอัพที่สะท้อนมรดกอันทรงคุณค่าแห่งอังกฤษในทุกมุมมอง พร้อมกิจกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย โดยชานชาลาแห่งนี้ยังคงเปิดต้อนรับทุกท่านให้มาดื่มด่ำประสบการณ์ความงามเหนือจินตนาการ พร้อมก้าวขึ้นขบวนสู่การเดินทางค้นพบ ได้อย่างต่อเนื่อง ณ แผนก Beauty Hall ชั้น M พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2569
#BurberryBeauty #BurberryBeautyTH
BURBERRY BEAUTY เนรมิต PLATFORM B หมุดหมายแห่งการเดินทาง สู่โลกของความงาม ถ่ายทอดมรดกแห่งอังกฤษ ณ ใจกลางสยามพารากอน
BURBERRY BEAUTY เนรมิต PLATFORM B หมุดหมายแห่งการเดินทาง สู่โลกของความงาม ถ่ายทอดมรดกแห่งอังกฤษ ณ ใจกลางสยามพารากอนBURBERRY BEAUTY (เบอร์เบอรี่ บิวตี้) เชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ความงามเหนือระดับผ่าน BURBERRY BEAUTY: PLATFORM B ป๊อปอัพสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกอันทรงคุณค่าของ Burberry ถ่ายทอดเรื่องราวของการเดินทาง การสำรวจ และจิตวิญญาณแห่ง British Heritage ผ่านการออกแบบอันประณีตที่ผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับประสบการณ์อันน่าจดจำ ณ แผนก Beauty Hall ชั้น M พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2569การเดินทางแห่งการค้นพบ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องฟ้าอังกฤษอันแปรเปลี่ยนเรื่องราวเริ่มต้นบน “Platform B” ชานชาลาที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝน เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่แม้ยังไม่ออกเดินทาง แต่ความรู้สึกแห่งการสำรวจก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เป็นช่วงเวลาแรกที่ปลุกเร้าความตื่นเต้นของการค้นพบ และเผยให้เห็นความงดงามที่ค่อย ๆ คลี่คลายออกมา ภายในพื้นที่แห่งนี้ ลวดลาย Burberry Check (ลายตาราง) อันเป็นเอกลักษณ์ แสงไฟอันนุ่มนวล และรายละเอียดการออกแบบอันประณีต สะท้อนถึงมรดกด้านการเดินทางและการปกป้องของ Burberry พร้อมเปลี่ยนทุกมุมของพื้นที่ให้กลายเป็นอีกหนึ่งบทแห่งการค้นพบตัวตนของแบรนด์อย่างละเมียดละไม บรรยากาศโดยรวมได้รับแรงบันดาลใจจากยุคปฏิวัติระบบรถไฟของอังกฤษในช่วงเริ่มต้น ยุคสมัยที่การเดินทางได้เปิดโลกแห่งความเป็นไปได้ใหม่ ๆ มากมาย ทำให้ชานชาลาแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่แห่งหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดกำเนิดของทุกการเดินทางอีกด้วยนอกจากนี้ ภายใน BURBERRY BEAUTY : PLATFORM B ท่านจะได้ค้นพบผลิตภัณฑ์ความงามครบทุกหมวดหมู่ ทั้งเมคอัพและน้ำหอม อาทิ Brit Shine ลิปสติกที่มอบสัมผัสบางเบาดุจบาล์ม พร้อมความแวววาวเปล่งประกายดุจกลอส ที่มาพร้อมกับ 3 เฉดสีใหม่ อย่าง 21 New Bond Street สีน้ำตาลนู้ดโทนอุ่น ละมุน ดูสุภาพ ให้ลุคธรรมชาติแบบ effortless chic, 601 British Rose สีชมพูอมส้มตุ่น ให้ความสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ดูทันสมัย และ 660 Horseferry Brick โทนแดงอิฐเข้ม ให้ความลุ่มลึก หรู สุขุม และน่าค้นหา รวมถึงผลิตภัณฑ์ในไลน์ Burberry Beyond Wear คอลเลกชันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการตีความใหม่ของผ้า gabardine เนื้อผ้าที่ปฏิวัติวงการแฟชั่น สู่ Trench Coat อันเป็นเอกลักษณ์ พัฒนามาเป็น Trench Protect Technology™ นวัตกรรมที่รังสรรค์อย่างประณีตและมีประสิทธิภาพ ช่วยมอบความติดทนยาวนาน แต่ให้เนื้อสัมผัสที่บางเบา สบายผิว พร้อมคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากสภาพอากาศ ทั้งความร้อน ความชื้น เหงื่อ และมลภาวะ ให้คุณออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ พร้อมเผยผิวสวยเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติในทุกมุมมอง นำโดยผลิตภัณฑ์เด่นสำหรับ 4 Steps Makeup Routine อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ได้แก่ Beyond Wear Radiance Primer, Beyond Wear Perfecting Matte Foundation หรือ Cushion, Beyond Wear Perfecting Concealer และ Beyond Wear Setting & Refining Powder พร้อมค้นพบ 2 น้ำหอมกลิ่นใหม่ล่าสุด Burberry Her Parfum และ Burberry Hero Elixir de Parfum ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดตัวตนผ่านกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อน จิตวิญญาณแห่งความกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง ตลอดจนกิจกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย อาทิ Burberry Beauty Masterclass ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้เทคนิคความงาม พร้อมสัมผัสและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จาก Burberry Beauty อย่างเอ็กซ์คลูซีฟ ตลอดทุกวันเสาร์–อาทิตย์จากแรงบันดาลใจแห่งการเดินทาง สู่ประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนของ BURBERRYเริ่มต้นการเดินทางสู่โลกแห่งความงามที่ผสานความสง่างามแบบอังกฤษเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย สะท้อนตัวตนของแบรนด์อย่างลึกซึ้งไปพร้อมกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ “กวิน – กวิน แคสกี้” นักแสดงและนักร้อง มากความสามารถ ที่มาเผยเสน่ห์และความมั่นใจในฐานะตัวแทนของ Burberry Hero Elixir de Parfum น้ำหอมกลิ่นใหม่ที่สะท้อนอีกมิติของความ สง่างามและพลังในแบบร่วมสมัย ควบคู่ไปกับ Beyond Wear Radiance Primerไพรเมอร์จาก Burberry ที่ช่วยเผยผิวโกลว์เปล่งประกาย มอบความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติในการบำรุงพร้อมปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมด้วย “จูเน่ – เพลินพิชญา โกมลารชุน” นักแสดงหญิงผู้โดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์ อันน่าจับตามอง ที่จะมาร่วมถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญและอิสระในการเดินตามเส้นทางของตนเองผ่าน Burberry Her Parfum น้ำหอมกลิ่นใหม่จากคอลเลกชันน้ำหอมยอดนิยม พร้อมแนะนำแป้งตลับที่มอบความติดทนยาวนานถึง 24 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติเบลอผิว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมืออันประณีตของเทรนช์โค้ต Burberryมาร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางสู่โลกแห่งความงามเหนือระดับ ใน BURBERRY BEAUTY: PLATFORM B ป๊อปอัพที่สะท้อนมรดกอันทรงคุณค่าแห่งอังกฤษในทุกมุมมอง พร้อมกิจกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย โดยชานชาลาแห่งนี้ยังคงเปิดต้อนรับทุกท่านให้มาดื่มด่ำประสบการณ์ความงามเหนือจินตนาการ พร้อมก้าวขึ้นขบวนสู่การเดินทางค้นพบ ได้อย่างต่อเนื่อง ณ แผนก Beauty Hall ชั้น M พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2569#BurberryBeauty #BurberryBeautyTH

