โพสต์ใหม่ต้อง เข้าสู่ระบบ ก่อน
ผิวขาดน้ำต้องใช้ตัวไหน euglena “one” คือคำตอบ
หน้ามันทั้งวัน ใช้กระดาษซับหน้ามันวันนึงไม่รู้กี่แผ่น แต่พอล้างหน้าปุ๊บหน้าก็แห้งลอกเป็นขุย ไม่รู้ตกลงหน้ามันหรือหน้าแห้งกันแน่ แถมพอตื่นเช้ามาก็แต่งหน้าไม่ค่อยจะติด ลอกบ้าง หลุดบ้าง โอ๊ยเครียด สาวๆ Vanilla คนไหนมีปัญหาหนักอกหนักใจแบบนี้กันบ้างคะ เรามีทางแก้มาบอก
ปัญหาแบบนี้เค้าเรียก "ผิวขาดน้ำ" จ้ะ คือน้องผิวของเราเกิดอาการขาดน้ำ มีน้ำใต้ผิวไม่เพียงพอ ทำให้ผิวต้องพยายามสร้างน้ำมันไปทดแทน กลายเป็นน้ำมันส่วนเกิน เกิดความหน้ามันทอดไข่ได้ไปอีก! แล้วยิ่งถ้าเราไปซับหน้ามัน ผิวก็จะยิ่งพยายามดันทุรังสร้างน้ำมันมาเพิ่มอีกเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรหน้ามันหน้าลอกไม่จบสิ้นค่ะ!
วิธีลดปัญหานี้ก็คือการดื่มน้ำเยอะๆ นอนพักผ่อนให้เต็มที่ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ถูกตัวนะคะ~
ซึ่ง euglena cosmetics เค้ามีคำตอบให้ ชนิดที่ว่ากระปุกเดียวครบจบทุกปัญหาผิวเลยทีเดียว เพราะ euglena "one" ตัวนี้เค้าเป็น ALL IN ONE CREAM เพื่อรักษาความชุ่มชื้นฉ่ำน้ำโดยเฉพาะเลยจ้า~ แถมยังไม่มีพาราเบน ไม่มีการผสมน้ำหอม และไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยนะ ปลอดภัยหายห่วงค่ะ การันตีได้เลยเพราะ euglena cosmetics เป็นแบรนด์จากญี่ปุ่นที่ใช้นวัตกรรมใหม่ และมียอดขายสูงถึง 1,000,000 กระปุกภายในสองปีเชียวน้าสาวๆ ญี่ปุ่นเค้ารักตัวนี้มาก เลยมีเปอร์เซ็นต์การใช้ซ้ำสูงถึง 90% เลยทีเดียว~ ก็เพราะเค้าชูเรื่องความชุ่มชื้นฉ่ำน้ำ ระดับความพึงพอใจสูงกว่า 92.3% เลยค่ะ

ทางแบรนด์เค้าคอนเฟิร์มมาว่า ใช้แค่ตัวเดียวก็พอ แทนที่จะต้องใช้สกินแคร์หลายตัว ก็ใช้แค่ one ALL IN ONE CREAM เพียงกระปุกเดียวก็สามารถแทนโทนเนอร์ อิมัลชั่น เอสเซ้นส์ อายครีม ครีม เมคอัพเบส และมาส์กบำรุงผิวได้เลยนะเออ!
เหมาะกับคนรักสวยรักงามแต่ขาดแคลนเวลานอนอย่างพวกเรามากๆ ค่ะ สาวออฟฟิศหรือนักศึกษาที่เรียนและทำงานแต่ในห้องแอร์ ออกมาข้างนอกก็เจอแต่แสงแดดมลภาวะ แถมพอเหนื่อยมาทั้งวันกลับบ้านก็อยากจะนอนแผ่บนเตียงเปิดแอร์เย็นๆ ไม่อยากนั่งหลังแข็งทาครีมเจ็ดแปดขั้นตอน ต้องจัดตัวนี้เลยจริงๆ ค่ะ แค่ 1 นาทีก็เพียงพอ~
คุณสมบัติของครีมก็ไม่ธรรมดานะคะ หลายคนอาจคิดว่าแค่กระปุกเดียวจะเพียงพอเหรอ? เราบอกเลยว่าพอค่ะ เพราะเค้าใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ด้วยการนำ "สารสกัดจากยูกลีนา" ซึ่งผ่านการทดสอบ ศึกษาและวิจัยด้วยเทคโนโลยีทันสมัยจากสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยโตเกียว มาสกัดเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม แล้วผสมกับวิตามินเพื่อบำรุงผิวอย่างเข้มข้นอีก 59 ชนิดเลยทีเดียวค่ะ
3 พลังทรงคุณค่าที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำให้กับผิว
ขุมพลังที่ 1 มอบความชุ่มชื้นให้กับผิว ด้วยส่วนผสมจากน้ำมันสควาเลนที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว และสารสกัดจากยีสต์ โดดเด่นในเรื่องเก็บรักษาความชุ่มชื้น เมื่อส่วนผสมทั้งสองอยู่รวมกันจึงกลายเป็นสุดยอดอาหารผิว
ขุมพลังที่ 2 เติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว ด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค นาโนอิมัลชั่น ช่วยให้เนื้อครีมละเอียด สารอาหารซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วและล้ำลึก
ขุมพลังที่ 3 สร้างผิวให้ดูชุ่มฉ่ำ คุณค่าของสารสกัดจากยูกลีนาที่ได้มาจากปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาสารอาหารไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่ยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้คงอยู่ในผิวได้อย่างยาวนาน สร้างผิวที่เต่งตึง ยืดหยุ่น และดูชุ่มฉ่ำกว่าที่เคย
ล็อกความชุ่มชื้น คืนผิวสุขภาพดี ด้วยแคปซูลยูกลีนา เพื่อเก็บรักษาขุมพลังแห่งความชุ่มชื้นทั้ง 3 ระดับ เราจึงได้รวบรวมสารอาหารอันทรงคุณค่าไว้ใน euglena capsule (ลักษณะเหมือนเม็ดบีดส์สีเขียวอยู่ในเนื้อครีม) ทันทีที่อนุภาคของแคปซูลสีเขียวแตกตัว สารสกัดจากยูกลีนา สาหร่าย และวิตามินนานาชนิดจะซึมซาบสู่ผิว เพื่อเติมความชุ่มชื้น นุ่มเด้ง เต่งตึง ให้กับผิวอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะสำหรับ : สาวๆ ที่ผิวขาดน้ำ มีปัญหาผิวแห้งกร้าน สูญเสียความชุ่มชื้น ขาดความกระชับเต่งตึง (เพราะ "one” ALL IN ONE CREAM ตัวนี้จะช่วยเรื่องเติมเต็มและรักษาความชุ่มชื้น เพื่อให้ผิวกระชับเต่งตึงนุ่มเด้ง)
ราคา
(ขนาด 40 กรัม) ราคา 1,400 บาท
(ขนาด 77 กรัม) ราคา 2,300 บาท
ช่องทางการสั่งซื้อ
หากสนใจสามารถหาซื้อได้หลายช่องทางเลยนะคะ~ มีขายที่ Tokyu Paradise Park, The Mall Bangkapi และที่ร้าน Matsumoto Kiyoshi ทุกสาขาค่ะ~ หรือถ้าสะดวกออนไลน์เค้าก็มีขายทาง LINE@ หรือทางเฟสบุ๊กพร้อมโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษเพียบจ้า~
LINE@ : https://line.me/R/ti/p/%40euglenaonethailand
Facebook : ttps://www.facebook.com/euglenaone.thailand/
Website : https://euglena.in.th/one
euglena one
ผิวขาดน้ำต้องใช้ตัวไหน euglena “one” คือคำตอบหน้ามันทั้งวัน ใช้กระดาษซับหน้ามันวันนึงไม่รู้กี่แผ่น แต่พอล้างหน้าปุ๊บหน้าก็แห้งลอกเป็นขุย ไม่รู้ตกลงหน้ามันหรือหน้าแห้งกันแน่ แถมพอตื่นเช้ามาก็แต่งหน้าไม่ค่อยจะติด ลอกบ้าง หลุดบ้าง โอ๊ยเครียด สาวๆ Vanilla คนไหนมีปัญหาหนักอกหนักใจแบบนี้กันบ้างคะ เรามีทางแก้มาบอก ปัญหาแบบนี้เค้าเรียก "ผิวขาดน้ำ" จ้ะ คือน้องผิวของเราเกิดอาการขาดน้ำ มีน้ำใต้ผิวไม่เพียงพอ ทำให้ผิวต้องพยายามสร้างน้ำมันไปทดแทน กลายเป็นน้ำมันส่วนเกิน เกิดความหน้ามันทอดไข่ได้ไปอีก! แล้วยิ่งถ้าเราไปซับหน้ามัน ผิวก็จะยิ่งพยายามดันทุรังสร้างน้ำมันมาเพิ่มอีกเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรหน้ามันหน้าลอกไม่จบสิ้นค่ะ! วิธีลดปัญหานี้ก็คือการดื่มน้ำเยอะๆ นอนพักผ่อนให้เต็มที่ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ถูกตัวนะคะ~ซึ่ง euglena cosmetics เค้ามีคำตอบให้ ชนิดที่ว่ากระปุกเดียวครบจบทุกปัญหาผิวเลยทีเดียว เพราะ euglena "one" ตัวนี้เค้าเป็น ALL IN ONE CREAM เพื่อรักษาความชุ่มชื้นฉ่ำน้ำโดยเฉพาะเลยจ้า~ แถมยังไม่มีพาราเบน ไม่มีการผสมน้ำหอม และไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยนะ ปลอดภัยหายห่วงค่ะ การันตีได้เลยเพราะ euglena cosmetics เป็นแบรนด์จากญี่ปุ่นที่ใช้นวัตกรรมใหม่ และมียอดขายสูงถึง 1,000,000 กระปุกภายในสองปีเชียวน้าสาวๆ ญี่ปุ่นเค้ารักตัวนี้มาก เลยมีเปอร์เซ็นต์การใช้ซ้ำสูงถึง 90% เลยทีเดียว~ ก็เพราะเค้าชูเรื่องความชุ่มชื้นฉ่ำน้ำ ระดับความพึงพอใจสูงกว่า 92.3% เลยค่ะทางแบรนด์เค้าคอนเฟิร์มมาว่า ใช้แค่ตัวเดียวก็พอ แทนที่จะต้องใช้สกินแคร์หลายตัว ก็ใช้แค่ one ALL IN ONE CREAM เพียงกระปุกเดียวก็สามารถแทนโทนเนอร์ อิมัลชั่น เอสเซ้นส์ อายครีม ครีม เมคอัพเบส และมาส์กบำรุงผิวได้เลยนะเออ! เหมาะกับคนรักสวยรักงามแต่ขาดแคลนเวลานอนอย่างพวกเรามากๆ ค่ะ สาวออฟฟิศหรือนักศึกษาที่เรียนและทำงานแต่ในห้องแอร์ ออกมาข้างนอกก็เจอแต่แสงแดดมลภาวะ แถมพอเหนื่อยมาทั้งวันกลับบ้านก็อยากจะนอนแผ่บนเตียงเปิดแอร์เย็นๆ ไม่อยากนั่งหลังแข็งทาครีมเจ็ดแปดขั้นตอน ต้องจัดตัวนี้เลยจริงๆ ค่ะ แค่ 1 นาทีก็เพียงพอ~คุณสมบัติของครีมก็ไม่ธรรมดานะคะ หลายคนอาจคิดว่าแค่กระปุกเดียวจะเพียงพอเหรอ? เราบอกเลยว่าพอค่ะ เพราะเค้าใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ด้วยการนำ "สารสกัดจากยูกลีนา" ซึ่งผ่านการทดสอบ ศึกษาและวิจัยด้วยเทคโนโลยีทันสมัยจากสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยโตเกียว มาสกัดเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม แล้วผสมกับวิตามินเพื่อบำรุงผิวอย่างเข้มข้นอีก 59 ชนิดเลยทีเดียวค่ะ 3 พลังทรงคุณค่าที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำให้กับผิว ขุมพลังที่ 1 มอบความชุ่มชื้นให้กับผิว ด้วยส่วนผสมจากน้ำมันสควาเลนที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว และสารสกัดจากยีสต์ โดดเด่นในเรื่องเก็บรักษาความชุ่มชื้น เมื่อส่วนผสมทั้งสองอยู่รวมกันจึงกลายเป็นสุดยอดอาหารผิว ขุมพลังที่ 2 เติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว ด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค นาโนอิมัลชั่น ช่วยให้เนื้อครีมละเอียด สารอาหารซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วและล้ำลึก ขุมพลังที่ 3 สร้างผิวให้ดูชุ่มฉ่ำ คุณค่าของสารสกัดจากยูกลีนาที่ได้มาจากปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาสารอาหารไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่ยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้คงอยู่ในผิวได้อย่างยาวนาน สร้างผิวที่เต่งตึง ยืดหยุ่น และดูชุ่มฉ่ำกว่าที่เคยล็อกความชุ่มชื้น คืนผิวสุขภาพดี ด้วยแคปซูลยูกลีนา เพื่อเก็บรักษาขุมพลังแห่งความชุ่มชื้นทั้ง 3 ระดับ เราจึงได้รวบรวมสารอาหารอันทรงคุณค่าไว้ใน euglena capsule (ลักษณะเหมือนเม็ดบีดส์สีเขียวอยู่ในเนื้อครีม) ทันทีที่อนุภาคของแคปซูลสีเขียวแตกตัว สารสกัดจากยูกลีนา สาหร่าย และวิตามินนานาชนิดจะซึมซาบสู่ผิว เพื่อเติมความชุ่มชื้น นุ่มเด้ง เต่งตึง ให้กับผิวอย่างเต็มประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะสำหรับ : สาวๆ ที่ผิวขาดน้ำ มีปัญหาผิวแห้งกร้าน สูญเสียความชุ่มชื้น ขาดความกระชับเต่งตึง (เพราะ "one” ALL IN ONE CREAM ตัวนี้จะช่วยเรื่องเติมเต็มและรักษาความชุ่มชื้น เพื่อให้ผิวกระชับเต่งตึงนุ่มเด้ง) ราคา(ขนาด 40 กรัม) ราคา 1,400 บาท(ขนาด 77 กรัม) ราคา 2,300 บาท ช่องทางการสั่งซื้อ หากสนใจสามารถหาซื้อได้หลายช่องทางเลยนะคะ~ มีขายที่ Tokyu Paradise Park, The Mall Bangkapi และที่ร้าน Matsumoto Kiyoshi ทุกสาขาค่ะ~ หรือถ้าสะดวกออนไลน์เค้าก็มีขายทาง LINE@ หรือทางเฟสบุ๊กพร้อมโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษเพียบจ้า~ LINE@ : https://line.me/R/ti/p/%40euglenaonethailandFacebook : ttps://www.facebook.com/euglenaone.thailand/Website : https://euglena.in.th/one
สวัสดีค่ะสาวๆ V A N I L L A
เชื่อว่าผู้หญิงยุค 2018 ทุกคนให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลผิว อยากมีผิวสวย ไม่อยากดูแก่ไปตามวัย ผู้หญิงทุกคน จึงมักมองหาสิ่งใหม่ๆสรรหาทุกวิธีในการดูแลตัวเองอยู่เสมอ แต่จะพึ่งอาหาร ดื่มน้ำวันละเยอะๆ ก็คงไม่พอ วนิลาขอแนะนำตัวช่วยที่จะทำให้สาวๆ มีผิวที่สวยสุขภาพดี ด้วยไอเท็มเด็ดตัวนี้ “สก๊อต คอลลาเจน พลัส” คอลลาเจนผงนวัตกรรมใหม่ อัดแน่นด้วย 3 สารอาหารเพื่อผิวสวย จากภายในสู่ภายนอก ให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย เรามาดูกันว่าสารอาหารแต่ละชนิดให้คุณประโยชน์อะไรบ้าง ?
SCOTCH Collagen Plus

สก๊อต คอลลาเจน พลัส รวบรวมสารอาหารเพื่อผิวพรรณ ไว้ 3 ชนิดด้วยกันได้แก่
1. คอลลาเจนไดเปปไทด์ จากประเทศญี่ปุ่น
“คอลลาเจนไดเปปไทด์” เป็นคอลลาเจนที่มีขนาดโมเลกุลเพียงแค่ 200 ดาลตัน พร้อมดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้โดยไม่ต้องผ่านการย่อยในกระเพาะอาหาร แต่จะถูกลำเลียงและดูดซึมที่ลำไส้เล็กได้ทันที จึงทำให้ดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว เห็นผลเร็วทั้งเรื่องช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน และยืดหยุ่น และช่วยในเรื่องกระดูกและข้อ เนื่องจาก
* มีโมเลกุลเล็กมาก ทำให้สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็วและดีที่สุด
* Technology Target Boosting ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะที่ทำให้คอลลาเจนไดเปปไทด์เข้าสู่เซลล์ผิวหนังได้โดยตรง
2. สารสกัดจากซีบัคธอร์น
* ซีบัคธอร์นเป็น The Beauty Treatment Fruit ที่ได้รับการยอมรับทั้งในยุโรปและอเมริกา
* ช่วยลดเลือนริ้วรอย ชะลอความแก่ กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและสร้างเซลล์ผิวใหม่
* ต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอย
3. วิตามิน C
* ต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ และการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิวหนัง
* ปริมาณวิตามิน C ในสก๊อต คอลลาเจน พลัส เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน
นอกจาก สก๊อต คอลลาเจน พลัส จะอัดแน่นไปด้วย 3 สารอาหารเพื่อผิวสวย แต่สิ่งที่ทำให้สก๊อต คอลลาเจนพลัส โดดเด่นมากยิ่งขึ้น คือ Packaging ที่ได้รับการ design โดยคำนึงถึงผู้บริโภคอย่างเรามากที่สุด เพื่อให้ใช้งานได้สะดวก และปลอดภัย ซึ่งเป็น design ที่แตกต่างจากคอลลาเจนผงอื่นๆ

