Diptique
Diptyque (ดิปทีค) แบรนด์ระดับลักชูรีจากประเทศฝรั่งเศส แบรนด์นี้ ไม่ได้โดดเด่นเพียงความหอมที่ซับซ้อน แต่ยังมีดีไซน์ฉลากสไตล์วินเทจที่เป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นของตกแต่งบ้านสุดเก๋ที่ผู้สนใจด้านความงามและคนรักบ้านทั่วโลกต้องมีติดไว้ จุดเริ่มต้นของ Diptyque เกิดขึ้นในปี 1961 ณ กรุงปารีส โดยสามสหายผู้เป็นศิลปินอย่างคุณ Christiane Montadre-Gautrot, Desmond Knox-Leet และ Yves Coueslant ที่เริ่มต้นจากการทำร้านขายของตกแต่งบ้านและผ้าพิมพ์ลาย แนวคิดหลักของแบรนด์คือ "การเล่าเรื่องผ่านกลิ่น" ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการเดินทางและความทรงจำ ผลิตภัณฑ์ของเขาจึงมีความเป็นศิลปะสูงมาก ทุกกลิ่นน้ำหอมและ เทียนหอม (Scented Candle) จะพาคุณย้อนกลับไปสู่สถานที่หรือห้วงเวลาที่น่าประทับใจ ผลิตภัณฑ์เด่นระดับซิกเนเจอร์ที่ต้องมี Fleur de Peau (EDP): น้ำหอมกลิ่นมัสก์และไอริสที่ละมุนจนคนขนานนามว่าเป็น "กลิ่นตัวหอมแบบธรรมชาติ" ให้ความรู้สึกสะอาด นุ่มนวล และดูแพงแบบไม่ต้องพยายาม Baies Scented Candle: เทียนหอมกลิ่นเบอร์รี่ผสมกุหลาบที่เป็น Best-seller ตลอดกาล กลิ่นมีความเปรี้ยวอมหวานที่สดชื่น ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในห้องให้ดูหรูหราขึ้นมาทันที Orphéon: กลิ่นน้ำหอมที่บอกเล่าเรื่องราวของบาร์ในปารีสยุค 60 มีความนัวของไม้ ยาสูบ และจูนิเปอร์เบอร์รี่ เป็นกลิ่นที่ดูเท่ คลาสสิก และน่าค้นหาแบบอย่างมาก Diptyque พยายามบอกเราเสมอว่า "ความงามที่แท้จริงคือความรื่นรมย์ในรายละเอียดเล็ก ๆ" การเลือกใช้กลิ่นหอมของที่นี่ไม่ใช่แค่การแต่งตัว แต่คือการสร้างสุนทรียภาพให้กับจิตใจ ลองหาเวลาว่างจุดเทียนหอมเล่มโปรด หรือฉีดน้ำหอมกลิ่นที่บอกเล่าตัวตนของคุณ เพื่อเป็นรางวัลให้ตัวเองในทุก วัน เพราะเมื่อเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่รื่นรมย์ พลังบวกและความมั่นใจก็จะตามมาเองโดยธรรมชาติ
Diptyque (ดิปทีค) แบรนด์ระดับลักชูรีจากประเทศฝรั่งเศส แบรนด์นี้ ไม่ได้โดดเด่นเพียงความหอมที่ซับซ้อน แต่ยังมีดีไซน์ฉลากสไตล์วินเทจที่เป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นของตกแต่งบ้านสุดเก๋ที่ผู้สนใจด้านความงามและคนรักบ้านทั่วโลกต้องมีติดไว้ จุดเริ่มต้นของ Diptyque เกิดขึ้นในปี 1961 ณ กรุงปารีส โดยสามสหายผู้เป็นศิลปินอย่างคุณ Christiane Montadre-Gautrot, Desmond Knox-Leet และ Yves Coueslant