สร้างปรากฏการณ์ใหม่และสร้างประสบการณ์ใหม่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำอีกแล้วสำหรับแบรนด์ BSC COSMETOLOGY ที่จับมือกับ มาม่าโอเค ผนึกกำลังสร้างมิติใหม่ให้วงการบิวตี้ พร้อมชูคอนเซปต์ “TASTE OF BEAUTY : EVERY BEAUTY HAS A FLAVOR รสชาติความสวย” ผ่านเครื่องสำอางที่ลิ้มรสความอร่อยจากมาม่าโอเค ในรสชาติที่คุ้นเคยได้ โดยดึงอารมณ์ ความรู้สึก และ Sensory Inspiration เชื่อมโยงเข้ากับเครื่องสำอาง
ฉีกกรอบภาพจำเดิมๆ ของเครื่องสำอาง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้วงการ Beauty POP Culture โดยดึงจุดเด่นด้วย แรงบันดาลใจจากความสวยที่ชวนหิวจากรสสัมผัสของอาหาร ด้วยรสชาติที่คุ้นเคยจากมาม่าโอเครส Hot & Spicy และ Hot Korean ที่ไม่จำเป็นต้องทานอาหารก็สัมผัสรสชาติความเผ็ดได้ ผ่านเครื่องสำอาง ง่ายเพียงปาดเดียวเท่านั้น พร้อมมอบสีสันและเติมความสดใสให้บนใบหน้า ตอกย้ำได้ถึงแนวคิด Instant Beauty ความสวยที่ไม่ต้องรอ
ดร.จันจิรา จันทร์โฉม ผู้บริหารส่วนงานบริหารแบรนด์ Cosmetic & Lingerie บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า เพราะความสวยของผู้หญิงแต่ละคนมีเสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเอง และยังสะท้อนได้ถึงตัวตนผ่าน “รสชาติ” ได้ในอีกมิติ ไม่ว่าจะเป็น Spicy ที่สื่อถึงความโดดเด่นมั่นใจ หรือ Sweet กับภาพคนอ่อนโยน อ่อนหวาน น่าหลงใหล นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโทนที่สื่อได้ถึง Mood ในแต่ละวันที่ไม่ซ้ำกัน นี่จึงเป็นอีกเสน่ห์ในตัวตนผู้หญิงที่มีหลายคาแรกเตอร์และเปลี่ยนไปตาม Mood ของแต่ละวัน ซึ่งมีผลกับธีมในการแต่งตัวและการแต่งหน้าด้วยเช่นกัน ทำให้แนวคิด “WHAT DOES YOUR BEAUTY TASTE LIKE?” เกิดขึ้นมาเพื่อชวนให้ทุกคนค้นหา Beauty Identity ในแบบของตัวเอง เพราะผู้หญิงไม่ได้เลือกแค่ “สี” แต่กำลังเลือก “Flavor of Mood” ที่สะท้อนตัวตนผ่านความงามอย่างไร้ขีดจำกัด
กลยุทธ์ที่พลิกโฉมนิยามเดิมของสินค้าบิวตี้ โดย BSC COSMETOLOGY และ มาม่าโอเค เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ผู้บริโภค ภายใต้ไอเดีย “FROM INSTANT FLAVOR TO INSTANT BEAUTY” เมื่อความอยากเกิดขึ้น ความสวยต้องได้ทันที เหมือนความอร่อยที่ไม่ต้องรอ จึงเปลี่ยน “INSTANT NOODLE CULTURE” ให้กลายเป็น “INSTANT BEAUTY CULTURE” โดยเปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เด่นครั้งแรกในงาน Saha Group Fair ครั้งที่ 30 วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นี้ ซึ่งสินค้ามีจำนวนจำกัด ที่พร้อมสร้างไวรัลในวงการบิวตี้ให้ทุกคนอยากลองสัมผัส
“ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น และมีไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ต้องการความสะดวกสบาย และคาดหวังที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ทำให้แนวคิด Instant Beauty ความสวยที่ไม่ต้องรอ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคนี้ โดยการร่วมมือของทั้ง 2 แบรนด์ในครั้งนี้ เกิดจากการมองเห็นภาพร่วมกัน โดยตลาดสินค้าความงามเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราจึงนำจุดแข็ง ความเชี่ยวชาญ และเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์มาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์สินค้าใหม่ในคอลเลกชันนี้ ที่สะท้อนความโดดเด่นทั้งความสวยและรสสัมผัสที่ประทับใจ” ดร.จันจิรา กล่าว
สำหรับ 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ผสานเครื่องสำอาง ช่วยการเติมความสดใสให้กับผิวและใบหน้า เข้ากับรสชาติของอาหารที่ดึงขึ้นมาเป็นจุดเด่น ได้แก่
1. BSC BITE ME BALM ลิปบาล์มเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ให้ความฉ่ำโกลว์ ดูสุขภาพดี ด้วยสีธรรมชาติ ไม่เหนียวเหนอะหนะ และมี HYALURONIC PLUMPING ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก รวมถึง PALMITOYL TRIPEPTIDE-1 ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน อวบอิ่ม พร้อมทั้งมี VITAMIN E ช่วยบำรุงริมฝีปากให้นุ่มชุ่มชื้นและต้านอนุมูลอิสระ
2. BSC TASTY KISS LIP LOCK ลิปล็อคสี 2 STEP ที่ให้ทั้งสีแมตต์ และกลอสฉ่ำวาวเล่นแสง เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่หนักปาก สีติดทนด้วยฟิล์มเคลือบล็อคความเงาและล็อคเม็ดสี อีกทั้งมี HYA SPHERES นวัตกรรมใหม่ช่วยให้ปากอวบอิ่ม รวมถึง SQUALANE ช่วยเสริม SKIN BARRIER กักเก็บความชุ่มชื้น และ VITAMIN E ช่วยบำรุงริมฝีปากให้นุ่ม เรียบเนียน พร้อมต้านอนุมูลอิสระ
ความพิเศษที่เพิ่มประสบการณ์ใหม่ในการใช้งาน โดยทั้ง BSC BITE ME BALM และ BSC TASTY KISS LIP LOCK มาพร้อมกัน 4 เฉดสี คือ
· HOT AND SPICY – โทนสีแดงที่ลงตัวกับทุกเฉดสีผิว
· HOT KOREAN - โทนสีระเรื่อที่เปลี่ยนตามค่า PH ของริมฝีปาก
· CARBONARA BACON – สีชมพูนู้ด ให้ลุคหวานซ่อนแซ่บ
· SALTED EGG – โทนสีส้มอ่อนให้ความสดใสสมวัย
ซึ่งแต่ละเฉดสี สร้างการจดจำง่ายด้วยชื่อตามรสชาติของ มาม่าโอเค และมอบความแตกต่าง ทั้งโทนหวาน ความสดใส ความแซ่บ โดยเฉพาะสี HOT AND SPICY และ HOT KOREAN เมื่อทาลงบนปากจะสามารถสัมผัสได้ถึงความเผ็ดร้อนบนริมฝีปากเล็กน้อย เนื่องจากมีสารให้ความเผ็ดร้อน เหมือนการทาน มาม่าโอเครสเผ็ดจริงๆ
3. BSC INSTANT BLUSH บลัชออนเนื้อนุ่ม สีชัด เกลี่ยง่าย ให้ผิวเปล่งปลั่งดูสุขภาพดี มอบความติดทนนาน 6 ชม. ด้วยเทคโนโลยี Long-Wear Film-Lock และล็อคผิวโกลว์ ผสาน LEONTOPODIUM ALPINUM FLOWER/LEAF EXTRACT ช่วยบำรุงและปลอบประโลมผิว พร้อม FUJI MOUNTAIN WATER เติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู ช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน โดยมี 2 เฉดสี ได้แก่
· SALTED EGG - สีส้มนู้ด ให้ความสดใส เปล่งประกาย
· CARBONARA BACON – สีชมพูระเรื่อ ให้ลุคหวาน