Design ฝาด้วยเทคนิค Air Type ทำให้กระป๋องปิดสนิทยิ่งขึ้น อากาศเข้าไปในกระป๋องได้น้อยที่สุด ทำให้เก็บผลิตภัณฑ์ได้นาน สะอาดและปลอดภัยมากขึ้น

Design ฝากระป๋องให้มีที่ล็อคเก็บช้อนตวง เพื่อความสะดวกในการใช้และเก็บช้อนตวง ป้องกันการใช้มือสัมผัสตัวผลิตภัณฑ์

Design ที่ปาดบริเวณขอบกระป๋อง เพื่อให้ได้ปริมาณในการรับประทานต่อครั้งตามปริมาณที่แนะนำ

สก๊อต คอลลาเจน พลัส ยังผสมเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น หรือผสมในอาหารได้หลากหลายชนิด โดยไม่ทำให้รสชาติของอาหารและเครื่องดื่มเปลี่ยนแปลง

ขนาดรับประทาน : วันละ 1 ช้อนตวงในกระป๋อง
เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้ผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นวัยไหน ก็มีผิวสวย สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก ดูอ่อนกว่าวัย แบบไม่ยอมแก่กันไปเลยทีเดียว อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ในการใส่ใจดูแลตัวเองด้วย 3 คุณประโยชน์จากสารสกัดจากธรรมชาติที่มีอยู่ใน SCOTCH Collagen Plus
Scotch Collagen Plus ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสก๊อต คอลลาเจน พลัส ขนาด 170 กรัม / กระป๋อง สามารถรับประทานได้ 30 วัน ราคา 1,200 บาท
ติดตามข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/ScotchCollagenThailand/
SCOTCH
สวัสดีค่ะสาวๆ V A N I L L Aเชื่อว่าผู้หญิงยุค 2018 ทุกคนให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลผิว อยากมีผิวสวย ไม่อยากดูแก่ไปตามวัย ผู้หญิงทุกคน จึงมักมองหาสิ่งใหม่ๆสรรหาทุกวิธีในการดูแลตัวเองอยู่เสมอ แต่จะพึ่งอาหาร ดื่มน้ำวันละเยอะๆ ก็คงไม่พอ วนิลาขอแนะนำตัวช่วยที่จะทำให้สาวๆ มีผิวที่สวยสุขภาพดี ด้วยไอเท็มเด็ดตัวนี้ “สก๊อต คอลลาเจน พลัส” คอลลาเจนผงนวัตกรรมใหม่ อัดแน่นด้วย 3 สารอาหารเพื่อผิวสวย จากภายในสู่ภายนอก ให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย เรามาดูกันว่าสารอาหารแต่ละชนิดให้คุณประโยชน์อะไรบ้าง ?SCOTCH Collagen Plusสก๊อต คอลลาเจน พลัส รวบรวมสารอาหารเพื่อผิวพรรณ ไว้ 3 ชนิดด้วยกันได้แก่1. คอลลาเจนไดเปปไทด์ จากประเทศญี่ปุ่น“คอลลาเจนไดเปปไทด์” เป็นคอลลาเจนที่มีขนาดโมเลกุลเพียงแค่ 200 ดาลตัน พร้อมดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้โดยไม่ต้องผ่านการย่อยในกระเพาะอาหาร แต่จะถูกลำเลียงและดูดซึมที่ลำไส้เล็กได้ทันที จึงทำให้ดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว เห็นผลเร็วทั้งเรื่องช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน และยืดหยุ่น และช่วยในเรื่องกระดูกและข้อ เนื่องจาก * มีโมเลกุลเล็กมาก ทำให้สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็วและดีที่สุด * Technology Target Boosting ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะที่ทำให้คอลลาเจนไดเปปไทด์เข้าสู่เซลล์ผิวหนังได้โดยตรง 2. สารสกัดจากซีบัคธอร์น * ซีบัคธอร์นเป็น The Beauty Treatment Fruit ที่ได้รับการยอมรับทั้งในยุโรปและอเมริกา * ช่วยลดเลือนริ้วรอย ชะลอความแก่ กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและสร้างเซลล์ผิวใหม่ * ต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอย 3. วิตามิน C * ต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ และการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิวหนัง * ปริมาณวิตามิน C ในสก๊อต คอลลาเจน พลัส เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน นอกจาก สก๊อต คอลลาเจน พลัส จะอัดแน่นไปด้วย 3 สารอาหารเพื่อผิวสวย แต่สิ่งที่ทำให้สก๊อต คอลลาเจนพลัส โดดเด่นมากยิ่งขึ้น คือ Packaging ที่ได้รับการ design โดยคำนึงถึงผู้บริโภคอย่างเรามากที่สุด เพื่อให้ใช้งานได้สะดวก และปลอดภัย ซึ่งเป็น design ที่แตกต่างจากคอลลาเจนผงอื่นๆDesign ฝาด้วยเทคนิค Air Type ทำให้กระป๋องปิดสนิทยิ่งขึ้น อากาศเข้าไปในกระป๋องได้น้อยที่สุด ทำให้เก็บผลิตภัณฑ์ได้นาน สะอาดและปลอดภัยมากขึ้นDesign ฝากระป๋องให้มีที่ล็อคเก็บช้อนตวง เพื่อความสะดวกในการใช้และเก็บช้อนตวง ป้องกันการใช้มือสัมผัสตัวผลิตภัณฑ์Design ที่ปาดบริเวณขอบกระป๋อง เพื่อให้ได้ปริมาณในการรับประทานต่อครั้งตามปริมาณที่แนะนำ สก๊อต คอลลาเจน พลัส ยังผสมเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น หรือผสมในอาหารได้หลากหลายชนิด โดยไม่ทำให้รสชาติของอาหารและเครื่องดื่มเปลี่ยนแปลงขนาดรับประทาน : วันละ 1 ช้อนตวงในกระป๋องเป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้ผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นวัยไหน ก็มีผิวสวย สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก ดูอ่อนกว่าวัย แบบไม่ยอมแก่กันไปเลยทีเดียว อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ในการใส่ใจดูแลตัวเองด้วย 3 คุณประโยชน์จากสารสกัดจากธรรมชาติที่มีอยู่ใน SCOTCH Collagen PlusScotch Collagen Plus ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสก๊อต คอลลาเจน พลัส ขนาด 170 กรัม / กระป๋อง สามารถรับประทานได้ 30 วัน ราคา 1,200 บาทติดตามข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/ScotchCollagenThailand/
clinique iD "อีกระดับของมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อผลลัพธ์ผิวที่คุณเลือกได้" สร้างสรรค์ได้ถึง 15 สูตร

clinique iD เป็นครีมบำรุงผิวที่สามารถปรับแต่งได้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Clinique คลีนิกข์มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ เป็นการต่อยอดอีกระดับในการพัฒนามอยส์เจอไรเซอร์ในตำนานของคลีนิกข์ที่ไม่ได้ให้แค่ความชุ่มชื้น แต่ยังสามารถสร้างสรรค์การบำรุง และแก้ปัญหาผิวเฉพาะของแต่ละคนได้อย่างตรงจุด เพราะทุกคนมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน และต้องการการดูแลผิวของคุณเองให้มีสภาพผิวที่ดีได้ถ้าได้รับการบำรุงดูแลที่เหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเอง เพื่อเนื้อสัมผัสและผลลัพธ์ผิวที่คุณเลือกได้เอง จากมอยส์เจอไรเซอร์สามประเภท (เบส) และ Booster 5 สูตร และรวมเข้าด้วยกันเพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวของคุณ

Step 1 : เลือก Base Moisturizer ที่เหมาะกับสภาพผิว
clinique iD มีเบสมอยส์เจอไรเซอร์ให้เลือกทั้งหมด 3 สูตร เพื่อสภาพผิวที่แตกต่างกัน

- Moisturizing Lotion+ : เนื้อโลชั่นบางเบา ช่วยปรับสมดุลผิว เติมความชุ่มชื้น เสริมความแข็งแรงให้ปราการผิว เหมาะสำหรับผิวแห้งมาก - ผิวผสมค่อนข้างแห้ง
- Oil Control Gel : เนื้อเจล-ปราศจากน้ำมัน บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ เติมความชุ่มชื้นช่วยปรับสมดุลผิวที่มันอย่างเหมาะสม เสริมความแข็งแรงให้ปราการผิวเหมาะสำหรับผิวผสมค่อนข้างมัน - ผิวมัน
- Hydrating Jelly : เนื้อเจลลี่ใส ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน แต่บางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนอะหนะ ปกป้องผิวจากมลภาวะ และเสริมความแข็งแรงให้ปราการผิว เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
Step 2 : เลือก Boosters เพื่อตอบโจทย์ความกังวลผิวของคุณ
เพิ่มการดูแล แก้ไขปัญหาผิวที่คุณกังวลด้วยบูสเตอร์ 5 สูตร เมื่อนำมาประกอบกับเบสมอยส์เจอไรเซอร์ในสูตรที่คุณเลือก ก็จะได้เป็น clinique iD สูตรเฉพาะของคุณเอง

- Fatigue : ความล้า (สีส้ม) ส่วนผสมเข้มข้นจากทอรีนและคาเฟอีน ช่วยเติมพลังให้ผิว กระตุ้นผิวที่เหนื่อยล้าให้เปล่งประกาย
- Lines & Wrinkles : ริ้วรอย และรอยย่น (สีม่วง) ส่วนผสมจากเวย์โปรตีน ช่วยเติมเต็มริ้วรอยให้เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง
- Uneven Skin Tone : สีผิวไม่สม่ำเสมอ (สีขาว) ส่วนผสมจากโสมตังกุยญี่ปุ่น ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ สว่าง กระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ
- Pores & Uneven Texture : รูขุมขน และ ผิวที่ไม่เรียบ (สีฟ้า) ส่วนผสมจากกรด AHAs ช่วยผลัดเซลล์ผิว ให้รูขุมขนตื้นขึ้น ปรับผิวให้เรียบเนียน
- Irritation : ระคายเคือง (สีเขียว) ส่วนผสมจากแลคโตบาซิลลัส โปรไบโอติก จากการบ่ม ให้ความสบาย ปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคืองสำหรับผิวที่แพ้ง่าย
Step 3 : สร้าง clinique iD สูตรเฉพาะของคุณเอง
1. ถอดปลอกพลาสติกออกจากหลอดบูสเตอร์

2. เปิดฝา เบส

3. ใส่หลอดบูสเตอร์ลงไปในขวดเบสมอยส์เจอไรเซอร์ หมุนปิดให้เข้าล็อค

4. เสร็จเรียบร้อย!

เบส ทั้งสามประเภท

ลักษณะเนื้อเบสแต่ละประเภท

การผสมผสานรวมกัน
ชุดผลิตภัณฑ์นี้มีสีสันมากและเราสามารถเพลิดเพลินกับแพคเกจ ที่ไม่ได้ให้แค่สีสันแต่ยังให้ความหลากหลายของ booster ทั้ง 5 สูตรที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการผิวของแต่ละคนได้พร้อมทุกสถานการณ์ทุกเวลา และแพคเกจที่ดีไซน์มาให้ทุกครั้งที่กดใช้ปริมาณของมอยส์เจอไรเซอร์ และตัว booster จะออกมาในปริมาณที่ทางสร้างแบรนด์เค้าได้มีการคำนวณมาแล้วว่าเหมาะกับการบำรุงผิว เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด และทั้งสองอย่างจะหมดพร้อมกันคะ
Fatigue
(สีส้ม) ส่วนผสมเข้มข้นจากทอรีนและคาเฟอีน ช่วยเติมพลังให้ผิว กระตุ้นผิวที่เหนื่อยล้าให้เปล่งประกาย

Lines & Wrinkles
(สีม่วง) ส่วนผสมจากเวย์โปรตีน ช่วยเติมเต็มริ้วรอยให้เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง

Uneven Skin Tone
(สีขาว) ส่วนผสมจากโสมตังกุยญี่ปุ่น ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ สว่าง กระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ

Pores & Uneven Texture
(สีฟ้า) ส่วนผสมจากกรด AHAs ช่วยผลัดเซลล์ผิว ให้รูขุมขนตื้นขึ้น ปรับผิวให้เรียบเนียน

Irritation
(สีเขียว) ให้ความสบาย ปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคืองสำหรับผิวที่แพ้ง่าย

วิธีใช้
ใช้ผลิตภัณฑ์ประมาณ 1-2 ปั๊ม ทาลงบนผิวที่สะอาด เป็นประจำเช้า-เย็น สามารถใช้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เสริมได้ตามความต้องการ


สำหรับการทดลองใช้เราเลือก Moisturizing Lotion เบสกับ Cartridges Lines & Wrinkles (สีม่วง) เนื้อสัมผัสเรียบเนียนทาง่าย เนื้อโลชั่นเข้มข้น รู้สึกให้ความชุ่มชื้นเติมเต็มริ้วรอย
คุณสามารถสร้างสรรค์ clinique iD ของคุณได้มากกว่าหนึ่งแบบ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิว และความกังวลที่มากกว่าหนึ่งอย่าง โดยธรรมชาติ สภาพผิวอาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม สุขภาพร่างกาย และสภาพอากาศ เราหวังว่าคุณจะค้นพบ clinique iD ที่ตอบโจทย์คุณในทุกสภาวะและทุกเวลา
สามารถสั่งซื้อได้ที่คลีนิกข์ทุกช่องทางคะ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมคุณสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการของ CLINIQUE ด้านล่างนี้คะ