ที่เริ่มต้นจากการทำร้านขายของตกแต่งบ้านและผ้าพิมพ์ลาย แนวคิดหลักของแบรนด์คือ "การเล่าเรื่องผ่านกลิ่น" ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการเดินทางและความทรงจำ ผลิตภัณฑ์ของเขาจึงมีความเป็นศิลปะสูงมาก ทุกกลิ่นน้ำหอมและ เทียนหอม (Scented Candle) จะพาคุณย้อนกลับไปสู่สถานที่หรือห้วงเวลาที่น่าประทับใจ ผลิตภัณฑ์เด่นระดับซิกเนเจอร์ที่ต้องมี Fleur de Peau (EDP): น้ำหอมกลิ่นมัสก์และไอริสที่ละมุนจนคนขนานนามว่าเป็น "กลิ่นตัวหอมแบบธรรมชาติ" ให้ความรู้สึกสะอาด นุ่มนวล และดูแพงแบบไม่ต้องพยายาม Baies Scented Candle: เทียนหอมกลิ่นเบอร์รี่ผสมกุหลาบที่เป็น Best-seller ตลอดกาล กลิ่นมีความเปรี้ยวอมหวานที่สดชื่น ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในห้องให้ดูหรูหราขึ้นมาทันที Orphéon: กลิ่นน้ำหอมที่บอกเล่าเรื่องราวของบาร์ในปารีสยุค 60 มีความนัวของไม้ ยาสูบ และจูนิเปอร์เบอร์รี่ เป็นกลิ่นที่ดูเท่ คลาสสิก และน่าค้นหาแบบอย่างมาก Diptyque พยายามบอกเราเสมอว่า "ความงามที่แท้จริงคือความรื่นรมย์ในรายละเอียดเล็ก ๆ" การเลือกใช้กลิ่นหอมของที่นี่ไม่ใช่แค่การแต่งตัว แต่คือการสร้างสุนทรียภาพให้กับจิตใจ ลองหาเวลาว่างจุดเทียนหอมเล่มโปรด หรือฉีดน้ำหอมกลิ่นที่บอกเล่าตัวตนของคุณ เพื่อเป็นรางวัลให้ตัวเองในทุก วัน เพราะเมื่อเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่รื่นรมย์ พลังบวกและความมั่นใจก็จะตามมาเองโดยธรรมชาติ フランス発のラグジュアリーブランド、Diptyque(ディプティック)。このブランドが得意とするのは複雑な香りだけではありません。しかし、ヴィンテージスタイルのユニークなラベルデザインもあります。世界中の美容愛好家やインテリア愛好家が持つべきシックなホームデコレーションアイテムになるまで。\n\nディプティックの始まりは、1961 年にパリで 3 人のアーティスト友人、クリスティアーヌ モンタードル ゴートロ氏、デズモンド ノックス リート氏、イヴ クースラント氏によって始まり、ホーム デコレーションとプリント生地の販売から始まりました。ブランドのメインコンセプトは、旅や思い出からインスピレーションを得た「香りによるストーリーテリング」であり、そのため彼の製品は非常に芸術的です。すべての香水と香りのキャンドルは、あなたを思い出に残る場所や時間に連れ戻します。\n\n必須のシグネチャー アイテム\nフルール ド ポー (EDP): 人々は「香水の香り」と呼ぶ、柔らかなムスクとアイリスの香水です。 「自然な体臭」は清潔で柔らかな感触を与え、試さなくても高価に見えます。\n\nBaies センテッド キャンドル: ベリーとローズの香りのキャンドルで、空前のベストセラーです。甘酸っぱい爽やかな香りです。お部屋の雰囲気を瞬時に豪華な雰囲気に変えます。\n\nオルフェオン: 1960 年代のパリのバーを物語る香り。木、タバコ、ジュニパーベリーの香りが漂います。クールでクラシック、そして非常に興味深い香りです。\n\nディプティックは常に「本当の美しさは、細部に宿る喜びです。」と伝えようとしています。ここでのフレグランス選びは、ただ着飾るだけではありません。しかし、それは心の美学を生み出すことなのです。自由時間を見つけて、お気に入りの香りのキャンドルを灯してみてください。または、あなたのアイデンティティを伝える香りの香水をスプレーしてください。快適な環境にいると、自然とポジティブなエネルギーと自信が湧いてくるので、毎日自分にご褒美をあげましょう。