เปิดประสบการณ์ใหม่ของเมคอัพด้วยรสชาติที่คุ้นเคย มิติใหม่ของวงการบิวตี้ ที่ตอกย้ำถึงความกล้าที่จะแตกต่างเพื่อสร้างสีสันใหม่ให้ได้สัมผัส ด้วยการชูจุดเด่นของ BSC COSMETOLOGY และ มาม่าโอเค ที่ผสานนวัตกรรมต่าง ๆ ให้เข้ากันอย่างลงตัว เปลี่ยนนิยามการแต่งหน้าให้สนุกมากขึ้น ด้วยการแต่งเติม “รสชาติ” สู่ความสวยที่มาพร้อมความอร่อยหาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ที่ Counter BSC Cosmetology, ช่องทาง Online Official, Beautrium และ EveandBoy
“BSC” ผนึกกำลัง “มาม่าโอเค” ดันมิติใหม่เขย่าวงการบิวตี้ ตอกย้ำความต่างเมคอัพผสานอาหาร ชูคอนเซปต์ Instant Beauty รสชาติความสวยที่ไม่ต้องรอ รองรับคนรุ่นใหม่
สร้างปรากฏการณ์ใหม่และสร้างประสบการณ์ใหม่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำอีกแล้วสำหรับแบรนด์ BSC COSMETOLOGY ที่จับมือกับ มาม่าโอเค ผนึกกำลังสร้างมิติใหม่ให้วงการบิวตี้ พร้อมชูคอนเซปต์ “TASTE OF BEAUTY : EVERY BEAUTY HAS A FLAVOR รสชาติความสวย” ผ่านเครื่องสำอางที่ลิ้มรสความอร่อยจากมาม่าโอเค ในรสชาติที่คุ้นเคยได้ โดยดึงอารมณ์ ความรู้สึก และ Sensory Inspiration เชื่อมโยงเข้ากับเครื่องสำอาง ฉีกกรอบภาพจำเดิมๆ ของเครื่องสำอาง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้วงการ Beauty POP Culture โดยดึงจุดเด่นด้วย แรงบันดาลใจจากความสวยที่ชวนหิวจากรสสัมผัสของอาหาร ด้วยรสชาติที่คุ้นเคยจากมาม่าโอเครส Hot & Spicy และ Hot Korean ที่ไม่จำเป็นต้องทานอาหารก็สัมผัสรสชาติความเผ็ดได้ ผ่านเครื่องสำอาง ง่ายเพียงปาดเดียวเท่านั้น พร้อมมอบสีสันและเติมความสดใสให้บนใบหน้า ตอกย้ำได้ถึงแนวคิด Instant Beauty ความสวยที่ไม่ต้องรอ ดร.จันจิรา จันทร์โฉม ผู้บริหารส่วนงานบริหารแบรนด์ Cosmetic & Lingerie บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า เพราะความสวยของผู้หญิงแต่ละคนมีเสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเอง และยังสะท้อนได้ถึงตัวตนผ่าน “รสชาติ” ได้ในอีกมิติ ไม่ว่าจะเป็น Spicy ที่สื่อถึงความโดดเด่นมั่นใจ หรือ Sweet กับภาพคนอ่อนโยน อ่อนหวาน น่าหลงใหล นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโทนที่สื่อได้ถึง Mood ในแต่ละวันที่ไม่ซ้ำกัน นี่จึงเป็นอีกเสน่ห์ในตัวตนผู้หญิงที่มีหลายคาแรกเตอร์และเปลี่ยนไปตาม Mood ของแต่ละวัน ซึ่งมีผลกับธีมในการแต่งตัวและการแต่งหน้าด้วยเช่นกัน ทำให้แนวคิด “WHAT DOES YOUR BEAUTY TASTE LIKE?” เกิดขึ้นมาเพื่อชวนให้ทุกคนค้นหา Beauty Identity ในแบบของตัวเอง เพราะผู้หญิงไม่ได้เลือกแค่ “สี” แต่กำลังเลือก “Flavor of Mood” ที่สะท้อนตัวตนผ่านความงามอย่างไร้ขีดจำกัด กลยุทธ์ที่พลิกโฉมนิยามเดิมของสินค้าบิวตี้ โดย BSC COSMETOLOGY และ มาม่าโอเค เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ผู้บริโภค ภายใต้ไอเดีย “FROM INSTANT FLAVOR TO INSTANT BEAUTY” เมื่อความอยากเกิดขึ้น ความสวยต้องได้ทันที เหมือนความอร่อยที่ไม่ต้องรอ จึงเปลี่ยน “INSTANT NOODLE CULTURE” ให้กลายเป็น “INSTANT BEAUTY CULTURE” โดยเปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เด่นครั้งแรกในงาน Saha Group Fair ครั้งที่ 30 วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นี้ ซึ่งสินค้ามีจำนวนจำกัด ที่พร้อมสร้างไวรัลในวงการบิวตี้ให้ทุกคนอยากลองสัมผัส“ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น และมีไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ต้องการความสะดวกสบาย และคาดหวังที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ทำให้แนวคิด Instant Beauty ความสวยที่ไม่ต้องรอ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคนี้ โดยการร่วมมือของทั้ง 2 แบรนด์ในครั้งนี้ เกิดจากการมองเห็นภาพร่วมกัน โดยตลาดสินค้าความงามเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราจึงนำจุดแข็ง ความเชี่ยวชาญ และเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์มาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์สินค้าใหม่ในคอลเลกชันนี้ ที่สะท้อนความโดดเด่นทั้งความสวยและรสสัมผัสที่ประทับใจ” ดร.จันจิรา กล่าว สำหรับ 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ผสานเครื่องสำอาง ช่วยการเติมความสดใสให้กับผิวและใบหน้า เข้ากับรสชาติของอาหารที่ดึงขึ้นมาเป็นจุดเด่น ได้แก่1. BSC BITE ME BALM ลิปบาล์มเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ให้ความฉ่ำโกลว์ ดูสุขภาพดี ด้วยสีธรรมชาติ ไม่เหนียวเหนอะหนะ และมี HYALURONIC PLUMPING ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก รวมถึง PALMITOYL TRIPEPTIDE-1 ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน อวบอิ่ม พร้อมทั้งมี VITAMIN E ช่วยบำรุงริมฝีปากให้นุ่มชุ่มชื้นและต้านอนุมูลอิสระ2. BSC TASTY KISS LIP LOCK ลิปล็อคสี 2 STEP ที่ให้ทั้งสีแมตต์ และกลอสฉ่ำวาวเล่นแสง เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่หนักปาก สีติดทนด้วยฟิล์มเคลือบล็อคความเงาและล็อคเม็ดสี อีกทั้งมี HYA SPHERES นวัตกรรมใหม่ช่วยให้ปากอวบอิ่ม รวมถึง SQUALANE ช่วยเสริม SKIN BARRIER กักเก็บความชุ่มชื้น และ VITAMIN E ช่วยบำรุงริมฝีปากให้นุ่ม เรียบเนียน พร้อมต้านอนุมูลอิสระความพิเศษที่เพิ่มประสบการณ์ใหม่ในการใช้งาน โดยทั้ง BSC BITE ME BALM และ BSC TASTY KISS LIP LOCK มาพร้อมกัน 4 เฉดสี คือ· HOT AND SPICY – โทนสีแดงที่ลงตัวกับทุกเฉดสีผิว· HOT KOREAN - โทนสีระเรื่อที่เปลี่ยนตามค่า PH ของริมฝีปาก· CARBONARA BACON – สีชมพูนู้ด ให้ลุคหวานซ่อนแซ่บ· SALTED EGG – โทนสีส้มอ่อนให้ความสดใสสมวัย ซึ่งแต่ละเฉดสี สร้างการจดจำง่ายด้วยชื่อตามรสชาติของ มาม่าโอเค และมอบความแตกต่าง ทั้งโทนหวาน ความสดใส ความแซ่บ โดยเฉพาะสี HOT AND SPICY และ HOT KOREAN เมื่อทาลงบนปากจะสามารถสัมผัสได้ถึงความเผ็ดร้อนบนริมฝีปากเล็กน้อย เนื่องจากมีสารให้ความเผ็ดร้อน เหมือนการทาน มาม่าโอเครสเผ็ดจริงๆ3. BSC INSTANT BLUSH บลัชออนเนื้อนุ่ม สีชัด เกลี่ยง่าย ให้ผิวเปล่งปลั่งดูสุขภาพดี มอบความติดทนนาน 6 ชม. ด้วยเทคโนโลยี Long-Wear Film-Lock และล็อคผิวโกลว์ ผสาน LEONTOPODIUM ALPINUM FLOWER/LEAF EXTRACT ช่วยบำรุงและปลอบประโลมผิว พร้อม FUJI MOUNTAIN WATER เติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู ช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน โดยมี 2 เฉดสี ได้แก่· SALTED EGG - สีส้มนู้ด ให้ความสดใส เปล่งประกาย· CARBONARA BACON – สีชมพูระเรื่อ ให้ลุคหวาน เปิดประสบการณ์ใหม่ของเมคอัพด้วยรสชาติที่คุ้นเคย มิติใหม่ของวงการบิวตี้ ที่ตอกย้ำถึงความกล้าที่จะแตกต่างเพื่อสร้างสีสันใหม่ให้ได้สัมผัส ด้วยการชูจุดเด่นของ BSC COSMETOLOGY และ มาม่าโอเค ที่ผสานนวัตกรรมต่าง ๆ ให้เข้ากันอย่างลงตัว เปลี่ยนนิยามการแต่งหน้าให้สนุกมากขึ้น ด้วยการแต่งเติม “รสชาติ” สู่ความสวยที่มาพร้อมความอร่อยหาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ที่ Counter BSC Cosmetology, ช่องทาง Online Official, Beautrium และ EveandBoy