clinique iD
clinique iD "อีกระดับของมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อผลลัพธ์ผิวที่คุณเลือกได้" สร้างสรรค์ได้ถึง 15 สูตรclinique iD เป็นครีมบำรุงผิวที่สามารถปรับแต่งได้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Clinique คลีนิกข์มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ เป็นการต่อยอดอีกระดับในการพัฒนามอยส์เจอไรเซอร์ในตำนานของคลีนิกข์ที่ไม่ได้ให้แค่ความชุ่มชื้น แต่ยังสามารถสร้างสรรค์การบำรุง และแก้ปัญหาผิวเฉพาะของแต่ละคนได้อย่างตรงจุด เพราะทุกคนมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน และต้องการการดูแลผิวของคุณเองให้มีสภาพผิวที่ดีได้ถ้าได้รับการบำรุงดูแลที่เหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเอง เพื่อเนื้อสัมผัสและผลลัพธ์ผิวที่คุณเลือกได้เอง จากมอยส์เจอไรเซอร์สามประเภท (เบส) และ Booster 5 สูตร และรวมเข้าด้วยกันเพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวของคุณ Step 1 : เลือก Base Moisturizer ที่เหมาะกับสภาพผิวclinique iD มีเบสมอยส์เจอไรเซอร์ให้เลือกทั้งหมด 3 สูตร เพื่อสภาพผิวที่แตกต่างกัน- Moisturizing Lotion+ : เนื้อโลชั่นบางเบา ช่วยปรับสมดุลผิว เติมความชุ่มชื้น เสริมความแข็งแรงให้ปราการผิว เหมาะสำหรับผิวแห้งมาก - ผิวผสมค่อนข้างแห้ง- Oil Control Gel : เนื้อเจล-ปราศจากน้ำมัน บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ เติมความชุ่มชื้นช่วยปรับสมดุลผิวที่มันอย่างเหมาะสม เสริมความแข็งแรงให้ปราการผิวเหมาะสำหรับผิวผสมค่อนข้างมัน - ผิวมัน- Hydrating Jelly : เนื้อเจลลี่ใส ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน แต่บางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนอะหนะ ปกป้องผิวจากมลภาวะ และเสริมความแข็งแรงให้ปราการผิว เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว Step 2 : เลือก Boosters เพื่อตอบโจทย์ความกังวลผิวของคุณเพิ่มการดูแล แก้ไขปัญหาผิวที่คุณกังวลด้วยบูสเตอร์ 5 สูตร เมื่อนำมาประกอบกับเบสมอยส์เจอไรเซอร์ในสูตรที่คุณเลือก ก็จะได้เป็น clinique iD สูตรเฉพาะของคุณเอง- Fatigue : ความล้า (สีส้ม) ส่วนผสมเข้มข้นจากทอรีนและคาเฟอีน ช่วยเติมพลังให้ผิว กระตุ้นผิวที่เหนื่อยล้าให้เปล่งประกาย - Lines & Wrinkles : ริ้วรอย และรอยย่น (สีม่วง) ส่วนผสมจากเวย์โปรตีน ช่วยเติมเต็มริ้วรอยให้เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง- Uneven Skin Tone : สีผิวไม่สม่ำเสมอ (สีขาว) ส่วนผสมจากโสมตังกุยญี่ปุ่น ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ สว่าง กระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ - Pores & Uneven Texture : รูขุมขน และ ผิวที่ไม่เรียบ (สีฟ้า) ส่วนผสมจากกรด AHAs ช่วยผลัดเซลล์ผิว ให้รูขุมขนตื้นขึ้น ปรับผิวให้เรียบเนียน - Irritation : ระคายเคือง (สีเขียว) ส่วนผสมจากแลคโตบาซิลลัส โปรไบโอติก จากการบ่ม ให้ความสบาย ปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคืองสำหรับผิวที่แพ้ง่ายStep 3 : สร้าง clinique iD สูตรเฉพาะของคุณเอง 1. ถอดปลอกพลาสติกออกจากหลอดบูสเตอร์ 2. เปิดฝา เบส3. ใส่หลอดบูสเตอร์ลงไปในขวดเบสมอยส์เจอไรเซอร์ หมุนปิดให้เข้าล็อค4. เสร็จเรียบร้อย!เบส ทั้งสามประเภทลักษณะเนื้อเบสแต่ละประเภทการผสมผสานรวมกันชุดผลิตภัณฑ์นี้มีสีสันมากและเราสามารถเพลิดเพลินกับแพคเกจ ที่ไม่ได้ให้แค่สีสันแต่ยังให้ความหลากหลายของ booster ทั้ง 5 สูตรที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการผิวของแต่ละคนได้พร้อมทุกสถานการณ์ทุกเวลา และแพคเกจที่ดีไซน์มาให้ทุกครั้งที่กดใช้ปริมาณของมอยส์เจอไรเซอร์ และตัว booster จะออกมาในปริมาณที่ทางสร้างแบรนด์เค้าได้มีการคำนวณมาแล้วว่าเหมาะกับการบำรุงผิว เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด และทั้งสองอย่างจะหมดพร้อมกันคะFatigue(สีส้ม) ส่วนผสมเข้มข้นจากทอรีนและคาเฟอีน ช่วยเติมพลังให้ผิว กระตุ้นผิวที่เหนื่อยล้าให้เปล่งประกาย Lines & Wrinkles(สีม่วง) ส่วนผสมจากเวย์โปรตีน ช่วยเติมเต็มริ้วรอยให้เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์อีกครั้งUneven Skin Tone(สีขาว) ส่วนผสมจากโสมตังกุยญี่ปุ่น ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ สว่าง กระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ Pores & Uneven Texture(สีฟ้า) ส่วนผสมจากกรด AHAs ช่วยผลัดเซลล์ผิว ให้รูขุมขนตื้นขึ้น ปรับผิวให้เรียบเนียน Irritation (สีเขียว) ให้ความสบาย ปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคืองสำหรับผิวที่แพ้ง่ายวิธีใช้ใช้ผลิตภัณฑ์ประมาณ 1-2 ปั๊ม ทาลงบนผิวที่สะอาด เป็นประจำเช้า-เย็น สามารถใช้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เสริมได้ตามความต้องการสำหรับการทดลองใช้เราเลือก Moisturizing Lotion เบสกับ Cartridges Lines & Wrinkles (สีม่วง) เนื้อสัมผัสเรียบเนียนทาง่าย เนื้อโลชั่นเข้มข้น รู้สึกให้ความชุ่มชื้นเติมเต็มริ้วรอยคุณสามารถสร้างสรรค์ clinique iD ของคุณได้มากกว่าหนึ่งแบบ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิว และความกังวลที่มากกว่าหนึ่งอย่าง โดยธรรมชาติ สภาพผิวอาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม สุขภาพร่างกาย และสภาพอากาศ เราหวังว่าคุณจะค้นพบ clinique iD ที่ตอบโจทย์คุณในทุกสภาวะและทุกเวลา สามารถสั่งซื้อได้ที่คลีนิกข์ทุกช่องทางคะ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมคุณสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการของ CLINIQUE ด้านล่างนี้คะhttps://www.clinique.co.th/
เมื่อเจอทีมผู้หญิงสาย Strong แนะนำโลชั่นอันดับ 1 จากอเมริกา Aveeno อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง บอดี้ โลชั่นจากอเมริกาที่ทุกคนเคยใช้


ทีมสตรองสุดแซ่บ นำทีมโดย คุณแม่ลูกเกด, คุณพิม ซอนย่า, คุณซินดี้ และคุณเทย่า ถึงกับเอ่ยปากว่าเป็นเสียงเดียวกันว่า เวลาเดินทางไปต่างประเทศที่มีอากาศร้อนและหนาว ก็จะทำให้ผิวแห้ง จึงมี Aveeno เป็นตัวช่วยผิว ให้ดูชุ่มชื้น สุขภาพดี ชอบที่เนื้อโลชั่นเหลือนเจลลี่ทาแล้วซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เชื่อแม่ไม่ผิดหวัง
วนิลาจึงไม่รอช้า อยากผิวสวย เหมือนทีมผู้หญิงสายสตรอง วันนี้จึงขอทดลองใช้ไอเท็มสุดฮิต จากแบรนด์ Aveeno นั่นก็คือ อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง บอดี้ วอช และ อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง บอดี้ โลชั่น ด้วยสารสกัดธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต ซึ่งเป็นที่รู้ๆ กันดีอยู่แล้วว่าข้าวโอ๊ตนั้นอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และไขมันช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินอีสูง ซึ่งช่วยคงความชุ่มชื่นของผิวได้เป็นอย่างดีช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์ เปล่งปลั่ง และเนียนนุ่ม

ในแต่ละวันต้องเจออากาศแย่ๆ มลภาวะ และความเครียดมาทั้งวัน ซึ่งเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้ผิวเราแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น เมื่อกลับถึงบ้านวนิลาจึงได้ไอเท็มตัวนี้มาช่วยปรนิบัติผิวช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายด้วยครีมอาบน้ำตัวนี้คะ
อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง บอดี้ วอช สำหรับผิวแห้ง
ปริมาณสุทธิ 354 ml. ราคา 309 บาท
อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง บอดี้ วอช สูตรพิเศษด้วยสารสกัดธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต พร้อมเนเชอรัล ออยล์ และมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้ม
เพื่อผิวสะอาดพร้อมช่วยกักเก็บความชุ่มชื่น เพื่อผิวนุ่ม เรียบเนียน และดูสุขภาพผิวดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผิวบอบบางและแพ้ง่าย

วิธีใช้ ก็แค่เปิดฝาขวดเทลงบนฝ่ามือ จะเห็นเนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นสีขาวขุ่น กลิ่นหอมอ่อนๆ ต้องบอกเลยว่าครีมอาบน้ำของอาวีโน่ เค้าปราศจากสารสบู่ ปราศจากสี นะจ๊ะ เทครีมอาบน้ำแค่นิดเดียวก็สามารถถูได้ทั่วตัวเลย ระหว่างที่เราถูตัวจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มของผิวจริงๆคะ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยทำให้เรารู้สึก
ผ่อนคลายได้ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราอีกด้วยคะ
เมื่อผิวรู้สึกผ่อนคลายขึ้นแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการฟื้นบำรุงผิวเราถึงขั้นสุด นั่นก็คือ โลชั่น ยอดขายอันดับ 1 จากอเมริกา
*ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วว่าช่วยลดปัญหาผิวแห้งอันเป็นสาเหตุของอาการคันปราศจาก
น้ำหอมและแอลกอฮอล์ชนิดที่ทำให้ผิวแห้ง
อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง โลชั่น
ปริมาณสุทธิ 354 ml. ราคา 399 บาท
อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง โลชั่น หลายๆคนอาจจะพอคุ้นตากับโลชั่นตัวนี้กันบ้างแล้ว เราขอเรียกว่าเจ้าตัวนี้ว่า “โลชั่นกู้ชีพ” ละกันคะ เพราะเราได้โลชั่นตัวนี้แหละที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว มีความข้าวโอ๊ต ธรรมชาติสุดๆ อย่างที่บอกด้วยสารสกัดธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต และมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้มช่วยบำรุงและปกป้องผิวแห้งให้ชุ่มชื่นยาวนานถึง 24 ชั่วโมง จึงเหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้ง หรือผิวค่อนข้างแห้งกร้าน และผิวบอบบางแพ้ง่ายเพราะด้วยความเป็นธรรมชาติจากข้าวโอ๊ตจึงไม่ก่อให้เกิดการระคายต่อผิวคะ

วิธีใช้ ด้วยการออกแบบมาให้ใช้ง่ายโดยขวดจะเป็นแบบหัวปั้ม เพียงแค่กดลงบนฝ่ามือเบาๆ เนื้อโลชั่นก็ออกมาแล้วคะ ลักษณะจะเป็นสีขาวขุ่น
เนื้อเหมือนเจลลี่ ความเข้มข้นยกให้ระดับ 10 เลยจร้า โลชั่นจะมีกลิ่นอ่อนๆ ต้องบอกเลยว่าถึงแม้จะมีความเข้มข้นมาก แต่ซึมซาบเร็วมาก
ทาปุ๊บ ซึมปั๊บ ไม่เหนียวเหนอะหนะ หลังจากที่ใช้มาหนึ่งสัปดาห์ รู้สึกได้ว่าผิวนุ่มมาก ชุ่มชื้น เรียบเนียนขึ้นจริงๆคะ
สาวๆคนไหนที่มีผิวแห้งหรือ ผิวค่อนข้างแห้งกร้าน ลองใช้โลชั่นตัวนี้ดูนะคะแนะนำว่าให้ใช้ทั้งครีมอาบน้ำ และ โลชั่นควบคู่กันคะ
เพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก ผิวดูสวยขึ้นใน 1 สัปดาห์
ตั้งแต่ได้โลชั่นกู้ชีพ อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง โลชั่น สูตรสีเขียว ที่มาช่วยฟื้นบำรุงผิวเราให้สวยเรียบเนียนขึ้นพร้อมกับให้ความมั่นใจกับผิวตัวเองมากขึ้น ตอนนี้หมดกังหมดเรื่องผิวแห้งกร้านไปเลยละคะ ไม่แปลกใจเลยทำไมอาวีโน่ถึงเป็นโลชั่นที่ครองใจสาวๆในอเมริกา ตอนนี้ประทับใจและตกหลุมรักอาวีโน่ซะแล้วจร้า....ตอนนี้มีขนาดทดลองใช้ 71 ml. ไปลองกันได้เลยราคา 119 บาท
Aveeno มีวางจำหน่ายแล้วที่ Boots , Watsons , Tops , Home Fresh Mart & Gourmet Market, Villa Market และร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ
และสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ คลิก : Lazada
ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่น Aveeno คลิก : Facebook Aveeno Thailand
และดูรายละเอียดเกี่ยวกับ Aveeno ได้ที่นี่ คลิก : https://www.aveeno.co.th/
Aveeno อาวีโน่
เมื่อเจอทีมผู้หญิงสาย Strong แนะนำโลชั่นอันดับ 1 จากอเมริกา Aveeno อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง บอดี้ โลชั่นจากอเมริกาที่ทุกคนเคยใช้ ทีมสตรองสุดแซ่บ นำทีมโดย คุณแม่ลูกเกด, คุณพิม ซอนย่า, คุณซินดี้ และคุณเทย่า ถึงกับเอ่ยปากว่าเป็นเสียงเดียวกันว่า เวลาเดินทางไปต่างประเทศที่มีอากาศร้อนและหนาว ก็จะทำให้ผิวแห้ง จึงมี Aveeno เป็นตัวช่วยผิว ให้ดูชุ่มชื้น สุขภาพดี ชอบที่เนื้อโลชั่นเหลือนเจลลี่ทาแล้วซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เชื่อแม่ไม่ผิดหวังวนิลาจึงไม่รอช้า อยากผิวสวย เหมือนทีมผู้หญิงสายสตรอง วันนี้จึงขอทดลองใช้ไอเท็มสุดฮิต จากแบรนด์ Aveeno นั่นก็คือ อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง บอดี้ วอช และ อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง บอดี้ โลชั่น ด้วยสารสกัดธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต ซึ่งเป็นที่รู้ๆ กันดีอยู่แล้วว่าข้าวโอ๊ตนั้นอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และไขมันช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินอีสูง ซึ่งช่วยคงความชุ่มชื่นของผิวได้เป็นอย่างดีช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์ เปล่งปลั่ง และเนียนนุ่ม ในแต่ละวันต้องเจออากาศแย่ๆ มลภาวะ และความเครียดมาทั้งวัน ซึ่งเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้ผิวเราแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น เมื่อกลับถึงบ้านวนิลาจึงได้ไอเท็มตัวนี้มาช่วยปรนิบัติผิวช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายด้วยครีมอาบน้ำตัวนี้คะอาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง บอดี้ วอช สำหรับผิวแห้งปริมาณสุทธิ 354 ml. ราคา 309 บาท อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง บอดี้ วอช สูตรพิเศษด้วยสารสกัดธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต พร้อมเนเชอรัล ออยล์ และมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้ม เพื่อผิวสะอาดพร้อมช่วยกักเก็บความชุ่มชื่น เพื่อผิวนุ่ม เรียบเนียน และดูสุขภาพผิวดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผิวบอบบางและแพ้ง่าย วิธีใช้ ก็แค่เปิดฝาขวดเทลงบนฝ่ามือ จะเห็นเนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นสีขาวขุ่น กลิ่นหอมอ่อนๆ ต้องบอกเลยว่าครีมอาบน้ำของอาวีโน่ เค้าปราศจากสารสบู่ ปราศจากสี นะจ๊ะ เทครีมอาบน้ำแค่นิดเดียวก็สามารถถูได้ทั่วตัวเลย ระหว่างที่เราถูตัวจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มของผิวจริงๆคะ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราอีกด้วยคะเมื่อผิวรู้สึกผ่อนคลายขึ้นแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการฟื้นบำรุงผิวเราถึงขั้นสุด นั่นก็คือ โลชั่น ยอดขายอันดับ 1 จากอเมริกา *ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วว่าช่วยลดปัญหาผิวแห้งอันเป็นสาเหตุของอาการคันปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ชนิดที่ทำให้ผิวแห้งอาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง โลชั่นปริมาณสุทธิ 354 ml. ราคา 399 บาท อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง โลชั่น หลายๆคนอาจจะพอคุ้นตากับโลชั่นตัวนี้กันบ้างแล้ว เราขอเรียกว่าเจ้าตัวนี้ว่า “โลชั่นกู้ชีพ” ละกันคะ เพราะเราได้โลชั่นตัวนี้แหละที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว มีความข้าวโอ๊ต ธรรมชาติสุดๆ อย่างที่บอกด้วยสารสกัดธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต และมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้มช่วยบำรุงและปกป้องผิวแห้งให้ชุ่มชื่นยาวนานถึง 24 ชั่วโมง จึงเหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้ง หรือผิวค่อนข้างแห้งกร้าน และผิวบอบบางแพ้ง่ายเพราะด้วยความเป็นธรรมชาติจากข้าวโอ๊ตจึงไม่ก่อให้เกิดการระคายต่อผิวคะ วิธีใช้ ด้วยการออกแบบมาให้ใช้ง่ายโดยขวดจะเป็นแบบหัวปั้ม เพียงแค่กดลงบนฝ่ามือเบาๆ เนื้อโลชั่นก็ออกมาแล้วคะ ลักษณะจะเป็นสีขาวขุ่น เนื้อเหมือนเจลลี่ ความเข้มข้นยกให้ระดับ 10 เลยจร้า โลชั่นจะมีกลิ่นอ่อนๆ ต้องบอกเลยว่าถึงแม้จะมีความเข้มข้นมาก แต่ซึมซาบเร็วมาก ทาปุ๊บ ซึมปั๊บ ไม่เหนียวเหนอะหนะ หลังจากที่ใช้มาหนึ่งสัปดาห์ รู้สึกได้ว่าผิวนุ่มมาก ชุ่มชื้น เรียบเนียนขึ้นจริงๆคะ สาวๆคนไหนที่มีผิวแห้งหรือ ผิวค่อนข้างแห้งกร้าน ลองใช้โลชั่นตัวนี้ดูนะคะแนะนำว่าให้ใช้ทั้งครีมอาบน้ำ และ โลชั่นควบคู่กันคะ เพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก ผิวดูสวยขึ้นใน 1 สัปดาห์ ตั้งแต่ได้โลชั่นกู้ชีพ อาวีโน่ เดลี่ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง โลชั่น สูตรสีเขียว ที่มาช่วยฟื้นบำรุงผิวเราให้สวยเรียบเนียนขึ้นพร้อมกับให้ความมั่นใจกับผิวตัวเองมากขึ้น ตอนนี้หมดกังหมดเรื่องผิวแห้งกร้านไปเลยละคะ ไม่แปลกใจเลยทำไมอาวีโน่ถึงเป็นโลชั่นที่ครองใจสาวๆในอเมริกา ตอนนี้ประทับใจและตกหลุมรักอาวีโน่ซะแล้วจร้า....ตอนนี้มีขนาดทดลองใช้ 71 ml. ไปลองกันได้เลยราคา 119 บาท Aveeno มีวางจำหน่ายแล้วที่ Boots , Watsons , Tops , Home Fresh Mart & Gourmet Market, Villa Market และร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ และสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ คลิก : Lazadaติดตามข่าวสารและโปรโมชั่น Aveeno คลิก : Facebook Aveeno Thailandและดูรายละเอียดเกี่ยวกับ Aveeno ได้ที่นี่ คลิก : https://www.aveeno.co.th/
วิธีเช็คผมพัง Level ไหน พร้อมอ่านรีวิวเคล็ดลับมั่นใจสีผมสวย แถมผมไม่พัง ปังสุดๆ!!

สีผม เป็นสิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวตน ความมั่นใจและรู้สึก โดดเด่นทุกครั้ง เมื่อได้สีผมที่ถูกใจ ยิ่งตอนนี้เทนรด์สีผมกำลังเริ่มมาอีกแล้ว! ไม่ว่าจะสายฝอ สายเกามาค่า!! สาวๆ วนิลามีเคล็ดลับการทำสีผมให้อยู่ติดทนนาน ไม่ว่าจะผมสีไหนก็มั่นใจสีผมสวย แถมผมไม่พัง ปังสุดๆ เพียงแค่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือแชมพูที่
บำรุงและล็อคสีผมของคุณให้ สด ชัด เป๊ะ ง่ายๆ
สาวๆ หลายคนคงสงสัยว่าจะมีวิธี วันนี้มีทาง vanilla มีวีธีเช็คผมยังไงหลังจากทำสีผมว่าผมของเราเสียหรือ
เปล่าน้า ลองมาดู level ผมพังๆ หลังจากทำสีผมกัน

1. Level 1 : ผมแห้งกรอบ
2. Level 2 : จัดทรงยาก
3. Level 3 : ไม่เงางาม
Level 1 : ผมชี้ฟูจากการทำสี เป็นปัญหาที่มักเจอทั่วไปเมื่อทำสีผม ถ้าอยากจะบำรุงให้ผมกลับมาแข็งแรง ก็ต้องเลือกแชมพูและคอนดิชันเนอร์
สูตรสำหรับการทำสี หรือ กัดสีผมโดยเฉพาะ
แต่ถ้าหากผมไม่เงางาม หลังจากการทำสี คือคุณได้เข้าสู่ผมเสีย Level 2 แล้วล่ะ
ซึ่งก็ต้องบำรุงด้วยวิธีการเพิ่มอาหารผมซึ่งก็คือทรีทเมนต์ มาส์ก…..
แต่ถ้าผมของคุณถึงขั้น Level 3 คือแห้งกรอบแล้วล่ะก็ หลายๆท่านคงหาทางออกให้การฟื้นคืนชีพเส้นผมมาหลายทางแล้วใช่ไหมคะ ทางเรามีสเต๊ปสุดท้ายสำหรับการดูแลผมทำสี เซรั่มเข้มข้น สำหรับกู้ผมเสีย ให้กลับมาสุขภาพดี เนื้อเซรั่มบางเบา ไม่เหนอะหนะจนใช้ได้ทุกวัน… สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำสีผม
แต่ต้องการบำรุงเป็นพิเศษก็สามารถใช้ได้เช่นกันค่ะ
ปัญหาผมเสียหลายระดับนี้ เหล่านี้จะหมดไปได้แน่นอน เพราะวันนี้เรามีไอเท็มที่คนทำสีผมทุกคนจะต้องหลงรัก ไปดูกันเล๊ยยยย
วันนี้ขอเลือกแชมพูที่ค่อนข้างจะตอบโจทย์สำหรับคนที่ทำสีผมนะคะ วนิลาจึงเลือกแชมพูและคอนดิชั่นเนอร์ของเทรซาเม่มาลองใช้ค่ะ จะมีสองสูตรด้วยกัน ใครที่อ่านรีวิวนี้ก็ลองดูกันนะคะว่าสองสูตรนี้เค้ามีคุณสมบัติกันอย่างไรเพื่อที่สาวๆ จะได้เลือกใช้ให้เหมาะกับสีผมของตัวเองกันนะจ๊ะ ขอพูดถึงสูตรแรกก่อนเลย......

TRESemme Color Radiance & Repair For Colored Hair Shampoo 250ml.
TRESemme Color Radiance & Repair For Colored Hair Conditioner 250ml.
สูตรที่ผสานสองคุณค่าของสารสกัด Plant Placenta จากธรรมชาติ และ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ บูสเตอร์ ใน เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ แชมพู และ ครีมบำรุงผม สูตรโดยเฉพาะสำหรับผมทำสี เพื่อการทำความสะอาดที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ ช่วยฟื้นบำรุงอย่างล้ำลึกด้วยสารสกัดพรีเมี่ยมอย่าง Plant Placenta จากธรรมชาติ ซึ่งช่วยกู้เส้นผมที่เสียจากการทำสีให้กลับมาแข็งแรง นุ่มสวย พร้อมสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผมเสียถึงแกนใน และยังมีเทคโนโลยี Color Radiance Booster ที่ทำความสะอาดเส้นผมอย่างอ่อนโยนมากๆ ช่วยบู๊ทส์สีผมให้สวยเปล่งประกาขยยาวนาน มอบผลลัพธ์ให้ผมสวยโดดเด่นเจิดจรัสในทุกวัน สูตรนี้เหมาะสำหรับคนทำสีผมเบาๆเช่นโทนสีดำ หรือ น้ำตาล ไม่ได้มีการกัดสีผมมากเท่าไร

เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ แอนด์ รีแพร์ ฟอร์ คัลเลอร์ แฮร์ แชมพู

วิธีใช้:
• ชโลมแชมพูบนผมเปียก นวดจนเกิดฟอง แล้วล้างออกให้สะอาด
• ควรใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ คอนดิชันเนอร์
เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ แอนด์ รีแพร์ ฟอร์ คัลเลอร์ แฮร์ คอนดิชันเนอร์

วิธีใช้:
• ทุกครั้งหลังสระ ชโลมครีมบำรุงผมจากกลางจรดปลายผม
• ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออก

แน่นอนแหล่ะ ไอเท็มของเรานี้ก็จะทำให้ผมไม่พังที่สำคัญสีผมยังติดทนนานอีกด้วย
เอาล่ะ ยังไม่หมดเท่านี้นะจ๊ะ ไปต่อกันที่ไอเท็มเด็ดสูตรแรกว่าเด็ดแล้วอันนี้เด็ดมากกกก เพราะเป็นแชมพูและคอนดิชันเนอร์ ที่มีเนื้อครีมสีม่วงจ้า บอกเลยว่า Tresemme’ เป็นเจ้าแรกในประเทศไทยนะจ๊ะ

TRESemme Color Radiance & Repair For Bleached Hair Shampoo 250ml.
TRESemme Color Radiance & Repair For Bleached Hair Conditioner 250ml.

แชมพูสีม่วง สูตรพิเศษที่ผสานคุณค่าของสารสกัด Plant Placenta จากธรรมชาติ ใน เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ แชมพู และ ครีมบำรุงผม เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ คอนดิชันเนอร์ สำหรับผมกัดสีหรือทำสีอ่อน ป้องกันเส้นผมเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เพื่อรักษาโทนสีให้สวยยาวนาน และช่วยฟื้นบำรุงอย่างล้ำลึกให้กับเส้นผมที่เสียจากการกัดสี พร้อมสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผมเสียถึงแกนใน โดยปกติแล้วผมที่โดนกัดสีมากจะได้รับสารเคมีที่มากกว่าปกติ จึงต้องการการบำรุงที่เข้มข้นกว่าและแน่นอนว่า ไอเท็มนี้จึงเด็ดมาก แชมพูและคอนดิชันเนอร์สูตรนี้มี Plant Placenta ซึ่งอุดมด้วยกรดอะมิโนที่มีโปรตีนในการช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น มอบผลลัพธ์ให้ผมสวยโดดเด่นเจิดจรัสในทุกวัน
เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ แอนด์ รีแพร์ ฟอร์ บลีช แฮร์ แชมพู

วิธีใช้:
• ชโลมแชมพูบนผมเปียก นวดจนเกิดฟอง แล้วล้างออกให้สะอาด
• ควรใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ คอนดิชันเนอร์
เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ คอนดิชันเนอร์

วิธีใช้:
• ทุกครั้งหลังสระ ชโลมครีมบำรุงผมจากกลางจรดปลายผม
• ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออก

ฮู้หูว์...แค่ได้สัมผัสสูตรแรกก็ประทับใจแล้วคะกลิ่นหอมติดผมมาก!! พูดเลย ความปัง ยังไม่หมดค่ะมาต่อกันกับอีกหนี่งสูตรเลยจร้า สำหรับเจ้าไอเท็มเด็ดตัวนี้หากสาวๆ คนไหนที่ยังต้องการบำรุงและล็อคสีผมให้นุ่มสลวยมากขึ้น แต่ต้องนี่เลยค่ะ

TRESemme Color Radiance & Repair For colored and bleached hair Treatment Mask 180 ml.
ทรีทเมนท์ มาส์ก สูตรพิเศษที่ผสานสองคุณค่าของสารสกัด Plant Placenta จากธรรมชาติ และ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ บูสเตอร์ ใน เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ ทรีทเมนท์ มาส์ก เนื้อครีมเข้มข้นช่วยฟื้นบำรุงอย่างล้ำลึกให้กับเส้นผมที่เสียจากการทำสีและกัดสี พร้อมสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผมเสียถึงแกนใน เพื่อรักษาผมทำสีและกัดสีให้สวยเปล่งประกายยาวนาน มอบผลลัพธ์ให้ผมสวยโดดเด่นเจิดจรัสในทุกวัน
เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ แอนด์ รีแพร์ ทรีทเมนท์ มาส์ก

วิธีใช้:
• ชโลมทรีทเมนท์ มาส์ก ลงผมบนผมเปียก โดยเน้นจากกลางจรดปลายผม
• ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก

เอาละจร้าา..มาถึงสเต๊ปสุดท้ายสำหรับการดูแลผมทำสีด้วย เซรั่มเข้มข้น สำหรับกู้ผมเสีย ให้กลับมาสุขภาพดีสำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำสีผม
แต่ต้องการบำรุงเป็นพิเศษก็สามารถใช้ได้เช่นกันค่ะ

TRESemme Color Radiance & Repair For colored and bleached hair Serum 50ml.
เซรั่มเข้มข้น แต่ไม่เหนอะหนะ เนื้อเซรั่มจะใสๆ บางเบา กลิ่นหอมมากค่า ใช้ชโลมบนผมเป็นสเต๊ปสุดท้าย ช่วยฟื้นบำรุงอย่างล้ำลึกให้กับเส้นผมที่เสียจากการทำสีและกัดสี สร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผมเสียถึงแกนในให้สวยเปล่งประกายยาวนาน มอบผลลัพธ์ให้ผมสวยโดดเด่นเจิดจรัสในทุกวัน
เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ แอนด์ รีแพร์ เซรั่ม

วิธีใช้:
• หยดเซรั่มลงบนฝ่ามือ ลูบบนมือทั้ง 2 ข้างให้ทั่ว แล้วชโลมลงบนผมที่เปียกหรือแห้ง โดยเน้นจากกลางจรดปลายผม