DECORTÉ ประเทศไทย แต่งตั้ง “ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” เป็น Brand Friend คนแรกของไทย

DECORTÉ แบรนด์สกินแคร์ระดับลักชัวรีจากญี่ปุ่น ประกาศแต่งตั้งคุณออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ เป็น Brand Friend คนแรกของประเทศไทย ของ Liposome Advanced Repair Eye Serum เซรั่มบำรุงผิวรอบดวงตา ผลิตภัณฑ์เรือธงของแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อย่างเป็นทางการ ภายในงานที่จัดขึ้น ณ ชั้น 1, Beacon 3, เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00–18.00 น. ตอกย้ำความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวรอบดวงตาที่ DECORTÉ พัฒนาขึ้นด้วยนวัตกรรมเฉพาะตัว

DECORTÉ ประเทศไทย แต่งตั้ง “ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” เป็น Brand Friend คนแรกของไทย
DECORTÉ ประเทศไทย แต่งตั้ง “ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” เป็น Brand Friend คนแรกของไทยDECORTÉ แบรนด์สกินแคร์ระดับลักชัวรีจากญี่ปุ่น ประกาศแต่งตั้งคุณออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ เป็น Brand Friend คนแรกของประเทศไทย ของ Liposome Advanced Repair Eye Serum เซรั่มบำรุงผิวรอบดวงตา ผลิตภัณฑ์เรือธงของแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อย่างเป็นทางการ ภายในงานที่จัดขึ้น ณ ชั้น 1, Beacon 3, เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00–18.00 น. ตอกย้ำความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวรอบดวงตาที่ DECORTÉ พัฒนาขึ้นด้วยนวัตกรรมเฉพาะตัว
Gucci Brand Ambassador ชวนเช็คอิน! Gucci Beauty Store Central Park สัมผัสประสบการณ์บิวตี้เหนือระดับแห่งใหม่ใจกลางเมืองในแบบกุชชี่
Gucci Beauty (กุชชี่ บิวตี้) เปิดตัว Gucci Beauty Store แห่งใหม่ ณ ชั้น 1 เซ็นทรัล พาร์ค ในรูปแบบ shop-in-shop ที่ยังคงมาในดีไซน์ร่วมสมัยและโทนสีสุดไอคอนิกอย่างสีเหลือง มอบทั้งกลิ่นอายวินเทจและโมเดิร์นอย่างลงตัว
Gucci Beauty Store Central Park อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์ในไลน์เมคอัพและน้ำหอมอย่างครบครัน อาทิ Must-Have Item ใหม่ล่าสุดอย่าง Gucci Glow Oil-In-Water Tint ลิปทินท์เนื้อบาล์มที่อุดมไปด้วยความชุ่มชื้นและการบำรุง มอบประสบการณ์แบบ 3-in-1 ที่ทั้งลงตัวและเหนือระดับในหลอดเดียว คือผสานความอวบอิ่มเล่นแสงในแบบลิปออยล์ ช่วยฟื้นบำรุง ริมฝีปากดุจบาล์ม และให้สีสันที่ติดทนนานอย่างทินท์
พลาดไม่ได้กับรองพื้นคุชชั่นเนื้อแมตต์ Gucci Éternité de Beauté Cushion ที่ผสานพลังแห่งเมคอัพและการปกป้องดูแลผิวเป็นหนึ่งเดียว เพียงแค่แท็ปเดียวก็เอางานผิวอยู่หมัด มาพร้อมฟินิชแมตต์ที่เปล่งประกาย มอบการปกปิดแนบเนียนแบบเต็มรูปแบบ ด้วยสูตรที่ติดทนนานแต่บางเบา ช่วยควบคุมความมันได้อย่างเพอร์เฟกต์ มีให้เลือกมากถึง 12 เฉดสี
อีกทั้งยังมี Gucci Glow Blush และลิปสติกเฉดใหม่ ที่พร้อมมอบความเปล่งประกายจากพวงแก้มสู่เรียวปาก โดย Gucci Glow Blush มาใน 6 เฉดสี ที่ผสานสีสันสดใสของบลัชออนเข้ากับความเรืองรองของไฮไลต์อย่างลงตัว ขณะที่ลิปแมตต์ Gucci Rouge à Lèvres Mat และลิปเนื้อเชียร์ Rouge à Lèvres Voile เผย 6 เฉดใหม่ที่เปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังมีน้ำหอมขายดีจากตระกูล Gucci Guilty, Gucci Flora, Gucci Bloom และคอลเล็กชั่นน้ำหอมชั้นสูงอย่าง The Alchemist’s Garden ที่รวบรวมไว้ตั้งแต่ขวดแรกจนถึงสองกลิ่นล่าสุดอย่าง Ylang Ambrato และ Lignum Idealis โดยได้จัดวางเรียงกลิ่นหอมแบ่งไว้ตามแนวกลิ่น Floral/ Woody/ Citrus/ Amber เปิดโอกาสให้เพอร์ฟูมเลิฟเวอร์สำรวจพร้อมดื่มด่ำกับความเป็นตัวตนของน้ำหอมแต่ละกลิ่นและเลือกซื้อได้ตรงตามความต้องการมากที่สุด รวมไปถึงยังมีสินค้าลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างครบถ้วนพิถีพิถัน อบอวลไปด้วยเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจและคุณค่าของนวัตกรรมที่ถ่ายทอดผ่านบรรดาไอเทมสุดไอคอนิกของแบรนด์
โดย “ใหม่ - ดาวิกา” ยังได้เผย 3 ไอเทมชิ้นโปรดจาก Gucci Beauty ที่สะท้อนสไตล์ความงาม เริ่มจาก Gucci Glow Oil-In-Water Tint เบอร์ 509 สีแดงอมชมพูซิกเนเจอร์ของ Gucci ที่มอบริมฝีปากฉ่ำวาว ให้การบำรุงและสีติดทนนาน อีกหนึ่ง ไอเทมโปรดคือ Gucci Éternité de Beauté Cushion ที่มอบงานผิวสวยเนียนกริบ ให้การปกปิดอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังคงความบางเบาและสบายผิว ปิดท้ายด้วยน้ำหอมจากคอลเล็กชั่น The Alchemist’s Garden อย่าง Muschio di Luce ที่ผสานความสว่างสดใสของมัสก์เข้ากับความอบอุ่นของวานิลลาและกลิ่นไม้ที่ลุ่มลึก ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและมีเอกลักษณ์
ภายใน Shop ยังสามารถเอ็นจอยไปกับแอคทิวิตี้มากมาย โดยใครที่ช้อปไอเทมโปรดเสร็จแล้วยังมีโซน Initial Engraving Service ไว้คอยบริการสลักชื่อเป็นอักษรย่อลงบนผลิตภัณฑ์เพิ่มความพิเศษให้เป็นเหมือนไอเทมที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก อีกทั้งบริการ Personalized & Gift Wrapping กับการนำของที่เลือกซื้อมาจัดเป็นเซตของขวัญลงในแพคเกจจิ้งกล่องและถุงกระดาษ Gucci ดีไซน์เก๋เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับตัวเองหรือคนรู้ใจอีกด้วย
Gucci Brand Ambassador ชวนเช็คอิน! Gucci Beauty Store Central Park สัมผัสประสบการณ์บิวตี้เหนือระดับแห่งใหม่ใจกลางเมืองในแบบกุชชี่