หลังจากที่ได้ทดลองใช้ เรียกว่าจัดหนัก จัดเต็ม กับเซตผลิตภัณฑ์ของเทรซาเม่ วนิลาถึงกับ “ฟินน์” กันไปเลยจร้า
นี่แหละคะเคล็ดลับการล็อคสีผมให้สวย ปัง แบบสาวสไตล์วนิลารีวิวข้อมูลแน่น! ขนาดนี้ไม่เลือกสูตรผิดกันนะจ๊ะ
ตอนนี้ใครที่ชอบทำสีผมเชคระดับความพังของผม พร้อมทริปในการแก้ไข อ่านรีวิวนี้แล้ว กระเป๋าลั่น!! ก็สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์แชมพูและครีมบำรุงผมยี่ห้อ เทรซาเม่ ได้ตามข้อมูลที่ให้ไว้ด้านล่างนี้เลยค่ะ
สูตรสำหรับผมทำสี มีวางจำหน่ายที่ Tops, ลาซาด้าและ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
TRESemme Color Radiance & Repair For Colored Hair Shampoo 250 ml. ราคา 279 บาท
TRESemme Color Radiance & Repair For Colored Hair Conditioner 250 ml. ราคา 279 บาท
สูตรแชมพีม่วง สำหรับผมกัดสีหรือทำสีอ่อน มีวางจำหน่ายที่ Watsons ลาซาด้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
TRESemme Color Radiance & Repair For Bleached Hair Shampoo 250 ml. ราคา 279 บาท
TRESemme Color Radiance & Repair For Bleached Hair Conditioner 250 ml. ราคา 279 บาท
TRESemme Color Radiance & Repair For colored and bleached hair Treatment Mask 180 ml. ราคา 279 บาท
TRESemme Color Radiance & Repair For colored and bleached hair Serum 50 ml. ราคา 369 บาท จำหน่ายเร็วๆ นี้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
FB : TRESemmé
IG : @tresemmethailand
วิธีเช็คผมพัง Level ไหน พร้อมอ่านรีวิวเคล็ดลับมั่นใจสีผมสวย แถมผมไม่พัง ปังสุดๆ!!
วิธีเช็คผมพัง Level ไหน พร้อมอ่านรีวิวเคล็ดลับมั่นใจสีผมสวย แถมผมไม่พัง ปังสุดๆ!!สีผม เป็นสิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวตน ความมั่นใจและรู้สึก โดดเด่นทุกครั้ง เมื่อได้สีผมที่ถูกใจ ยิ่งตอนนี้เทนรด์สีผมกำลังเริ่มมาอีกแล้ว! ไม่ว่าจะสายฝอ สายเกามาค่า!! สาวๆ วนิลามีเคล็ดลับการทำสีผมให้อยู่ติดทนนาน ไม่ว่าจะผมสีไหนก็มั่นใจสีผมสวย แถมผมไม่พัง ปังสุดๆ เพียงแค่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือแชมพูที่บำรุงและล็อคสีผมของคุณให้ สด ชัด เป๊ะ ง่ายๆสาวๆ หลายคนคงสงสัยว่าจะมีวิธี วันนี้มีทาง vanilla มีวีธีเช็คผมยังไงหลังจากทำสีผมว่าผมของเราเสียหรือเปล่าน้า ลองมาดู level ผมพังๆ หลังจากทำสีผมกัน1. Level 1 : ผมแห้งกรอบ2. Level 2 : จัดทรงยาก3. Level 3 : ไม่เงางามLevel 1 : ผมชี้ฟูจากการทำสี เป็นปัญหาที่มักเจอทั่วไปเมื่อทำสีผม ถ้าอยากจะบำรุงให้ผมกลับมาแข็งแรง ก็ต้องเลือกแชมพูและคอนดิชันเนอร์สูตรสำหรับการทำสี หรือ กัดสีผมโดยเฉพาะแต่ถ้าหากผมไม่เงางาม หลังจากการทำสี คือคุณได้เข้าสู่ผมเสีย Level 2 แล้วล่ะ ซึ่งก็ต้องบำรุงด้วยวิธีการเพิ่มอาหารผมซึ่งก็คือทรีทเมนต์ มาส์ก…..แต่ถ้าผมของคุณถึงขั้น Level 3 คือแห้งกรอบแล้วล่ะก็ หลายๆท่านคงหาทางออกให้การฟื้นคืนชีพเส้นผมมาหลายทางแล้วใช่ไหมคะ ทางเรามีสเต๊ปสุดท้ายสำหรับการดูแลผมทำสี เซรั่มเข้มข้น สำหรับกู้ผมเสีย ให้กลับมาสุขภาพดี เนื้อเซรั่มบางเบา ไม่เหนอะหนะจนใช้ได้ทุกวัน… สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำสีผม แต่ต้องการบำรุงเป็นพิเศษก็สามารถใช้ได้เช่นกันค่ะปัญหาผมเสียหลายระดับนี้ เหล่านี้จะหมดไปได้แน่นอน เพราะวันนี้เรามีไอเท็มที่คนทำสีผมทุกคนจะต้องหลงรัก ไปดูกันเล๊ยยยยวันนี้ขอเลือกแชมพูที่ค่อนข้างจะตอบโจทย์สำหรับคนที่ทำสีผมนะคะ วนิลาจึงเลือกแชมพูและคอนดิชั่นเนอร์ของเทรซาเม่มาลองใช้ค่ะ จะมีสองสูตรด้วยกัน ใครที่อ่านรีวิวนี้ก็ลองดูกันนะคะว่าสองสูตรนี้เค้ามีคุณสมบัติกันอย่างไรเพื่อที่สาวๆ จะได้เลือกใช้ให้เหมาะกับสีผมของตัวเองกันนะจ๊ะ ขอพูดถึงสูตรแรกก่อนเลย...... TRESemme Color Radiance & Repair For Colored Hair Shampoo 250ml. TRESemme Color Radiance & Repair For Colored Hair Conditioner 250ml.สูตรที่ผสานสองคุณค่าของสารสกัด Plant Placenta จากธรรมชาติ และ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ บูสเตอร์ ใน เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ แชมพู และ ครีมบำรุงผม สูตรโดยเฉพาะสำหรับผมทำสี เพื่อการทำความสะอาดที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ ช่วยฟื้นบำรุงอย่างล้ำลึกด้วยสารสกัดพรีเมี่ยมอย่าง Plant Placenta จากธรรมชาติ ซึ่งช่วยกู้เส้นผมที่เสียจากการทำสีให้กลับมาแข็งแรง นุ่มสวย พร้อมสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผมเสียถึงแกนใน และยังมีเทคโนโลยี Color Radiance Booster ที่ทำความสะอาดเส้นผมอย่างอ่อนโยนมากๆ ช่วยบู๊ทส์สีผมให้สวยเปล่งประกาขยยาวนาน มอบผลลัพธ์ให้ผมสวยโดดเด่นเจิดจรัสในทุกวัน สูตรนี้เหมาะสำหรับคนทำสีผมเบาๆเช่นโทนสีดำ หรือ น้ำตาล ไม่ได้มีการกัดสีผมมากเท่าไรเทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ แอนด์ รีแพร์ ฟอร์ คัลเลอร์ แฮร์ แชมพู วิธีใช้: • ชโลมแชมพูบนผมเปียก นวดจนเกิดฟอง แล้วล้างออกให้สะอาด • ควรใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ คอนดิชันเนอร์เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ แอนด์ รีแพร์ ฟอร์ คัลเลอร์ แฮร์ คอนดิชันเนอร์ วิธีใช้: • ทุกครั้งหลังสระ ชโลมครีมบำรุงผมจากกลางจรดปลายผม• ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออกแน่นอนแหล่ะ ไอเท็มของเรานี้ก็จะทำให้ผมไม่พังที่สำคัญสีผมยังติดทนนานอีกด้วย เอาล่ะ ยังไม่หมดเท่านี้นะจ๊ะ ไปต่อกันที่ไอเท็มเด็ดสูตรแรกว่าเด็ดแล้วอันนี้เด็ดมากกกก เพราะเป็นแชมพูและคอนดิชันเนอร์ ที่มีเนื้อครีมสีม่วงจ้า บอกเลยว่า Tresemme’ เป็นเจ้าแรกในประเทศไทยนะจ๊ะ TRESemme Color Radiance & Repair For Bleached Hair Shampoo 250ml. TRESemme Color Radiance & Repair For Bleached Hair Conditioner 250ml.แชมพูสีม่วง สูตรพิเศษที่ผสานคุณค่าของสารสกัด Plant Placenta จากธรรมชาติ ใน เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ แชมพู และ ครีมบำรุงผม เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ คอนดิชันเนอร์ สำหรับผมกัดสีหรือทำสีอ่อน ป้องกันเส้นผมเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เพื่อรักษาโทนสีให้สวยยาวนาน และช่วยฟื้นบำรุงอย่างล้ำลึกให้กับเส้นผมที่เสียจากการกัดสี พร้อมสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผมเสียถึงแกนใน โดยปกติแล้วผมที่โดนกัดสีมากจะได้รับสารเคมีที่มากกว่าปกติ จึงต้องการการบำรุงที่เข้มข้นกว่าและแน่นอนว่า ไอเท็มนี้จึงเด็ดมาก แชมพูและคอนดิชันเนอร์สูตรนี้มี Plant Placenta ซึ่งอุดมด้วยกรดอะมิโนที่มีโปรตีนในการช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น มอบผลลัพธ์ให้ผมสวยโดดเด่นเจิดจรัสในทุกวันเทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ แอนด์ รีแพร์ ฟอร์ บลีช แฮร์ แชมพูวิธีใช้: • ชโลมแชมพูบนผมเปียก นวดจนเกิดฟอง แล้วล้างออกให้สะอาด • ควรใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ คอนดิชันเนอร์เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ คอนดิชันเนอร์วิธีใช้: • ทุกครั้งหลังสระ ชโลมครีมบำรุงผมจากกลางจรดปลายผม• ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออกฮู้หูว์...แค่ได้สัมผัสสูตรแรกก็ประทับใจแล้วคะกลิ่นหอมติดผมมาก!! พูดเลย ความปัง ยังไม่หมดค่ะมาต่อกันกับอีกหนี่งสูตรเลยจร้า สำหรับเจ้าไอเท็มเด็ดตัวนี้หากสาวๆ คนไหนที่ยังต้องการบำรุงและล็อคสีผมให้นุ่มสลวยมากขึ้น แต่ต้องนี่เลยค่ะTRESemme Color Radiance & Repair For colored and bleached hair Treatment Mask 180 ml.ทรีทเมนท์ มาส์ก สูตรพิเศษที่ผสานสองคุณค่าของสารสกัด Plant Placenta จากธรรมชาติ และ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ บูสเตอร์ ใน เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ & รีแพร์ ทรีทเมนท์ มาส์ก เนื้อครีมเข้มข้นช่วยฟื้นบำรุงอย่างล้ำลึกให้กับเส้นผมที่เสียจากการทำสีและกัดสี พร้อมสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผมเสียถึงแกนใน เพื่อรักษาผมทำสีและกัดสีให้สวยเปล่งประกายยาวนาน มอบผลลัพธ์ให้ผมสวยโดดเด่นเจิดจรัสในทุกวันเทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ แอนด์ รีแพร์ ทรีทเมนท์ มาส์ก วิธีใช้: • ชโลมทรีทเมนท์ มาส์ก ลงผมบนผมเปียก โดยเน้นจากกลางจรดปลายผม• ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออกเอาละจร้าา..มาถึงสเต๊ปสุดท้ายสำหรับการดูแลผมทำสีด้วย เซรั่มเข้มข้น สำหรับกู้ผมเสีย ให้กลับมาสุขภาพดีสำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำสีผม แต่ต้องการบำรุงเป็นพิเศษก็สามารถใช้ได้เช่นกันค่ะTRESemme Color Radiance & Repair For colored and bleached hair Serum 50ml.เซรั่มเข้มข้น แต่ไม่เหนอะหนะ เนื้อเซรั่มจะใสๆ บางเบา กลิ่นหอมมากค่า ใช้ชโลมบนผมเป็นสเต๊ปสุดท้าย ช่วยฟื้นบำรุงอย่างล้ำลึกให้กับเส้นผมที่เสียจากการทำสีและกัดสี สร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผมเสียถึงแกนในให้สวยเปล่งประกายยาวนาน มอบผลลัพธ์ให้ผมสวยโดดเด่นเจิดจรัสในทุกวัน เทรซาเม่ คัลเลอร์ เรเดียนซ์ แอนด์ รีแพร์ เซรั่มวิธีใช้: • หยดเซรั่มลงบนฝ่ามือ ลูบบนมือทั้ง 2 ข้างให้ทั่ว แล้วชโลมลงบนผมที่เปียกหรือแห้ง โดยเน้นจากกลางจรดปลายผมหลังจากที่ได้ทดลองใช้ เรียกว่าจัดหนัก จัดเต็ม กับเซตผลิตภัณฑ์ของเทรซาเม่ วนิลาถึงกับ “ฟินน์” กันไปเลยจร้านี่แหละคะเคล็ดลับการล็อคสีผมให้สวย ปัง แบบสาวสไตล์วนิลารีวิวข้อมูลแน่น! ขนาดนี้ไม่เลือกสูตรผิดกันนะจ๊ะตอนนี้ใครที่ชอบทำสีผมเชคระดับความพังของผม พร้อมทริปในการแก้ไข อ่านรีวิวนี้แล้ว กระเป๋าลั่น!! ก็สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์แชมพูและครีมบำรุงผมยี่ห้อ เทรซาเม่ ได้ตามข้อมูลที่ให้ไว้ด้านล่างนี้เลยค่ะสูตรสำหรับผมทำสี มีวางจำหน่ายที่ Tops, ลาซาด้าและ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปTRESemme Color Radiance & Repair For Colored Hair Shampoo 250 ml. ราคา 279 บาทTRESemme Color Radiance & Repair For Colored Hair Conditioner 250 ml. ราคา 279 บาทสูตรแชมพีม่วง สำหรับผมกัดสีหรือทำสีอ่อน มีวางจำหน่ายที่ Watsons ลาซาด้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปTRESemme Color Radiance & Repair For Bleached Hair Shampoo 250 ml. ราคา 279 บาทTRESemme Color Radiance & Repair For Bleached Hair Conditioner 250 ml. ราคา 279 บาทTRESemme Color Radiance & Repair For colored and bleached hair Treatment Mask 180 ml. ราคา 279 บาท TRESemme Color Radiance & Repair For colored and bleached hair Serum 50 ml. ราคา 369 บาท จำหน่ายเร็วๆ นี้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : TRESemméIG : @tresemmethailand
อ่านรีวิว !! เคล็ดลับดูแลผิวเมื่อเข้าสู่วัย 30+
ให้ผิวกลับมาสวยสุขภาพดีได้อีกครั้ง จนลืมอายุไปเลยค่าา..

เมื่ออายุเข้าเลข 3 หลายคนคงกังวลกับปัญหาผิวต่างๆ ที่เริ่มจะมาให้เห็น ทั้งจากแสงแดดและมลภาวะต่างๆที่คอยทำร้ายผิว แต่จะทำอย่างไรให้ผู้หญิงวัยสามสิบอย่างเรากลับมามีผิวสวยสุขภาพดีได้อีกครั้ง วันนี้ “วนิลา” พาไปรู้จักกับผลิตภัณฑ์จาก Domohorn Wrinkle แบรนด์สกินแคร์จากญี่ปุ่น
ทั้ง 8 ผลิตภัณฑ์ซึ่งได้เข้ามาในไทยจะครบหนึ่งปีแล้ว เคยเห็นแต่ในโฆษณาตามสื่อต่างๆ เป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างน่าสนใจมาก
วันนี้ทางวนิลาเองเพิ่งได้ทดลองและจะมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกัน ตามมาดูกันเลยค่ะ....
ซึ่งทั้งเซ็ตของเค้าเนี่ยจะมี 8 ผลิตภัณฑ์ ด้านหลังของผลิตภัณฑ์จะมีตัวเลขบอกอยู่ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 ถึง 8 เลย คอนเซ็ปต์ของเค้าคือ ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน เพื่อแก้ไขปัญหาผิวที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น เช่น ริ้วรอย จุดด่างดำ ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระจ่างใส แต่วันนี้ที่เราจะพูดถึงและรีวิวนั้นจะเน้นขั้นตอนของการบำรุงผิวเพราะรู้สึกว่าช่วงนี้ผิวเราขาดการดูแลมาก ผิวแห้งเสีย หมองคล้ำ วันนี้ก็ต้องบำรุงและเพิ่มพลังในการฟื้นฟูผิวและให้สารบำรุงที่จำเป็นแก่ผิวกันซะหน่อยด้วยเซ็ตบำรุงผิว Essential 4 ซึ่งลำดับการใช้ก็คือผลิตภัณฑ์หมายเลขที่ 4 ถึง 7 ค่ะ
และนี่คือหน้าตาของ 4 ไอเทมแห่งการบำรุงผิวขั้นสุดที่วนิลาอยากแนะนำค่าาา...


ต้องบอกเลยว่าตอนนี้เราใช้ Essential 4 นี้บำรุงทั้งตอนเช้า และกลางคืน เพื่อความต่อเนื่องในการเปลี่ยนแปลงของผิว วนิลาขอแนะนำสาวๆ ว่าควรใช้ทุกวันเพื่อคุณจะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวว่าดีขึ้นจริงค่ะ หลายคนคงอยากจะรู้ว่า 4 ไอเทมนี้เค้าดียังไง ใช้แล้วจะรู้สึกขนาดไหน
งั้นเรามาเริ่มกันเลย! ขอเรียงลำดับจากซ้ายมือก่อนเลยละกันนะ
(บำรุงตัวที่ 1) Intense Hydrator น้ำตบที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว ตัวนี้จะมอบและปลุกพลังภายในผิว ให้ผิวฉ่ำวาว และคงความชุ่มชื้นตลอดวัน
(บำรุงตัวที่ 2) Vital White Essence เอสเซ้นส์ เซรั่มที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสี ฝ้า กระ ช่วยกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวให้ผิวกระจ่างใส
ตัวนี้จะช่วยดึงพลังที่มีอยู่ในผิวให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
(บำรุงตัวที่ 3) Cream 20 ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมคอลลาเจนถึง 20% ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น และเรียบเนียนกระชับ
เน้นการแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยและเป็นการเติมสารบำรุงที่จำเป็นต่อผิวอย่างล้ำลึก ถือว่าเป็นตัวหลักของขั้นตอนการบำรุงผิวเลย หลอดเดียวคุ้มค่ามากๆ
เพราะอุดมไปด้วยคุณค่าสารบำรุงจากส่วนผสมที่ลงตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Domohorn Wrinkle ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามายาวนานกว่า 40 ปี
ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผิวในหลอดเดียว
(บำรุงตัวที่ 4) Milky Veil Lotion โลชั่น น้ำนมช่วยปรับสมดุลความมัน และดูดซับความมันส่วนเกินในชั้นผิว และยังช่วยเติมเต็มสารบำรุงให้ผิวชั้นนอก
เจ้าตัวนี้จะทำหน้าที่ปิดล็อคคุณค่าของสารบำรุงให้ผิวชุ่มฉ่ำ คงความยืดหยุ่น และชุ่มชื้นยาวนานตลอดทั้งวัน
ทีนี้เรามาดูขั้นตอนการบำรุงผิวในแบบฉบับ Domohorn Wrinkle ที่เค้าเรียกว่า "การทำโอเทะอาเทะ" ซึ่งหมายถึงการดูแลบำรุงผิวโดยการใช้มือ เพราะมือมีลักษณะเป็นผิวเหมือนกับผิวหน้า อ่อนโยนกับผิวหน้า ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ประกอบกับปริมาณการใช้ และวิธีใช้ที่ถูกต้องก็จะทำให้สารบำรุงต่างๆ ซึมเข้าสู่ผิว และทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ หากเราเร่งรีบเกินไปจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ
งั้นเรามาเริ่ม 4 ขั้นตอนของการดูแลผิวด้วย Essential 4 กันเถอะ ทำตามนี้จะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากๆ เลยนะ
เริ่มจาก Intense Hydrator ขั้นตอนที่ 1 ของการบำรุงผิว

วนิลาขอเรียกไอเทมนี้ว่า "น้ำตบ" ซึ่งด้านหลังขวดเค้าจะมีตัวเลขที่บอกลำดับการใช้ว่าเป็นลำดับที่ 4 ค่ะ
วิธีใช้นะคะ เราเทลงบนฝ่ามือ และวนให้ทั่วฝ่ามือแล้วตบเบาๆ ไปให้ทั่วใบหน้า เราจะแบ่งการใช้เป็น 2 ครั้ง (ปริมาณที่ใช้ เท่าเหรียญสองบาทโดยใช้ 2 ครั้ง) เนื้อโลชั่นน้ำตบตัวนี้จะออกใสๆ มีความเหนียวนิดหน่อย แต่ทาแล้วไม่เหนอะหนะนะคะ พอใช้ครั้งที่หนึ่งเสร็จแล้ว ก็ทำซ้ำครั้งที่สองได้เลย
อย่าลืมนะคะ! ว่าต้องตบเบาๆ แต่รอบนี้อาจจะเร่งจังหวะให้เร็วกว่าครั้งแรกนิดนึง เมื่อรู้สึกว่าผิวนุ่มเด้งติดมือ จึงเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปค่ะ
Vital White Essence ขั้นตอนที่ 2 ของการบำรุง

เราเรียกไอเทมนี้ว่า “เอสเซ้นส์ เซรั่ม” หลังขวดเค้าจะมีตัวเลขที่บอกลำดับการใช้ว่าเป็นลำดับที่ 5 ค่ะ วิธีใช้ กดลงบนฝ่ามือ 1 ปั๊ม แต้ม 5 จุด บนใบหน้าแล้วเกลี่ยให้ทั่ว ใช้ปลายนิ้วเคาะเป็นจังหวะอย่างอ่อนโยนทั่วใบหน้าประมาณ 2 นาที เนื้อเอสเซ้นส์จะออกสีขาวขุ่น เบาบาง ซึมซาบเร็วดีค่ะ
และเมื่อรู้สึกว่าไม่หลงเหลือน้ำอยู่บนผิว จึงเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
Cream 20 ขั้นตอนที่ 3 ของการบำรุง

มาถึงนางเอกของเรา ขอกระซิบว่าไอเทมตัวนี้นางดีเลิศมาก เพราะมีส่วนผสมคอลลาเจนถึง 20% เลยทีเดียว
ด้านหลังหลอดจะมีตัวเลขที่บอกลำดับการใช้ว่าเป็นลำดับที่ 6 ค่ะ วิธีใช้ บีบ Cream 20 ประมาณ 2 ซม. (เท่ากับปากหลอด) แต้ม 5 จุด บนใบหน้าแล้วเกลี่ยให้ทั่วค่อยๆ นวดเป็นวงกลมจากล่างขึ้นบนช้าๆ อย่างอ่อนโยน ถ้าเพื่อนๆ มีบริเวณไหนที่กังวลเป็นพิเศษ เช่น ริ้วรอยและจุดด่างดำที่เห็นชัดสามารถใช้ครีมนี้ทาบริเวณนั้นอีกครั้งด้วยปริมาณเล็กน้อย ครีมที่เหลือก็สามารถทาลงมาถึงลำคอได้เลย เมื่อรู้สึกลื่นที่นิ้วหายไปก็เข้าสู่ขั้นตอนต่อไปได้เลย
Milky Veil Lotion ขั้นตอนที่ 4 ของการบำรุง

ปิดท้ายด้วย "โลชั่นน้ำนม" หลังขวดเค้าจะมีตัวเลขที่บอกลำดับการใช้ว่าเป็นลำดับที่ 7 ค่ะ
เราจะใช้เจ้านี่ในการปิดล็อคไม่ให้สารบำรุงที่เราทามาตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายนี้ระเหยออกมา
เหมือนเป็นการล็อคความชุ่มชื้นให้ผิวเราคงทนยาวนานได้ตลอดทั้งวัน ปริมาณการใช้ กด 1 ปั๊ม แล้ววนฝ่ามือให้ทั่ว จุดที่สำคัญของขั้นตอนนี้คือค่อยๆกดให้ซึมอย่างเบามือ ไม่ใช่ทาหรือเกลี่ยนะคะ ใช้ฝ่ามือกดค้าง "นับ 1, 2, 3" จากด้านข้าง หน้าผาก และบนหน้า ทำซ้ำตามลำดับ 10 รอบ
ต้องบอกเลยว่า! การกดให้โลชั่นน้ำนมซึมเข้าสู่ผิวได้ดีจะช่วยให้สาวๆ แต่งหน้าติดทนนานด้วยนะจ๊ะ
หลังจากที่ได้ทดลองใช้ด้วยตัวเอง รู้สึกได้ว่าผิวเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นจริง แบบว่าผิวมีความนุ่มฟู กระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยและจุดด่างดำดูจางลง เราไม่ผิดหวังเลยกับการใช้ Essential 4 ตอบโจทย์การแก้ปัญหาผิวเราได้ตรงจุด และนี่คือเซ็ตผลิตภัณฑ์ขั้นตอนดูแลบำรุงผิวที่วนิลามาแชร์ให้สาวๆ กันค่ะ
วันนี้ก่อนที่จะจบการรีวิว...วนิลาขอพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดผิว กำจัดสิ่งสกปรกที่ทำร้ายผิว และเตรียมผิวพร้อมรับการบำรุง ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของ Essential 4 ให้ดียิ่งขึ้น เรียกว่า Refining 3 แต่ละตัวเค้าใช้ทำอะไรและมีคุณสมบัติอะไรบ้าง เรามาดูกันค่ะ!

เราจะเรียงลำดับ Refining 3 จากซ้ายมือก่อนเลยละกันนะ
1 Oil-in-Gel Remover เจลทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนผิว หรือเครื่องสำอางออกได้อย่างสะอาดหมดจดและอ่อนโยน ใช้ทำความสะอาด
สิ่งสกปรกที่เกิดในชั้นไขมันจากใต้ผิวหนัง หรือเครื่องสำอางได้อย่างล้ำลึก และอ่อนโยนในขั้นตอนเตรียมผิว ช่วยปกป้องผิว และคืนผิวสวย
2 Silky Cream Foam โฟมล้างหน้าเนื้อเนียนนุ่ม ช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกเล็กๆ ถึงในรูขุมขนออกได้อย่างอ่อนโยน
และไม่ทำให้ผิวแห้งตึง จะรู้สึกถึงผิวที่นุ่ม และกระจ่างใส ทุกครั้งหลังใช้
3 Softening Foam Mask มาส์กเนื้อโฟมแน่นละเอียด ช่วยให้ผิวผ่อนคลายและเนียนนุ่ม มีส่วนผสมของกรดอะมิโน
และวิตามินต่างๆที่จำเป็นต่อผิว เตรียมพร้อมรับการบำรุงของ Essential 4
สุดท้ายนี้.. สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด นอกจากการทำความสะอาดและบำรุงผิวแล้ว ก็ต้องปกป้องผิวด้วย เพราะในแต่ละวัน
เราต้องเจอกับรังสี UV และมลภาวะต่างๆ ที่ทำร้ายผิว สาเหตุของริ้วรอยหมองคล้ำ จุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ ถ้าพูดถึงประเทศไทยแล้วล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่าผิวเราหากไม่ได้รับการปกป้องจะเป็นยังไง เค้าจึงมี "Daytime Solution" เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการดูแลผิว ผลิตภัณฑ์ลำดับที่ 8
ที่พร้อมดูแลปกป้องผิวให้ผิวแข็งแรง ไอเทมนี้เค้าจะดีเลิศขนาดไหน มาดูกันเลยค่าา..

UV Dress Cream ครีมกันแดดช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติจากภายใน ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่ไม่ผสมสารดูดซับรังสี UV มีค่า SPF50+ PA++++ จึงไม่ทำร้ายผิวแต่ยังช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแสงสีฟ้า
นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟู และบำรุงผิวให้ดูสวยอย่างธรรมชาติ ลดเลือนจุดด่างดำช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอ


คงจะเห็นกันแล้วว่า Domohorn Wrinkle เค้าใส่ใจดูแลผิวในทุกขั้นตอนจริงๆ และนี่ก็คือ 8 ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของ
Domohorn Wrinkle ซึ่งเค้าแนะนำว่าหากใช้ทั้งเซ็ตอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยแก้ปัญหาผิวเน็นเรฮาดะโดยเฉพาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(ผิวเน็นเรฮาดะ คือ ผิวที่เสื่อมสภาพตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ)
สำหรับสาวๆ ที่อยากทดลองก่อนที่ตัดสินใจซื้อเซ็ตใหญ่ เค้ามีเซ็ตทดลองให้ลองใช้ก่อนว่าเหมาะกับผิวไหม
สามารถอ่านรายละเอียดได้ด้านล่างนี้เลยค่า
ผลิตภัณฑ์เซ็ตทดลองสำหรับใช้ 3 วัน

สำหรับการลงทะเบียนเพื่อรับเซ็ตทดลองทั้งเซ็ตแบบนี้ (สำหรับใช้ 3 วัน) มีสองช่องทางนี้เท่านั้น
เข้าไปที่เว็บไซต์ (คลิก) เพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวคร่าวๆ แล้วก็ระบุปัญหาเกี่ยวกับผิวของคุณค่ะ หรือโทรไปที่เบอร์ 02-260-2222 ก็ได้
หลังจากนั้นก็จะได้รับเซ็ตทดลองตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ โดยจะมีค่าธรรมเนียมนำเข้า 200 บาท ซึ่งจัดส่งโดย Kerry และจ่ายเงินตอนรับของได้เลยนะคะ
อ่อ ! ลืมบอกไป แบรนด์นี้เค้าเน้นเข้าใจปัญหาของลูกค้าและอยากช่วยแก้ไขปัญหาไปกับลูกค้า
ถ้าจะโทรไปเพื่อพูดคุย ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาผิวเค้าก็ยินดีเลยนะคะ
รายละเอียดอื่นๆ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่เว็บไซต์ตามลิงก์นี้ หรือสอบถามได้ที่เบอร์ด้านล่างนี้ค่ะ
คลิกตามนี้นะคะ : https://www.saishunkan-th.com/
เบอร์ติดต่อ : 02-260-2222
อ่านรีวิว !! เคล็ดลับดูแลผิวเมื่อเข้าสู่วัย 30+
อ่านรีวิว !! เคล็ดลับดูแลผิวเมื่อเข้าสู่วัย 30+ให้ผิวกลับมาสวยสุขภาพดีได้อีกครั้ง จนลืมอายุไปเลยค่าา..เมื่ออายุเข้าเลข 3 หลายคนคงกังวลกับปัญหาผิวต่างๆ ที่เริ่มจะมาให้เห็น ทั้งจากแสงแดดและมลภาวะต่างๆที่คอยทำร้ายผิว แต่จะทำอย่างไรให้ผู้หญิงวัยสามสิบอย่างเรากลับมามีผิวสวยสุขภาพดีได้อีกครั้ง วันนี้ “วนิลา” พาไปรู้จักกับผลิตภัณฑ์จาก Domohorn Wrinkle แบรนด์สกินแคร์จากญี่ปุ่น ทั้ง 8 ผลิตภัณฑ์ซึ่งได้เข้ามาในไทยจะครบหนึ่งปีแล้ว เคยเห็นแต่ในโฆษณาตามสื่อต่างๆ เป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างน่าสนใจมาก วันนี้ทางวนิลาเองเพิ่งได้ทดลองและจะมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกัน ตามมาดูกันเลยค่ะ....ซึ่งทั้งเซ็ตของเค้าเนี่ยจะมี 8 ผลิตภัณฑ์ ด้านหลังของผลิตภัณฑ์จะมีตัวเลขบอกอยู่ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 ถึง 8 เลย คอนเซ็ปต์ของเค้าคือ ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน เพื่อแก้ไขปัญหาผิวที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น เช่น ริ้วรอย จุดด่างดำ ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระจ่างใส แต่วันนี้ที่เราจะพูดถึงและรีวิวนั้นจะเน้นขั้นตอนของการบำรุงผิวเพราะรู้สึกว่าช่วงนี้ผิวเราขาดการดูแลมาก ผิวแห้งเสีย หมองคล้ำ วันนี้ก็ต้องบำรุงและเพิ่มพลังในการฟื้นฟูผิวและให้สารบำรุงที่จำเป็นแก่ผิวกันซะหน่อยด้วยเซ็ตบำรุงผิว Essential 4 ซึ่งลำดับการใช้ก็คือผลิตภัณฑ์หมายเลขที่ 4 ถึง 7 ค่ะ และนี่คือหน้าตาของ 4 ไอเทมแห่งการบำรุงผิวขั้นสุดที่วนิลาอยากแนะนำค่าาา...ต้องบอกเลยว่าตอนนี้เราใช้ Essential 4 นี้บำรุงทั้งตอนเช้า และกลางคืน เพื่อความต่อเนื่องในการเปลี่ยนแปลงของผิว วนิลาขอแนะนำสาวๆ ว่าควรใช้ทุกวันเพื่อคุณจะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวว่าดีขึ้นจริงค่ะ หลายคนคงอยากจะรู้ว่า 4 ไอเทมนี้เค้าดียังไง ใช้แล้วจะรู้สึกขนาดไหน งั้นเรามาเริ่มกันเลย! ขอเรียงลำดับจากซ้ายมือก่อนเลยละกันนะ(บำรุงตัวที่ 1) Intense Hydrator น้ำตบที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว ตัวนี้จะมอบและปลุกพลังภายในผิว ให้ผิวฉ่ำวาว และคงความชุ่มชื้นตลอดวัน (บำรุงตัวที่ 2) Vital White Essence เอสเซ้นส์ เซรั่มที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสี ฝ้า กระ ช่วยกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวให้ผิวกระจ่างใส ตัวนี้จะช่วยดึงพลังที่มีอยู่ในผิวให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ(บำรุงตัวที่ 3) Cream 20 ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมคอลลาเจนถึง 20% ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น และเรียบเนียนกระชับ เน้นการแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยและเป็นการเติมสารบำรุงที่จำเป็นต่อผิวอย่างล้ำลึก ถือว่าเป็นตัวหลักของขั้นตอนการบำรุงผิวเลย หลอดเดียวคุ้มค่ามากๆ เพราะอุดมไปด้วยคุณค่าสารบำรุงจากส่วนผสมที่ลงตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Domohorn Wrinkle ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามายาวนานกว่า 40 ปี ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผิวในหลอดเดียว(บำรุงตัวที่ 4) Milky Veil Lotion โลชั่น น้ำนมช่วยปรับสมดุลความมัน และดูดซับความมันส่วนเกินในชั้นผิว และยังช่วยเติมเต็มสารบำรุงให้ผิวชั้นนอก เจ้าตัวนี้จะทำหน้าที่ปิดล็อคคุณค่าของสารบำรุงให้ผิวชุ่มฉ่ำ คงความยืดหยุ่น และชุ่มชื้นยาวนานตลอดทั้งวัน ทีนี้เรามาดูขั้นตอนการบำรุงผิวในแบบฉบับ Domohorn Wrinkle ที่เค้าเรียกว่า "การทำโอเทะอาเทะ" ซึ่งหมายถึงการดูแลบำรุงผิวโดยการใช้มือ เพราะมือมีลักษณะเป็นผิวเหมือนกับผิวหน้า อ่อนโยนกับผิวหน้า ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ประกอบกับปริมาณการใช้ และวิธีใช้ที่ถูกต้องก็จะทำให้สารบำรุงต่างๆ ซึมเข้าสู่ผิว และทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ หากเราเร่งรีบเกินไปจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ งั้นเรามาเริ่ม 4 ขั้นตอนของการดูแลผิวด้วย Essential 4 กันเถอะ ทำตามนี้จะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากๆ เลยนะเริ่มจาก Intense Hydrator ขั้นตอนที่ 1 ของการบำรุงผิววนิลาขอเรียกไอเทมนี้ว่า "น้ำตบ" ซึ่งด้านหลังขวดเค้าจะมีตัวเลขที่บอกลำดับการใช้ว่าเป็นลำดับที่ 4 ค่ะ วิธีใช้นะคะ เราเทลงบนฝ่ามือ และวนให้ทั่วฝ่ามือแล้วตบเบาๆ ไปให้ทั่วใบหน้า เราจะแบ่งการใช้เป็น 2 ครั้ง (ปริมาณที่ใช้ เท่าเหรียญสองบาทโดยใช้ 2 ครั้ง) เนื้อโลชั่นน้ำตบตัวนี้จะออกใสๆ มีความเหนียวนิดหน่อย แต่ทาแล้วไม่เหนอะหนะนะคะ พอใช้ครั้งที่หนึ่งเสร็จแล้ว ก็ทำซ้ำครั้งที่สองได้เลย อย่าลืมนะคะ! ว่าต้องตบเบาๆ แต่รอบนี้อาจจะเร่งจังหวะให้เร็วกว่าครั้งแรกนิดนึง เมื่อรู้สึกว่าผิวนุ่มเด้งติดมือ จึงเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปค่ะVital White Essence ขั้นตอนที่ 2 ของการบำรุงเราเรียกไอเทมนี้ว่า “เอสเซ้นส์ เซรั่ม” หลังขวดเค้าจะมีตัวเลขที่บอกลำดับการใช้ว่าเป็นลำดับที่ 5 ค่ะ วิธีใช้ กดลงบนฝ่ามือ 1 ปั๊ม แต้ม 5 จุด บนใบหน้าแล้วเกลี่ยให้ทั่ว ใช้ปลายนิ้วเคาะเป็นจังหวะอย่างอ่อนโยนทั่วใบหน้าประมาณ 2 นาที เนื้อเอสเซ้นส์จะออกสีขาวขุ่น เบาบาง ซึมซาบเร็วดีค่ะ และเมื่อรู้สึกว่าไม่หลงเหลือน้ำอยู่บนผิว จึงเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป Cream 20 ขั้นตอนที่ 3 ของการบำรุงมาถึงนางเอกของเรา ขอกระซิบว่าไอเทมตัวนี้นางดีเลิศมาก เพราะมีส่วนผสมคอลลาเจนถึง 20% เลยทีเดียวด้านหลังหลอดจะมีตัวเลขที่บอกลำดับการใช้ว่าเป็นลำดับที่ 6 ค่ะ วิธีใช้ บีบ Cream 20 ประมาณ 2 ซม. (เท่ากับปากหลอด) แต้ม 5 จุด บนใบหน้าแล้วเกลี่ยให้ทั่วค่อยๆ นวดเป็นวงกลมจากล่างขึ้นบนช้าๆ อย่างอ่อนโยน ถ้าเพื่อนๆ มีบริเวณไหนที่กังวลเป็นพิเศษ เช่น ริ้วรอยและจุดด่างดำที่เห็นชัดสามารถใช้ครีมนี้ทาบริเวณนั้นอีกครั้งด้วยปริมาณเล็กน้อย ครีมที่เหลือก็สามารถทาลงมาถึงลำคอได้เลย เมื่อรู้สึกลื่นที่นิ้วหายไปก็เข้าสู่ขั้นตอนต่อไปได้เลยMilky Veil Lotion ขั้นตอนที่ 4 ของการบำรุงปิดท้ายด้วย "โลชั่นน้ำนม" หลังขวดเค้าจะมีตัวเลขที่บอกลำดับการใช้ว่าเป็นลำดับที่ 7 ค่ะ เราจะใช้เจ้านี่ในการปิดล็อคไม่ให้สารบำรุงที่เราทามาตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายนี้ระเหยออกมาเหมือนเป็นการล็อคความชุ่มชื้นให้ผิวเราคงทนยาวนานได้ตลอดทั้งวัน ปริมาณการใช้ กด 1 ปั๊ม แล้ววนฝ่ามือให้ทั่ว จุดที่สำคัญของขั้นตอนนี้คือค่อยๆกดให้ซึมอย่างเบามือ ไม่ใช่ทาหรือเกลี่ยนะคะ ใช้ฝ่ามือกดค้าง "นับ 1, 2, 3" จากด้านข้าง หน้าผาก และบนหน้า ทำซ้ำตามลำดับ 10 รอบ ต้องบอกเลยว่า! การกดให้โลชั่นน้ำนมซึมเข้าสู่ผิวได้ดีจะช่วยให้สาวๆ แต่งหน้าติดทนนานด้วยนะจ๊ะหลังจากที่ได้ทดลองใช้ด้วยตัวเอง รู้สึกได้ว่าผิวเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นจริง แบบว่าผิวมีความนุ่มฟู กระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยและจุดด่างดำดูจางลง เราไม่ผิดหวังเลยกับการใช้ Essential 4 ตอบโจทย์การแก้ปัญหาผิวเราได้ตรงจุด และนี่คือเซ็ตผลิตภัณฑ์ขั้นตอนดูแลบำรุงผิวที่วนิลามาแชร์ให้สาวๆ กันค่ะวันนี้ก่อนที่จะจบการรีวิว...วนิลาขอพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดผิว กำจัดสิ่งสกปรกที่ทำร้ายผิว และเตรียมผิวพร้อมรับการบำรุง ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของ Essential 4 ให้ดียิ่งขึ้น เรียกว่า Refining 3 แต่ละตัวเค้าใช้ทำอะไรและมีคุณสมบัติอะไรบ้าง เรามาดูกันค่ะ!เราจะเรียงลำดับ Refining 3 จากซ้ายมือก่อนเลยละกันนะ1 Oil-in-Gel Remover เจลทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนผิว หรือเครื่องสำอางออกได้อย่างสะอาดหมดจดและอ่อนโยน ใช้ทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่เกิดในชั้นไขมันจากใต้ผิวหนัง หรือเครื่องสำอางได้อย่างล้ำลึก และอ่อนโยนในขั้นตอนเตรียมผิว ช่วยปกป้องผิว และคืนผิวสวย2 Silky Cream Foam โฟมล้างหน้าเนื้อเนียนนุ่ม ช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกเล็กๆ ถึงในรูขุมขนออกได้อย่างอ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวแห้งตึง จะรู้สึกถึงผิวที่นุ่ม และกระจ่างใส ทุกครั้งหลังใช้3 Softening Foam Mask มาส์กเนื้อโฟมแน่นละเอียด ช่วยให้ผิวผ่อนคลายและเนียนนุ่ม มีส่วนผสมของกรดอะมิโน และวิตามินต่างๆที่จำเป็นต่อผิว เตรียมพร้อมรับการบำรุงของ Essential 4สุดท้ายนี้.. สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด นอกจากการทำความสะอาดและบำรุงผิวแล้ว ก็ต้องปกป้องผิวด้วย เพราะในแต่ละวันเราต้องเจอกับรังสี UV และมลภาวะต่างๆ ที่ทำร้ายผิว สาเหตุของริ้วรอยหมองคล้ำ จุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ ถ้าพูดถึงประเทศไทยแล้วล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่าผิวเราหากไม่ได้รับการปกป้องจะเป็นยังไง เค้าจึงมี "Daytime Solution" เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการดูแลผิว ผลิตภัณฑ์ลำดับที่ 8 ที่พร้อมดูแลปกป้องผิวให้ผิวแข็งแรง ไอเทมนี้เค้าจะดีเลิศขนาดไหน มาดูกันเลยค่าา.. UV Dress Cream ครีมกันแดดช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติจากภายใน ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่ไม่ผสมสารดูดซับรังสี UV มีค่า SPF50+ PA++++ จึงไม่ทำร้ายผิวแต่ยังช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแสงสีฟ้า นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟู และบำรุงผิวให้ดูสวยอย่างธรรมชาติ ลดเลือนจุดด่างดำช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอคงจะเห็นกันแล้วว่า Domohorn Wrinkle เค้าใส่ใจดูแลผิวในทุกขั้นตอนจริงๆ และนี่ก็คือ 8 ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของ Domohorn Wrinkle ซึ่งเค้าแนะนำว่าหากใช้ทั้งเซ็ตอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยแก้ปัญหาผิวเน็นเรฮาดะโดยเฉพาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ผิวเน็นเรฮาดะ คือ ผิวที่เสื่อมสภาพตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ)สำหรับสาวๆ ที่อยากทดลองก่อนที่ตัดสินใจซื้อเซ็ตใหญ่ เค้ามีเซ็ตทดลองให้ลองใช้ก่อนว่าเหมาะกับผิวไหม สามารถอ่านรายละเอียดได้ด้านล่างนี้เลยค่าผลิตภัณฑ์เซ็ตทดลองสำหรับใช้ 3 วัน สำหรับการลงทะเบียนเพื่อรับเซ็ตทดลองทั้งเซ็ตแบบนี้ (สำหรับใช้ 3 วัน) มีสองช่องทางนี้เท่านั้นเข้าไปที่เว็บไซต์ (คลิก) เพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวคร่าวๆ แล้วก็ระบุปัญหาเกี่ยวกับผิวของคุณค่ะ หรือโทรไปที่เบอร์ 02-260-2222 ก็ได้ หลังจากนั้นก็จะได้รับเซ็ตทดลองตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ โดยจะมีค่าธรรมเนียมนำเข้า 200 บาท ซึ่งจัดส่งโดย Kerry และจ่ายเงินตอนรับของได้เลยนะคะอ่อ ! ลืมบอกไป แบรนด์นี้เค้าเน้นเข้าใจปัญหาของลูกค้าและอยากช่วยแก้ไขปัญหาไปกับลูกค้า ถ้าจะโทรไปเพื่อพูดคุย ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาผิวเค้าก็ยินดีเลยนะคะรายละเอียดอื่นๆ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่เว็บไซต์ตามลิงก์นี้ หรือสอบถามได้ที่เบอร์ด้านล่างนี้ค่ะ คลิกตามนี้นะคะ : https://www.saishunkan-th.com/เบอร์ติดต่อ : 02-260-2222