Gucci Brand Ambassador ชวนเช็คอิน! Gucci Beauty Store Central Park สัมผัสประสบการณ์บิวตี้เหนือระดับแห่งใหม่ใจกลางเมืองในแบบกุชชี่Gucci Beauty (กุชชี่ บิวตี้) เปิดตัว Gucci Beauty Store แห่งใหม่ ณ ชั้น 1 เซ็นทรัล พาร์ค ในรูปแบบ shop-in-shop ที่ยังคงมาในดีไซน์ร่วมสมัยและโทนสีสุดไอคอนิกอย่างสีเหลือง มอบทั้งกลิ่นอายวินเทจและโมเดิร์นอย่างลงตัวGucci Beauty Store Central Park อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์ในไลน์เมคอัพและน้ำหอมอย่างครบครัน อาทิ Must-Have Item ใหม่ล่าสุดอย่าง Gucci Glow Oil-In-Water Tint ลิปทินท์เนื้อบาล์มที่อุดมไปด้วยความชุ่มชื้นและการบำรุง มอบประสบการณ์แบบ 3-in-1 ที่ทั้งลงตัวและเหนือระดับในหลอดเดียว คือผสานความอวบอิ่มเล่นแสงในแบบลิปออยล์ ช่วยฟื้นบำรุง ริมฝีปากดุจบาล์ม และให้สีสันที่ติดทนนานอย่างทินท์พลาดไม่ได้กับรองพื้นคุชชั่นเนื้อแมตต์ Gucci Éternité de Beauté Cushion ที่ผสานพลังแห่งเมคอัพและการปกป้องดูแลผิวเป็นหนึ่งเดียว เพียงแค่แท็ปเดียวก็เอางานผิวอยู่หมัด มาพร้อมฟินิชแมตต์ที่เปล่งประกาย มอบการปกปิดแนบเนียนแบบเต็มรูปแบบ ด้วยสูตรที่ติดทนนานแต่บางเบา ช่วยควบคุมความมันได้อย่างเพอร์เฟกต์ มีให้เลือกมากถึง 12 เฉดสีอีกทั้งยังมี Gucci Glow Blush และลิปสติกเฉดใหม่ ที่พร้อมมอบความเปล่งประกายจากพวงแก้มสู่เรียวปาก โดย Gucci Glow Blush มาใน 6 เฉดสี ที่ผสานสีสันสดใสของบลัชออนเข้ากับความเรืองรองของไฮไลต์อย่างลงตัว ขณะที่ลิปแมตต์ Gucci Rouge à Lèvres Mat และลิปเนื้อเชียร์ Rouge à Lèvres Voile เผย 6 เฉดใหม่ที่เปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาตินอกจากนี้ยังมีน้ำหอมขายดีจากตระกูล Gucci Guilty, Gucci Flora, Gucci Bloom และคอลเล็กชั่นน้ำหอมชั้นสูงอย่าง The Alchemist’s Garden ที่รวบรวมไว้ตั้งแต่ขวดแรกจนถึงสองกลิ่นล่าสุดอย่าง Ylang Ambrato และ Lignum Idealis โดยได้จัดวางเรียงกลิ่นหอมแบ่งไว้ตามแนวกลิ่น Floral/ Woody/ Citrus/ Amber เปิดโอกาสให้เพอร์ฟูมเลิฟเวอร์สำรวจพร้อมดื่มด่ำกับความเป็นตัวตนของน้ำหอมแต่ละกลิ่นและเลือกซื้อได้ตรงตามความต้องการมากที่สุด รวมไปถึงยังมีสินค้าลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างครบถ้วนพิถีพิถัน อบอวลไปด้วยเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจและคุณค่าของนวัตกรรมที่ถ่ายทอดผ่านบรรดาไอเทมสุดไอคอนิกของแบรนด์โดย “ใหม่ - ดาวิกา” ยังได้เผย 3 ไอเทมชิ้นโปรดจาก Gucci Beauty ที่สะท้อนสไตล์ความงาม เริ่มจาก Gucci Glow Oil-In-Water Tint เบอร์ 509 สีแดงอมชมพูซิกเนเจอร์ของ Gucci ที่มอบริมฝีปากฉ่ำวาว ให้การบำรุงและสีติดทนนาน อีกหนึ่ง ไอเทมโปรดคือ Gucci Éternité de Beauté Cushion ที่มอบงานผิวสวยเนียนกริบ ให้การปกปิดอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังคงความบางเบาและสบายผิว ปิดท้ายด้วยน้ำหอมจากคอลเล็กชั่น The Alchemist’s Garden อย่าง Muschio di Luce ที่ผสานความสว่างสดใสของมัสก์เข้ากับความอบอุ่นของวานิลลาและกลิ่นไม้ที่ลุ่มลึก ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและมีเอกลักษณ์ภายใน Shop ยังสามารถเอ็นจอยไปกับแอคทิวิตี้มากมาย โดยใครที่ช้อปไอเทมโปรดเสร็จแล้วยังมีโซน Initial Engraving Service ไว้คอยบริการสลักชื่อเป็นอักษรย่อลงบนผลิตภัณฑ์เพิ่มความพิเศษให้เป็นเหมือนไอเทมที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก อีกทั้งบริการ Personalized & Gift Wrapping กับการนำของที่เลือกซื้อมาจัดเป็นเซตของขวัญลงในแพคเกจจิ้งกล่องและถุงกระดาษ Gucci ดีไซน์เก๋เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับตัวเองหรือคนรู้ใจอีกด้วย
Zadi & Jo Fluffy Fit Soft Glow Cushion SPF50+ PA++++
(เซดี้ แอนด์ โจ ฟลัฟฟี่ ฟิต ซอฟต์ โกลว์ คุชชั่น เอสพีเอฟ50+ พีเอ++++)
“คุชชั่นบูสต์ผิว” ฉ่ำโกลว์ อัดแน่นพลังบำรุง
ทุกการตบคือการเติมสกินแคร์
“Fluffy skin. Soft glow. Sweet like your favorite treat.”
ผิวฟูนุ่ม โกลว์ละมุน หวานละไมราวขนมชิ้นโปรด
คุชชั่นรองพื้นที่ออกแบบมาเพื่อเผยผิวสวยแบบ Fluffy Glow Skin ผิวที่ดูฟูนุ่ม เบลอเนียน และเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ
Fluffy Fit Soft & Glow Cushion มอบเนื้อสัมผัสที่ บางเบาราวอากาศ แต่ให้การปกปิดอย่างน่าประทับใจ ช่วยปรับผิวให้ดูเรียบเนียน เบลอรูขุมขน และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ พร้อมฟินิชผิว Fluffy Glow Skin Finish ที่ให้ผิวดูโกลว์สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
เนื้อคุชชั่นเกลี่ยง่าย แนบผิวสบาย ไม่หนักหน้า ให้ผิวดูสดใสเหมือนผิวจริง เหมาะกับลุค วัยรุ่นวัยเรียนที่ต้องการผิวสวยแบบธรรมชาติ แต่ยังดูเรียบร้อยและมั่นใจในทุกวัน
มากกว่ารองพื้นทั่วไป ด้วยสูตรนี้ที่พัฒนาภายขึ้นใต้แนวคิด Makeup meets Skincare ช่วยดูแลผิวไปพร้อมกับการแต่งหน้า ด้วยส่วนผสมบำรุงที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟื้นบำรุง และเสริมเกราะผิวให้แข็งแรง
พร้อมการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF50+ PA++++ เพื่อให้ผิวสวย สดใส และได้รับการปกป้องตลอดวัน
คุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์
Fluffy Glow Skin Finish ฟินิชผิวฟูนุ่ม เบลอเนียน พร้อม soft glow ที่ดูสุขภาพดีแบบธรรมชาติ
Soft Blurring Effect ช่วยเบลอรูขุมขน และปรับผิวให้ดูเรียบเนียนแบบ soft focus
Fluffy Lightweight Texture เนื้อสัมผัสบางเบา สบายผิว แต่ให้การปกปิดที่ดี
Radiant Natural Glow ช่วยให้ผิวดูสดใส เปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ
Long-Lasting Wear ติดทนนาน ผิวดูสดใหม่ตลอดวัน
SPF50+ PA++++ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB
ส่วนผสมบำรุงสำคัญ
· Niacinamide (Vitamin B3) ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส และช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ
· 15X Hyaluronic Acid ช่วยเติมความชุ่มชื้นล้ำลึก ให้ผิวดูอิ่มฟูและสุขภาพดี
· 5X Ceramide Complex ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิว และช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวแข็งแรง
Clean Beauty Promise
สูตรอ่อนโยน ปราศจากสารที่อาจระคายเคืองผิว เช่น
Alcohol-free / Paraben-free / Mineral oil-free / Sulfate-free / Talc-free
เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวบอบบาง
Shade Selection โทนสีผิวหวานละมุนเหมือนขนม
คุชชั่นคอลเลกชันนี้ มาพร้อมเฉดสีที่ได้แรงบันดาลใจจาก โทนสีของขนมหวาน แต่ละเฉดถูกออกแบบมาให้ดูนุ่ม ละมุน และเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ผิวดูสวยใสแบบ Fluffy Glow Skin เหมือนขนมชิ้นโปรดที่ทั้งน่ารักและทำให้วันธรรมดาดูพิเศษขึ้นเล็กน้อย
มาพร้อม Fluffy Blend Puff พัฟดีไซน์พิเศษแบบ 2-in-1 ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เนื้อคุชชั่นกระจายตัวบนผิวอย่างสม่ำเสมอ สร้างงานผิวที่บางเบา เนียนสวย และดูเป็นธรรมชาติ
• ด้าน Micro Air Pores พื้นผิวพัฟที่มีรูอากาศขนาดเล็ก ช่วยดูดซับและควบคุมปริมาณเนื้อคุชชั่นให้พอเหมาะ ลดความเยิ้ม และให้การแตะผิวที่บางเบา ไม่หนา
• ด้าน Smooth Surface พื้นผิวเรียบที่ช่วยให้คุชชั่นเกลี่ยง่าย แนบสนิทกับผิว พร้อมมอบงานผิวที่ดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอ
ช่วยสร้างงานผิว Fluffy Glow Skin ผิวฟูนุ่ม โกลว์ละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ
วิธีใช้
ใช้พัฟ Fluffy Blend Puff กดคุชชั่นในปริมาณที่พอเหมาะ จากนั้นแตะเบา ๆ ลงบนผิวหน้าให้ทั่ว
• แตะ บาง ๆ 1 ชั้น เพื่อปรับผิวให้เรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติ • แตะ เพิ่มอีก 1–2 ชั้น ในบริเวณที่ต้องการการปกปิดมากขึ้น
สามารถแตะซ้ำระหว่างวันเพื่อเติมความสดใสของผิว และช่วยคง Fluffy Glow Skin Finish -Fluffy skin. Soft glow. ให้ผิวดูฟูนุ่มและเปล่งประกายตลอดวัน
00 – Milk Cloud (มิลค์ คลาวด์) โทนขาวนวลใส เหมือนนมสดฟูละมุน ให้ผิวดูสว่างเบาสบายเหมือนก้อนเมฆ
01 – Butter Cake (บัตเตอร์ เค้ก) โทนเบจครีมอบอุ่น นุ่มเหมือนเค้กเนยหอมๆ ให้ผิวดูละมุนและเป็นธรรมชาติ
02 – Cream Caramel (ครีม คาราเมล) โทนเบจคาราเมลนุ่มๆ เพิ่มความโกลว์อุ่นละไม ให้ผิวดูสุขภาพดี
03 – Honey Toast (ฮันนี่ โทสต์) โทนเบจน้ำผึ้งอบอุ่น ให้ผิวดูโกลว์นุ่มเหมือนขนมปังฮันนี่โทสต์กรอบหอม
น้ำหนักสุทธิ: 15 กรัม
ราคา : 550 บาท
Zadi & Jo Fluffy Fit Soft Glow Cushion SPF50+ PA++++ "คุชชั่นบูสต์ผิว" ฉ่ำโกลว์ อัดแน่นพลังบำรุง
Zadi & Jo Fluffy Fit Soft Glow Cushion SPF50+ PA++++(เซดี้ แอนด์ โจ ฟลัฟฟี่ ฟิต ซอฟต์ โกลว์ คุชชั่น เอสพีเอฟ50+ พีเอ++++)“คุชชั่นบูสต์ผิว” ฉ่ำโกลว์ อัดแน่นพลังบำรุงทุกการตบคือการเติมสกินแคร์“Fluffy skin. Soft glow. Sweet like your favorite treat.”ผิวฟูนุ่ม โกลว์ละมุน หวานละไมราวขนมชิ้นโปรดคุชชั่นรองพื้นที่ออกแบบมาเพื่อเผยผิวสวยแบบ Fluffy Glow Skin ผิวที่ดูฟูนุ่ม เบลอเนียน และเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติFluffy Fit Soft & Glow Cushion มอบเนื้อสัมผัสที่ บางเบาราวอากาศ แต่ให้การปกปิดอย่างน่าประทับใจ ช่วยปรับผิวให้ดูเรียบเนียน เบลอรูขุมขน และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ พร้อมฟินิชผิว Fluffy Glow Skin Finish ที่ให้ผิวดูโกลว์สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติเนื้อคุชชั่นเกลี่ยง่าย แนบผิวสบาย ไม่หนักหน้า ให้ผิวดูสดใสเหมือนผิวจริง เหมาะกับลุค วัยรุ่นวัยเรียนที่ต้องการผิวสวยแบบธรรมชาติ แต่ยังดูเรียบร้อยและมั่นใจในทุกวันมากกว่ารองพื้นทั่วไป ด้วยสูตรนี้ที่พัฒนาภายขึ้นใต้แนวคิด Makeup meets Skincare ช่วยดูแลผิวไปพร้อมกับการแต่งหน้า ด้วยส่วนผสมบำรุงที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟื้นบำรุง และเสริมเกราะผิวให้แข็งแรงพร้อมการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF50+ PA++++ เพื่อให้ผิวสวย สดใส และได้รับการปกป้องตลอดวันคุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์Fluffy Glow Skin Finish ฟินิชผิวฟูนุ่ม เบลอเนียน พร้อม soft glow ที่ดูสุขภาพดีแบบธรรมชาติSoft Blurring Effect ช่วยเบลอรูขุมขน และปรับผิวให้ดูเรียบเนียนแบบ soft focusFluffy Lightweight Texture เนื้อสัมผัสบางเบา สบายผิว แต่ให้การปกปิดที่ดีRadiant Natural Glow ช่วยให้ผิวดูสดใส เปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติLong-Lasting Wear ติดทนนาน ผิวดูสดใหม่ตลอดวันSPF50+ PA++++ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVBส่วนผสมบำรุงสำคัญ· Niacinamide (Vitamin B3) ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส และช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ· 15X Hyaluronic Acid ช่วยเติมความชุ่มชื้นล้ำลึก ให้ผิวดูอิ่มฟูและสุขภาพดี· 5X Ceramide Complex ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิว และช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวแข็งแรงClean Beauty Promiseสูตรอ่อนโยน ปราศจากสารที่อาจระคายเคืองผิว เช่นAlcohol-free / Paraben-free / Mineral oil-free / Sulfate-free / Talc-freeเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวบอบบางShade Selection โทนสีผิวหวานละมุนเหมือนขนมคุชชั่นคอลเลกชันนี้ มาพร้อมเฉดสีที่ได้แรงบันดาลใจจาก โทนสีของขนมหวาน แต่ละเฉดถูกออกแบบมาให้ดูนุ่ม ละมุน และเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ผิวดูสวยใสแบบ Fluffy Glow Skin เหมือนขนมชิ้นโปรดที่ทั้งน่ารักและทำให้วันธรรมดาดูพิเศษขึ้นเล็กน้อยมาพร้อม Fluffy Blend Puff พัฟดีไซน์พิเศษแบบ 2-in-1 ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เนื้อคุชชั่นกระจายตัวบนผิวอย่างสม่ำเสมอ สร้างงานผิวที่บางเบา เนียนสวย และดูเป็นธรรมชาติ• ด้าน Micro Air Pores พื้นผิวพัฟที่มีรูอากาศขนาดเล็ก ช่วยดูดซับและควบคุมปริมาณเนื้อคุชชั่นให้พอเหมาะ ลดความเยิ้ม และให้การแตะผิวที่บางเบา ไม่หนา• ด้าน Smooth Surface พื้นผิวเรียบที่ช่วยให้คุชชั่นเกลี่ยง่าย แนบสนิทกับผิว พร้อมมอบงานผิวที่ดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอช่วยสร้างงานผิว Fluffy Glow Skin ผิวฟูนุ่ม โกลว์ละมุนอย่างเป็นธรรมชาติวิธีใช้ใช้พัฟ Fluffy Blend Puff กดคุชชั่นในปริมาณที่พอเหมาะ จากนั้นแตะเบา ๆ ลงบนผิวหน้าให้ทั่ว• แตะ บาง ๆ 1 ชั้น เพื่อปรับผิวให้เรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติ • แตะ เพิ่มอีก 1–2 ชั้น ในบริเวณที่ต้องการการปกปิดมากขึ้นสามารถแตะซ้ำระหว่างวันเพื่อเติมความสดใสของผิว และช่วยคง Fluffy Glow Skin Finish -Fluffy skin. Soft glow. ให้ผิวดูฟูนุ่มและเปล่งประกายตลอดวัน00 – Milk Cloud (มิลค์ คลาวด์) โทนขาวนวลใส เหมือนนมสดฟูละมุน ให้ผิวดูสว่างเบาสบายเหมือนก้อนเมฆ01 – Butter Cake (บัตเตอร์ เค้ก) โทนเบจครีมอบอุ่น นุ่มเหมือนเค้กเนยหอมๆ ให้ผิวดูละมุนและเป็นธรรมชาติ02 – Cream Caramel (ครีม คาราเมล) โทนเบจคาราเมลนุ่มๆ เพิ่มความโกลว์อุ่นละไม ให้ผิวดูสุขภาพดี03 – Honey Toast (ฮันนี่ โทสต์) โทนเบจน้ำผึ้งอบอุ่น ให้ผิวดูโกลว์นุ่มเหมือนขนมปังฮันนี่โทสต์กรอบหอมน้ำหนักสุทธิ: 15 กรัมราคา : 550 บาท
Dior Forever เปิดตัวคอลเลกชันเมกอัปเบสรุ่นใหม่ เนรมิตผิวสวยไร้ที่ติ!