รีวิวครีมกันแดดทาตัว NIVEA SUN BODY SERUM ผิวคล้ำเสียจากแดดมาแค่ไหน ก็กลับมาขาวกระจ่างใสอีกครั้งได้ ด้วยคุณสมบัติปกป้องผิวจากแสงแดดได้ลึกถึงระดับคอลลาเจน
ถ้าพูดถึงเรื่องความร้อนแล้วล่ะก็ ขอส่งแดดเป็นตัวแทนประเทศไทยเลยค่ะ เพราะแดดเมืองไทยร้อนและแรงไม่แพ้ชาติใดในโลก แถมแสงแดดและความร้อน ทำให้ไม่สบายตัวเหงื่อออกตลอดทั้งวัน นอกจากทำให้หน้ามันเยิ้ม เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะแล้ว สาวๆ ยังต้องปวดใจกับปัญหาผิวคล้ำเสียและสีผิวไม่สม่ำเสมอจากการถูกแสงแดดทำร้ายไปอีก เพราะระดับของรังสียูวีที่เข้มข้นขึ้นตามอากาศที่ร้อนระอุนั่นเอง จะให้นั่งเปิดแอร์อยู่ที่บ้านทั้งวันค่าไฟคงบานแย่! ดังนั้น นอกจากพาวเวอร์แบงค์แล้ว “โลชั่นกันแดดทาตัว” จึงเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่สาวๆ ยุค 4G+ ต้องมีติดกระเป๋าแบบขาดไม่ได้เลย แต่แหม! เดี๋ยวนี้ก็มีครีมกันแดดออกมาเยอะมากจนเลือกซื้อกันไม่ถูกแล้ว ไม่ว่าจะครีมกันแดดทาตัว ครีมกันแดดทาหน้า แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องมีความรู้เกี่ยวกับการใช้ครีมกันแดดหรือโลชั่นกันแดดที่ถูกวิธีด้วย

โลชั่นกันแดดทาตัวเนื้อเซรั่ม
สาวๆ เคยสังเกตไหมว่า ทำไมหลังจากใช้ครีมกันแดดผิวกายก่อนออกแดดแล้ว กลับรู้สึกว่าผิวเกิดความหมองคล้ำเหมือนถูกแดดเผา? นั่นเป็นเพราะครีมกันแดดทาตัวที่เราใช้อยู่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ หรืออีกหนึ่งความเป็นไปได้คือละเลยการใช้ครีมกันแดดที่ถูกต้อง ซึ่งต่อให้ขยันทาแค่ไหน แต่ถ้าใช้ผิดวิธีครีมกันแดดก็ทำงานได้ไม่เต็มที่!
วันนี้เลยจะมาแนะนำพร้อมรีวิวครีมกันแดดทาตัวเนื้อเซรั่มสำหรับทาปกป้องผิวจากแดดได้ทุกวัน ที่เราเลือกใช้ตัวนี้เพราะประสิทธิภาพในการช่วยปกป้องพร้อมฟื้นบำรุงผิวคล้ำเสียจากแดด ช่วยปรับสีผิวไม่สม่ำเสมอให้กลับมาดูขาวกระจ่างใสทั่วเรือนร่างอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติสุดสตรองอีกเพียบ

โลชั่นกันแดดเนื้อเซรั่ม
- UV & Collagen Protection เป็นครีมกันแดดทาตัวที่ปกป้องผิวจากแสงแดดได้ลึกถึงระดับคอลลาเจน มี SPF50 และ PA+++ ที่ปกป้องผิวจากทั้งรังสี UVA, UVB และยังช่วยเพิ่มระดับปกป้องผิวถึง 5 เท่า
- เนื้อโลชั่นกันแดดค่อนข้างบางเบา Light Texture เพราะเป็นเนื้อเซรั่มที่ซึมลงผิวได้รวดเร็วและไม่เหนียวเหนอะผิว รู้สึกสบายผิวและสามารถทาได้ทุกวัน
- ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูขาวกระจ่างใส ไม่กลับมาคล้ำเสียอีก ด้วย Super Vitamin C เข้มข้น 50 เท่า
- ครีมกันแดดทาตัวนีเวีย ซัน บอดี้ เซรั่ม ทำงานเสมือนเกราะปกป้องผิวจากมลภาวะ ฝุ่นควันและสิ่งสกปรก ทาได้ทุกวันช่วยให้ผิวไม่แห้งกร้านและหมองคล้ำจากมลภาวะที่ทำร้ายผิว
- สูตร Non-Chemical ปราศจากสารเคมี (BHA) ที่ทำให้ผิวไวต่อแดด
พูดลอยๆ สาวๆ อาจไม่เชื่อ เรามาลองท้าพิสูจน์เนื้อครีมของโลชั่นกันแดดทาตัวเนื้อเซรั่ม กันดีกว่าว่าจะเหนียวเหนอะผิวรึเปล่า?

ภาพเปรียบเทียบความเหนียวของโลชั่นกันแดดเนื้อเซรั่ม NIVEA กับยี่ห้ออื่น
ด้วยความที่โลชั่นกันแดดทาตัวของนีเวียซันตัวนี้เป็นเนื้อเซรั่ม จึงมีความบางเบา เวลาลูบแล้วทาลงผิวจึงซึมเข้าผิวเร็ว และไม่รู้สึกเหนอะผิวเลย จึงเป็นครีมกันแดดทาตัวที่สามารถทาได้ทุกวัน ทั้งกันแดดและฟื้นบำรุงผิวจากแดดให้ดูขาวกระจ่างใสได้อีกด้วย
พลีชีพท้าพิสูจน์ประสิทธิภาพโลชั่นกันแดด!!!
ขั้นตอนนี้บอกเลยว่าต้องใช้ความกล้าในการเผชิญหน้ากับแสงแดดร้อนๆ ช่วงซัมเมอร์นี้มาก (ก.ไก่ล้านตัว) บวกกับค่าฝุ่น PM2.5 ในตอนนี้ด้วยแล้ว การจะพาตัวมารับแดดกับมลภาวะที่วิกฤตเบอร์นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เรายอมค่ะเพื่อให้สาวๆ ได้เห็นประสิทธิภาพของโลชั่นกันแดดหรือครีมกันแดดกู้ผิวเสียได้เต็มๆ ตา

ภาพทาโลชั่นกันแดดเนื้อเซรั่มพร้อมออกแดด

ภาพหลังออกแดดเมื่อใช้ครีมกันแดดที่เรารีวิว
จากผลการทดสอบจะเห็นได้ว่าเมื่อออกไปเจอแดดแล้ว สีผิวบริเวณที่ทากันแดดทาตัวนั้นยังคงขาวกระจ่างใสอยู่ ถ้าเทียบกับบริเวณที่ไม่ทาโลชั่นกันแดดสีผิวจะมีความหมองคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งข้อดีของครีมกันแดดหรือโลชั่นกันแดดทาตัวของนีเวียตัวนี้คือ ไม่มีความเหนียวเหนอะหนะเลยแม้ว่าเราจะออกไปเจอแดดหนักหนาสาหัสขนาดไหน แต่ก็ต้องขอเตือนนิดนึงว่าโลชั่นกันแดดป้องกันได้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งหรือการเผชิญหน้ากับแสงแดดให้มากที่สุดจะดีกว่า แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็อย่าลืมเลือกใช้ครีมกันแดดทาตัวเนื้อเซรั่ม กันแดดทาตัวกู้ผิวเสียที่พร้อมปกป้องแสงแดดและเผยผิวขาวกระจ่างใสได้ในทุกวัน
เคล็ดลับเล็กๆ ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดสำหรับผิวกายให้มีประสิทธิภาพ
Step 1 : บีบครีมกันแดดทาตัวลงบนฝ่ามือในปริมาณที่เหมาะสม ลูบไล้ให้ทั่วบริเวณผิวกายที่ต้องการ
Step 2 : ให้เนื้อครีมกันแดดซึมเข้าสู่ผิว พร้อมออกแดดได้อย่างมั่นใจไม่ต้องกลัวผิวคล้ำเสียเพราะแดด พร้อมเผยผิวขาวกระจ่างใส
**** ทริคพิเศษ
- ควรทาโลชั่นกันแดดหรือครีมกันแดดทาตัวทุกจุดของร่างกาย มีสาวๆ หลายคนคิดว่าเมื่อลงครีมกันแดดทาตัวก็มักจะทาเฉพาะจุดที่จะโดนแดดเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วรังสียูวีในแสงแดดสามารถทะลุผ่านเสื้อผ้าของเราได้ง่ายมากแบบที่เราคาดไม่ถึง โดยเฉพาะรังสี UVA ที่ทะลุไปถึงผิวหนังชั้นใน ซึ่งเป็นที่อยู่ของคอลลาเจนและอิลาสติน
บอกไว้ตรงนี้เลยว่าถ้าทาครีมกันแดดไม่ทั่วถึงอาจจะไม่ใช่แค่ผิวคล้ำเสีย สีผิวไม่สม่ำเสมอเท่านั้น แต่จะเกิดริ้วรอยได้ง่ายๆ ดีไม่ดีอาจต่อยอดไปถึงมะเร็งผิวหนังได้เลย น่ากลัวมั้ยล่ะ?
- ควรทาโลชั่นกันแดดหรือครีมกันแดดซ้ำระหว่างวันหากต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน การทาโลชั่นกันแดดก่อนออกแดดจึงมีความสำคัญในการปกป้องรังสียูวีทำร้ายผิว เพื่อคงความกระจ่างใสของผิวและสีผิวที่สม่ำเสมอ สาวๆ จึงไม่ควรละเลยขั้นตอนของการทาครีมกันแดดทาตัวเด็ดขาด