Dior Forever เปิดตัวคอลเลกชันเมกอัปเบสรุ่นใหม่ เนรมิตผิวสวยไร้ที่ติ!
Dior Forever เปิดตัวคอลเลกชันใหม่สำหรับงานผิวโดยเฉพาะ ได้แก่ เมกอัปเบส 2 สูตร และแป้งฝุ่น 1 รุ่น ซึ่งได้เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมาค่ะ
เผยผิวสวยเนียนใส มองใกล้แค่ไหนก็ยังดูเป๊ะ
คอลเลกชันใหม่นี้ประกอบด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ Dior Forever Skin Veil งานเบสผิวโกลว์ ให้ผิวดูฉ่ำเปล่งประกาย ต่อกันด้วย Dior Forever Velvet Veil เบสผิวกึ่งเนื้อแมตต์ ให้ลุคเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ และสุดท้าย Dior Forever On Set Powder แป้งฝุ่นที่ให้ลุคธรรมชาติ พร้อมช่วยเบลอผิวให้เรียบเนียนเหมือนใส่ฟิลเตอร์
เมื่อนำมาใช้ร่วมกับรองพื้น Dior Forever Fluid Skin Glow และ Dior Forever Fluid Skin Wear ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็จะช่วยให้เมกอัปของคุณดูสมบูรณ์แบบมากขึ้น
เผยผิวสวยราวกับถ่ายในสตูดิโอ ด้วยแรงบันดาลใจจากหลังเวทีรันเวย์
ผลิตภัณฑ์ใหม่ในคอลเลกชันนี้ได้รับการพัฒนาโดย ปีเตอร์ ฟิลิปส์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และภาพลักษณ์ของ Dior Makeup ร่วมกับทีมเมกอัปอาร์ทิสต์ โดยนำเทคนิคการจัดแสงในงานแฟชั่นโชว์มาประยุกต์ใช้ด้วย ผลลัพธ์ก็คือได้งานเมกอัปที่ช่วยให้ผิวดูสวยเปล่งประกายราวกับอยู่ในสตูดิโอถ่ายภาพ อีกทั้งยังได้ผิวที่เรียบเนียนและดูสมบูรณ์แบบ แม้ในสถานการณ์ที่ต้องเจอแสงแฟลช เช่น บนพรมแดงหรือในบนเวที ก็ไม่หวั่น!
.
รายการสินค้า
Dior Forever Skin Veil

เมกอัปเบสสูตรโกลว์แบบ 4-in-1 ที่รวมคุณสมบัติหลายอย่างไว้ในขวดเดียว ด้วยเม็ดสีโทนชมพูและชิมเมอร์ไข่มุก ช่วยปรับผิวให้ดูสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติพร้อมเพิ่มความโกลว์ อีกทั้งยังช่วยให้รองพื้นติดทนนานและเรียบเนียนตลอดวันอีกด้วย
คุณสมบัติ 4-in-1
- ไพรเมอร์ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน รองพื้นติดผิวได้ดีและติดทนนานมากขึ้น
- ครีมบำรุง เนื้อสัมผัสบางเบา เติมความชุ่มชื้นด้วยไฮยาลูรอนิกแอซิด
- เซรั่มบำรุงผิว มอบความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียน
- ป้องกันแสงแดด ด้วย SPF50/PA+++ จึงช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ดี
รายละเอียดสินค้า
- ชื่อสินค้า: Dior Forever Skin Veil
- ค่า SPF: SPF50/PA+++
- ราคา: 2,650 บาท
- วันที่วางจำหน่าย : ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป
..
.
.
.
.
Dior Forever Velvet Veil
เมกอัปเบสแบบ 4-in-1 สำหรับผู้ที่ชื่นชอบผิวแมตต์ เนื้อเจลบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทำให้ผิวดูขาวจนลอย ให้ผิวเรียบเนียนนุ่มเหมือนกำมะหยี่ พร้อมฟินิชลุคกึ่งแมตต์ช่วยให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
คุณสมบัติ 4-in-1
- ไพรเมอร์ ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน เพื่อให้รองพื้นดูสวยเป็นธรรมชาติ
- ปรับสภาพผิว ช่วยอำพรางสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอและเบลอรูขุมขน
- ครีมบำรุง มีไฮยาลูรอนิกแอซิด ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มฟู
- ป้องกันแสงแดด SPF15/PA++ ปกป้องผิวจากรังสี UV ในชีวิตประจำวัน
รายละเอียดสินค้า
- ชื่อสินค้า: Dior Forever Velvet Veil
- ค่า SPF: SPF15/PA++
- ราคา: 2,650 บาท
- วันที่วางจำหน่าย : ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป
.
.
.
.
.Dior Forever On Set Powder

แป้งฝุ่นที่ช่วยให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ พร้อมเบลอรูขุมขนและลดความมัน
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
- เนื้อแป้งละเอียด มีเอฟเฟกต์ช่วยเบลอผิวแบบซอฟต์โฟกัส
- ให้ฟินิชลุคดูบางเบา
- มีไฮยาลูรอนิกแอซิด ช่วยลดความรู้สึกแห้งตึงระหว่างวัน
พัฟที่ให้มาพร้อมกันถูกออกแบบให้ใช้งานได้หลากหลาย สามารถเป็นได้ทั้งพัฟ ฟองน้ำ และแปรง เหมาะสำหรับเติมเมกอัปเฉพาะบริเวณทีโซนและรอบดวงตาในระหว่างวัน
เฉดสี
มีให้เลือกทั้งหมด 4 เฉด และ 2 ฟินิชลุคด้วยกัน คือ Glow ให้ผิวดูเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ และ Semi-Matte ให้ผิวเรียบเนียนแบบกึ่งแมตต์
สำหรับเฉดสีพิเศษเฉพาะเอเชียอย่าง 05 Crystal Pink มาในโทนชมพูอ่อนที่กลมกลืนกับโทนผิวสาวเอเชียได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผิวดูสว่าง กระจ่างใส และมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ
.
.
.
.
.
.
.
.
- .00

- 01

- 02

- 05 Crystal Pink (สีพิเศษเฉพาะเอเชีย)

.
รายละเอียดสินค้า
- ชื่อสินค้า: Dior Forever On Set Powder
- จำนวนสี: 4 เฉด
- ราคา: 2,450 บาท
- วันที่วางจำหน่าย : ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป
ตลับคุชชั่นลายใหม่ สุดลิมิเต็ด!
Dior ยังได้เปิดตัว ตลับคุชชั่นรุ่นลิมิเต็ด พร้อมกันทั้งหมด 3 ดีไซน์ โดยสามารถใช้ร่วมกับรีฟิลของ Dior Skin Forever Cushion ได้ (รีฟิลมีจำหน่ายแยก)
มีให้เลือกถึง 3 แบบ
ลาย Flower Bow
- ตลับสีขาวนวลที่มาพร้อมงานปักลายดอกทิวลิปและนกพิราบ
.
.
..
.
..
.
.
.
.
.
.
ลาย Blue Bow
- ตลับสีฟ้าอ่อน เนื้อผ้าซาตินมัวเร่ พร้อมลายปัก Cannage อันเป็นเอกลักษณ์ของ Dior
.
.
..
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ลาย Pink Bow
- ตลับสีชมพูอ่อนสุดคลาสสิก มาพร้อมลายปัก Cannage ของ Dior
.
..
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
รายละเอียดสินค้า
- ชื่อสินค้า: Dior Forever Cushion Case
- ดีไซน์: 3 แบบ
- ราคา: 1,290 บาท
- วันที่วางจำหน่าย : ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป
Dior Forever เปิดตัวคอลเลกชันเมกอัปเบสรุ่นใหม่ เนรมิตผิวสวยไร้ที่ติ!
Dior Forever เปิดตัวคอลเลกชันเมกอัปเบสรุ่นใหม่ เนรมิตผิวสวยไร้ที่ติ!Dior Forever เปิดตัวคอลเลกชันใหม่สำหรับงานผิวโดยเฉพาะ ได้แก่ เมกอัปเบส 2 สูตร และแป้งฝุ่น 1 รุ่น ซึ่งได้เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมาค่ะเผยผิวสวยเนียนใส มองใกล้แค่ไหนก็ยังดูเป๊ะคอลเลกชันใหม่นี้ประกอบด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ Dior Forever Skin Veil งานเบสผิวโกลว์ ให้ผิวดูฉ่ำเปล่งประกาย ต่อกันด้วย Dior Forever Velvet Veil เบสผิวกึ่งเนื้อแมตต์ ให้ลุคเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ และสุดท้าย Dior Forever On Set Powder แป้งฝุ่นที่ให้ลุคธรรมชาติ พร้อมช่วยเบลอผิวให้เรียบเนียนเหมือนใส่ฟิลเตอร์เมื่อนำมาใช้ร่วมกับรองพื้น Dior Forever Fluid Skin Glow และ Dior Forever Fluid Skin Wear ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็จะช่วยให้เมกอัปของคุณดูสมบูรณ์แบบมากขึ้นเผยผิวสวยราวกับถ่ายในสตูดิโอ ด้วยแรงบันดาลใจจากหลังเวทีรันเวย์ผลิตภัณฑ์ใหม่ในคอลเลกชันนี้ได้รับการพัฒนาโดย ปีเตอร์ ฟิลิปส์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และภาพลักษณ์ของ Dior Makeup ร่วมกับทีมเมกอัปอาร์ทิสต์ โดยนำเทคนิคการจัดแสงในงานแฟชั่นโชว์มาประยุกต์ใช้ด้วย ผลลัพธ์ก็คือได้งานเมกอัปที่ช่วยให้ผิวดูสวยเปล่งประกายราวกับอยู่ในสตูดิโอถ่ายภาพ อีกทั้งยังได้ผิวที่เรียบเนียนและดูสมบูรณ์แบบ แม้ในสถานการณ์ที่ต้องเจอแสงแฟลช เช่น บนพรมแดงหรือในบนเวที ก็ไม่หวั่น!.รายการสินค้าDior Forever Skin Veilเมกอัปเบสสูตรโกลว์แบบ 4-in-1 ที่รวมคุณสมบัติหลายอย่างไว้ในขวดเดียว ด้วยเม็ดสีโทนชมพูและชิมเมอร์ไข่มุก ช่วยปรับผิวให้ดูสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติพร้อมเพิ่มความโกลว์ อีกทั้งยังช่วยให้รองพื้นติดทนนานและเรียบเนียนตลอดวันอีกด้วยคุณสมบัติ 4-in-1ไพรเมอร์ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน รองพื้นติดผิวได้ดีและติดทนนานมากขึ้นครีมบำรุง เนื้อสัมผัสบางเบา เติมความชุ่มชื้นด้วยไฮยาลูรอนิกแอซิดเซรั่มบำรุงผิว มอบความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียนป้องกันแสงแดด ด้วย SPF50/PA+++ จึงช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ดีรายละเอียดสินค้าชื่อสินค้า: Dior Forever Skin Veilค่า SPF: SPF50/PA+++ราคา: 2,650 บาทวันที่วางจำหน่าย : ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป......Dior Forever Velvet Veilเมกอัปเบสแบบ 4-in-1 สำหรับผู้ที่ชื่นชอบผิวแมตต์ เนื้อเจลบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทำให้ผิวดูขาวจนลอย ให้ผิวเรียบเนียนนุ่มเหมือนกำมะหยี่ พร้อมฟินิชลุคกึ่งแมตต์ช่วยให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นคุณสมบัติ 4-in-1ไพรเมอร์ ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน เพื่อให้รองพื้นดูสวยเป็นธรรมชาติปรับสภาพผิว ช่วยอำพรางสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอและเบลอรูขุมขนครีมบำรุง มีไฮยาลูรอนิกแอซิด ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มฟูป้องกันแสงแดด SPF15/PA++ ปกป้องผิวจากรังสี UV ในชีวิตประจำวันรายละเอียดสินค้าชื่อสินค้า: Dior Forever Velvet Veilค่า SPF: SPF15/PA++ราคา: 2,650 บาทวันที่วางจำหน่าย : ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป.....Dior Forever On Set Powderแป้งฝุ่นที่ช่วยให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ พร้อมเบลอรูขุมขนและลดความมันจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เนื้อแป้งละเอียด มีเอฟเฟกต์ช่วยเบลอผิวแบบซอฟต์โฟกัสให้ฟินิชลุคดูบางเบามีไฮยาลูรอนิกแอซิด ช่วยลดความรู้สึกแห้งตึงระหว่างวันพัฟที่ให้มาพร้อมกันถูกออกแบบให้ใช้งานได้หลากหลาย สามารถเป็นได้ทั้งพัฟ ฟองน้ำ และแปรง เหมาะสำหรับเติมเมกอัปเฉพาะบริเวณทีโซนและรอบดวงตาในระหว่างวันเฉดสีมีให้เลือกทั้งหมด 4 เฉด และ 2 ฟินิชลุคด้วยกัน คือ Glow ให้ผิวดูเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ และ Semi-Matte ให้ผิวเรียบเนียนแบบกึ่งแมตต์สำหรับเฉดสีพิเศษเฉพาะเอเชียอย่าง 05 Crystal Pink มาในโทนชมพูอ่อนที่กลมกลืนกับโทนผิวสาวเอเชียได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผิวดูสว่าง กระจ่างใส และมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ.........00010205 Crystal Pink (สีพิเศษเฉพาะเอเชีย).รายละเอียดสินค้าชื่อสินค้า: Dior Forever On Set Powderจำนวนสี: 4 เฉดราคา: 2,450 บาทวันที่วางจำหน่าย : ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไปตลับคุชชั่นลายใหม่ สุดลิมิเต็ด!Dior ยังได้เปิดตัว ตลับคุชชั่นรุ่นลิมิเต็ด พร้อมกันทั้งหมด 3 ดีไซน์ โดยสามารถใช้ร่วมกับรีฟิลของ Dior Skin Forever Cushion ได้ (รีฟิลมีจำหน่ายแยก)มีให้เลือกถึง 3 แบบลาย Flower Bowตลับสีขาวนวลที่มาพร้อมงานปักลายดอกทิวลิปและนกพิราบ.............ลาย Blue Bowตลับสีฟ้าอ่อน เนื้อผ้าซาตินมัวเร่ พร้อมลายปัก Cannage อันเป็นเอกลักษณ์ของ Dior.............ลาย Pink Bowตลับสีชมพูอ่อนสุดคลาสสิก มาพร้อมลายปัก Cannage ของ Dior.............รายละเอียดสินค้าชื่อสินค้า: Dior Forever Cushion Caseดีไซน์: 3 แบบราคา: 1,290 บาทวันที่วางจำหน่าย : ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป

