ทาผลิตภัณฑ์โลชั่นกันแดดเนื้อเซรั่ม
สรุปผลคะแนนของไอเท็มโลชั่นกันแดด NIVEA SUN BODY SERUM กันแดดกู้ผิวเสียให้กลับมาขาวใสแบบไม่แคร์แดด
การกันแดด : 5/5 คะแนน ประสิทธิภาพครีมกันแดดทาตัวที่มี SPF50 PA+++ ปกป้องกันแดดได้ดีค่ะ
เนื้อสัมผัส : 4.5/5 คะแนน เป็นโลชั่นกันแดดเนื้อเซรั่มสีขาวบางเบา ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว แต่เนื้ออาจจะเหลวไปนิดเลยหัก 0.5 คะแนน
ไม่เหนียวเหนอะหนะ : 5/5 คะแนน หลังจากทาโลชั่นกันแดดแล้วรู้สึกซึมเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว สบายผิว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ
กลิ่นหอม : 5/5 คะแนน โลชั่นกันแดดมีความหอมอ่อนๆ ที่ถือว่าเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของนีเวีย
ราคา : 4/5 คะแนน ถ้าพูดถึงเรื่องราคาถือว่ามีความคุ้มค่าอยู่ อาจจะไม่ได้ถูกที่สุดในบรรดาครีมกันแดดทาตัวสำหรับทาทุกวัน แต่ครีมกันแดดทาตัวนีเวียซันจะมีโปรโมชั่นออกมาอยู่เรื่อยๆ
เมื่อสาวๆ เห็นแล้วว่าแสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายผิวสวยๆ ก็อย่าลืมหาตัวช่วยดีๆ อย่างโลชั่นกันแดดเนื้อเซรั่ม NIVEA Sun Super Protect Daily White Sun Serum SPF50 PA+++ ทาผิวได้ทุกวันที่เราแนะนำพกติดกระเป๋าไว้เป็นผู้ช่วยปกป้องผิวช่วงซัมเมอร์นี้ และอย่าลืมสเต็ปการทาตามทริคที่เราบอก แค่นี้โลชั่นกันแดดก็สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่
เตรียมอวดผิวใสสุขภาพดีพร้อมรับทุกสถานการณ์ที่ต้องเจอระหว่างวันได้อย่างมั่นใจ แถมหมดกังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ บอกลาผิวคล้ำเสียหลังออกแดดแบบลาขาด ไม่ต้องเจอกันอีกเลย!
NIVEA SUN BODY SERUM
รีวิวครีมกันแดดทาตัว NIVEA SUN BODY SERUM ผิวคล้ำเสียจากแดดมาแค่ไหน ก็กลับมาขาวกระจ่างใสอีกครั้งได้ ด้วยคุณสมบัติปกป้องผิวจากแสงแดดได้ลึกถึงระดับคอลลาเจนถ้าพูดถึงเรื่องความร้อนแล้วล่ะก็ ขอส่งแดดเป็นตัวแทนประเทศไทยเลยค่ะ เพราะแดดเมืองไทยร้อนและแรงไม่แพ้ชาติใดในโลก แถมแสงแดดและความร้อน ทำให้ไม่สบายตัวเหงื่อออกตลอดทั้งวัน นอกจากทำให้หน้ามันเยิ้ม เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะแล้ว สาวๆ ยังต้องปวดใจกับปัญหาผิวคล้ำเสียและสีผิวไม่สม่ำเสมอจากการถูกแสงแดดทำร้ายไปอีก เพราะระดับของรังสียูวีที่เข้มข้นขึ้นตามอากาศที่ร้อนระอุนั่นเอง จะให้นั่งเปิดแอร์อยู่ที่บ้านทั้งวันค่าไฟคงบานแย่! ดังนั้น นอกจากพาวเวอร์แบงค์แล้ว “โลชั่นกันแดดทาตัว” จึงเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่สาวๆ ยุค 4G+ ต้องมีติดกระเป๋าแบบขาดไม่ได้เลย แต่แหม! เดี๋ยวนี้ก็มีครีมกันแดดออกมาเยอะมากจนเลือกซื้อกันไม่ถูกแล้ว ไม่ว่าจะครีมกันแดดทาตัว ครีมกันแดดทาหน้า แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องมีความรู้เกี่ยวกับการใช้ครีมกันแดดหรือโลชั่นกันแดดที่ถูกวิธีด้วย โลชั่นกันแดดทาตัวเนื้อเซรั่ม สาวๆ เคยสังเกตไหมว่า ทำไมหลังจากใช้ครีมกันแดดผิวกายก่อนออกแดดแล้ว กลับรู้สึกว่าผิวเกิดความหมองคล้ำเหมือนถูกแดดเผา? นั่นเป็นเพราะครีมกันแดดทาตัวที่เราใช้อยู่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ หรืออีกหนึ่งความเป็นไปได้คือละเลยการใช้ครีมกันแดดที่ถูกต้อง ซึ่งต่อให้ขยันทาแค่ไหน แต่ถ้าใช้ผิดวิธีครีมกันแดดก็ทำงานได้ไม่เต็มที่! วันนี้เลยจะมาแนะนำพร้อมรีวิวครีมกันแดดทาตัวเนื้อเซรั่มสำหรับทาปกป้องผิวจากแดดได้ทุกวัน ที่เราเลือกใช้ตัวนี้เพราะประสิทธิภาพในการช่วยปกป้องพร้อมฟื้นบำรุงผิวคล้ำเสียจากแดด ช่วยปรับสีผิวไม่สม่ำเสมอให้กลับมาดูขาวกระจ่างใสทั่วเรือนร่างอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติสุดสตรองอีกเพียบโลชั่นกันแดดเนื้อเซรั่ม - UV & Collagen Protection เป็นครีมกันแดดทาตัวที่ปกป้องผิวจากแสงแดดได้ลึกถึงระดับคอลลาเจน มี SPF50 และ PA+++ ที่ปกป้องผิวจากทั้งรังสี UVA, UVB และยังช่วยเพิ่มระดับปกป้องผิวถึง 5 เท่า - เนื้อโลชั่นกันแดดค่อนข้างบางเบา Light Texture เพราะเป็นเนื้อเซรั่มที่ซึมลงผิวได้รวดเร็วและไม่เหนียวเหนอะผิว รู้สึกสบายผิวและสามารถทาได้ทุกวัน - ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูขาวกระจ่างใส ไม่กลับมาคล้ำเสียอีก ด้วย Super Vitamin C เข้มข้น 50 เท่า - ครีมกันแดดทาตัวนีเวีย ซัน บอดี้ เซรั่ม ทำงานเสมือนเกราะปกป้องผิวจากมลภาวะ ฝุ่นควันและสิ่งสกปรก ทาได้ทุกวันช่วยให้ผิวไม่แห้งกร้านและหมองคล้ำจากมลภาวะที่ทำร้ายผิว - สูตร Non-Chemical ปราศจากสารเคมี (BHA) ที่ทำให้ผิวไวต่อแดด พูดลอยๆ สาวๆ อาจไม่เชื่อ เรามาลองท้าพิสูจน์เนื้อครีมของโลชั่นกันแดดทาตัวเนื้อเซรั่ม กันดีกว่าว่าจะเหนียวเหนอะผิวรึเปล่า?ภาพเปรียบเทียบความเหนียวของโลชั่นกันแดดเนื้อเซรั่ม NIVEA กับยี่ห้ออื่น ด้วยความที่โลชั่นกันแดดทาตัวของนีเวียซันตัวนี้เป็นเนื้อเซรั่ม จึงมีความบางเบา เวลาลูบแล้วทาลงผิวจึงซึมเข้าผิวเร็ว และไม่รู้สึกเหนอะผิวเลย จึงเป็นครีมกันแดดทาตัวที่สามารถทาได้ทุกวัน ทั้งกันแดดและฟื้นบำรุงผิวจากแดดให้ดูขาวกระจ่างใสได้อีกด้วย พลีชีพท้าพิสูจน์ประสิทธิภาพโลชั่นกันแดด!!! ขั้นตอนนี้บอกเลยว่าต้องใช้ความกล้าในการเผชิญหน้ากับแสงแดดร้อนๆ ช่วงซัมเมอร์นี้มาก (ก.ไก่ล้านตัว) บวกกับค่าฝุ่น PM2.5 ในตอนนี้ด้วยแล้ว การจะพาตัวมารับแดดกับมลภาวะที่วิกฤตเบอร์นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เรายอมค่ะเพื่อให้สาวๆ ได้เห็นประสิทธิภาพของโลชั่นกันแดดหรือครีมกันแดดกู้ผิวเสียได้เต็มๆ ตา ภาพทาโลชั่นกันแดดเนื้อเซรั่มพร้อมออกแดดภาพหลังออกแดดเมื่อใช้ครีมกันแดดที่เรารีวิว จากผลการทดสอบจะเห็นได้ว่าเมื่อออกไปเจอแดดแล้ว สีผิวบริเวณที่ทากันแดดทาตัวนั้นยังคงขาวกระจ่างใสอยู่ ถ้าเทียบกับบริเวณที่ไม่ทาโลชั่นกันแดดสีผิวจะมีความหมองคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งข้อดีของครีมกันแดดหรือโลชั่นกันแดดทาตัวของนีเวียตัวนี้คือ ไม่มีความเหนียวเหนอะหนะเลยแม้ว่าเราจะออกไปเจอแดดหนักหนาสาหัสขนาดไหน แต่ก็ต้องขอเตือนนิดนึงว่าโลชั่นกันแดดป้องกันได้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งหรือการเผชิญหน้ากับแสงแดดให้มากที่สุดจะดีกว่า แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็อย่าลืมเลือกใช้ครีมกันแดดทาตัวเนื้อเซรั่ม กันแดดทาตัวกู้ผิวเสียที่พร้อมปกป้องแสงแดดและเผยผิวขาวกระจ่างใสได้ในทุกวัน เคล็ดลับเล็กๆ ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดสำหรับผิวกายให้มีประสิทธิภาพ Step 1 : บีบครีมกันแดดทาตัวลงบนฝ่ามือในปริมาณที่เหมาะสม ลูบไล้ให้ทั่วบริเวณผิวกายที่ต้องการStep 2 : ให้เนื้อครีมกันแดดซึมเข้าสู่ผิว พร้อมออกแดดได้อย่างมั่นใจไม่ต้องกลัวผิวคล้ำเสียเพราะแดด พร้อมเผยผิวขาวกระจ่างใส **** ทริคพิเศษ - ควรทาโลชั่นกันแดดหรือครีมกันแดดทาตัวทุกจุดของร่างกาย มีสาวๆ หลายคนคิดว่าเมื่อลงครีมกันแดดทาตัวก็มักจะทาเฉพาะจุดที่จะโดนแดดเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วรังสียูวีในแสงแดดสามารถทะลุผ่านเสื้อผ้าของเราได้ง่ายมากแบบที่เราคาดไม่ถึง โดยเฉพาะรังสี UVA ที่ทะลุไปถึงผิวหนังชั้นใน ซึ่งเป็นที่อยู่ของคอลลาเจนและอิลาสติน บอกไว้ตรงนี้เลยว่าถ้าทาครีมกันแดดไม่ทั่วถึงอาจจะไม่ใช่แค่ผิวคล้ำเสีย สีผิวไม่สม่ำเสมอเท่านั้น แต่จะเกิดริ้วรอยได้ง่ายๆ ดีไม่ดีอาจต่อยอดไปถึงมะเร็งผิวหนังได้เลย น่ากลัวมั้ยล่ะ? - ควรทาโลชั่นกันแดดหรือครีมกันแดดซ้ำระหว่างวันหากต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน การทาโลชั่นกันแดดก่อนออกแดดจึงมีความสำคัญในการปกป้องรังสียูวีทำร้ายผิว เพื่อคงความกระจ่างใสของผิวและสีผิวที่สม่ำเสมอ สาวๆ จึงไม่ควรละเลยขั้นตอนของการทาครีมกันแดดทาตัวเด็ดขาด ทาผลิตภัณฑ์โลชั่นกันแดดเนื้อเซรั่ม สรุปผลคะแนนของไอเท็มโลชั่นกันแดด NIVEA SUN BODY SERUM กันแดดกู้ผิวเสียให้กลับมาขาวใสแบบไม่แคร์แดด การกันแดด : 5/5 คะแนน ประสิทธิภาพครีมกันแดดทาตัวที่มี SPF50 PA+++ ปกป้องกันแดดได้ดีค่ะ เนื้อสัมผัส : 4.5/5 คะแนน เป็นโลชั่นกันแดดเนื้อเซรั่มสีขาวบางเบา ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว แต่เนื้ออาจจะเหลวไปนิดเลยหัก 0.5 คะแนน ไม่เหนียวเหนอะหนะ : 5/5 คะแนน หลังจากทาโลชั่นกันแดดแล้วรู้สึกซึมเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว สบายผิว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ กลิ่นหอม : 5/5 คะแนน โลชั่นกันแดดมีความหอมอ่อนๆ ที่ถือว่าเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของนีเวีย ราคา : 4/5 คะแนน ถ้าพูดถึงเรื่องราคาถือว่ามีความคุ้มค่าอยู่ อาจจะไม่ได้ถูกที่สุดในบรรดาครีมกันแดดทาตัวสำหรับทาทุกวัน แต่ครีมกันแดดทาตัวนีเวียซันจะมีโปรโมชั่นออกมาอยู่เรื่อยๆ เมื่อสาวๆ เห็นแล้วว่าแสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายผิวสวยๆ ก็อย่าลืมหาตัวช่วยดีๆ อย่างโลชั่นกันแดดเนื้อเซรั่ม NIVEA Sun Super Protect Daily White Sun Serum SPF50 PA+++ ทาผิวได้ทุกวันที่เราแนะนำพกติดกระเป๋าไว้เป็นผู้ช่วยปกป้องผิวช่วงซัมเมอร์นี้ และอย่าลืมสเต็ปการทาตามทริคที่เราบอก แค่นี้โลชั่นกันแดดก็สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เตรียมอวดผิวใสสุขภาพดีพร้อมรับทุกสถานการณ์ที่ต้องเจอระหว่างวันได้อย่างมั่นใจ แถมหมดกังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ บอกลาผิวคล้ำเสียหลังออกแดดแบบลาขาด ไม่ต้องเจอกันอีกเลย!
เผยผิวใหม่ให้ดูอ่อนเยาว์ภายใน 7 วัน
ด้วยสกินแคร์ราคาหลักร้อย แต่ให้ผลลัพธ์เทียบเท่าเคาน์เตอร์แบรนด์
วันนี้วนิลาขอแชร์ประการณ์โดยตรงที่ทำให้เราประทับใจยิ้มจนแก้มปริกันเลยทีเดียว เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนเราได้รับคำเชิญการจัดรียูเนี่ยนศิษย์เก่า ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าในการมาเจอกันในงานนี้ทุกคนจัดเต็มกันหมดในเรื่องของเสื้อผ้า หน้า ผม ต้องเป๊ะ! เพราะอยากให้ตัวเองเป็นที่น่าสนใจ
แต่จำทำยังไงละคะเป็นผู้หญิงธรรมดาโลกก็ไม่จำค่า.. งานนี้ก็ต้องมีความอวดผิวที่ทำให้หลายๆ คนถึงกับร้องทักว่าเราไปทำอะไรมา ทำไมผิวสวยและดูเด็กกว่าอายุ แจ้งเกิดก็วันนี้ละค่ะ
หลังจากที่ได้รับคำชม เราก็ไม่รอช้า...ต้องรีบมารีวิวรัวๆ และนำมาแชร์ให้เพื่อนๆ ดูกันค่ะ
ต้องบอกว่าด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น เราจึงต้องดูแลตัวเองมากๆ เลยค่ะ สกินแคร์ตัวไหนที่ใครว่าดีก็ซื้อมาใช้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ค่อยชัดเจน
ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง จนได้มาทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ! POND’S AGE MIRACLE ULTIMATE YOUTH ESSENCE & ESSENCE MASK
(เซรั่มเอสเซนส์ & มาส์ก) เราใช้ 2 ไอเทมนี้คู่กันค่ะ ซึ่งราคาก็ไม่แพง ดีเหมือนเคาน์เตอร์แบรนด์ หลังจากที่ได้ใช้ 7 วัน ไม่ได้ “มโน” ไปเองนะ เราเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าเรา มีความกระจ่างใส ดูอ่อนเยาว์ ผิวมีความกระชับเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยและจุดด่างดำดูจางลง

ด้วยความมหัศจรรย์ของ อัลทิเมท ยูธ เอสเซนส์ และมาส์ก ทำไมถึงให้ผลลัพธ์ได้ดีขนาดดี

POND’S AGE MIRACLE ULTIMATE YOUTH ESSENCE
ก็เพราะ พอนด์ส เอจ มิราเคิลอัลทิเมท ยูธ เอสเซนส์ & มาส์ก ส่วนผสมส่วนใหญ่ของตัวนี้มีอยู่ในเคาน์เตอร์แบรนด์หมดเลยนะ หรือ ที่เคยเห็นตามเคาน์เตอร์แบรนด์ต่างๆ เช่น Triple Hyaluronic Acid, Red Algae, Fermented Bifida, Activated Collagen, Peptide Booster, Vitamin B3 ส่วนผสมหลักๆ เหล่านี้แหละค่ะ ที่ช่วยบำรุงให้ผิวของเราชุ่มชื้น เนียน เด้ง เต่งตึง ดูหน้าเด็กจนคนเดาอายุไม่ถูกกันเลย พูดถึงเราก็เคยเห็นส่วนผสมเหล่านี้ตามเคาน์เตอร์แบรนด์ต่างๆ หลายๆ ตัวนะคะ เพื่อนๆ ก็สามารถอ่านดูข้างกล่องค่ะ เค้าจะบอกส่วนผสมและรายละเอียดทั้งหมดเลย
ต่อไปเรามาดูวิธีใช้ และประสิทธิภาพการทำงานของสองไอเทมนี้กันค่ะ ว่าจะเริศขนาดไหน

วิธีใช้ : ใช้เอสเซนส์เพียง 2 – 3 หยด นวดเบาๆ ให้เนื้อเอสเซนส์ซึมซาบเข้าสู่ผิวหน้าและลำคอ
ก่อนบำรุงด้วยมอยเจอไรเซอร์ทุกเช้าและก่อนนอน เป็นประจำ

เอสเซนส์เข้มข้น แต่ให้ความรู้สึกบางเบา ซึบง่าย ให้ความชุ่มชื้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยค่ะ
ไอเทมนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว เพราะเค้าช่วยให้ผิวกระชับขึ้น และฟื้นบำรุงผิวได้ภายใน 7 วัน
และการบำรุงผิวในขั้นตอนพิเศษด้วย พอนด์ส เอจ มิราเคิลอัลทิเมท ยูธ เอสเซนส์ มาส์ก ฟื้นบำรุงผิวดูอ่อนเยาว์ใน 1 แผ่น

POND’S AGE MIRACLE ULTIMATE YOUTH ESSENCE MASK
ความพิเศษของเอสเซนส์ มาส์กตัวนี้ให้ x10 พลังสารลดเลือนริ้วรอย และส่วนผสมที่เพิ่มมากขึ้น เช่น
Hydrolyzed Yeast Protein (โปรตีนจากยีสต์) เป็นตัวที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น และสีผิวเรียบเนียน
Marine Plankton (แพลงก์ตอน) นี้แหละค่ะที่ทำให้ผิวเราดูอิ่มฟูขึ้น ริ้วรอยดูตื้นขึ้นนั่นเอง
Aloe Vera (อโรเวร่า) ส่วนผสมอีกตัวที่ช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื่น ไม่ขาดน้ำ
Vitamin E (วิตามินอี) มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยบำรุงผิวที่หมองคล้ำและป้องกันการเกิดริ้วรอยเพิ่มไปอีก
อู้หู้..ส่วนผสมที่คัดสรรมาเค้าเน้นเรื่องการบำรุงผิวมากจริงๆ (มีใครให้มากกว่านี้มั้ย?)

วิธีใช้ : วางแผ่นมาส์กลงบนผิวหน้า และปรับให้พอดี ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ดึงแผ่นมาส์กออก
แล้วค่อยๆ นวดเนื้อเอสเซนส์ให้ซึมลงบนผิวหน้าเบาๆโดยไม่ต้องล้างออก
หลังจากที่เราใช้เอสเซนส์ มาส์ก จะสัมผัสได้ถึงผิวที่กระชับทันทีที่ดึงแผ่นมาส์กออก มันดีเริศจริงๆ ค่ะ
(เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นควรใช้ เอสเซนส์ และมาส์ก ร่วมกันนะคะ และตามด้วยเดย์ครีม หรือ ไนท์ครีมที่เพื่อนๆ ใช้กันอยู่ได้เลย)

ต้องขอขอบคุณและให้เครดิตทางแบรนด์เค้าเลยค่ะ ที่ทำให้เรามีภาพความทรงจำที่ดีและประทับใจกับผลลัพธ์ที่ได้เกินคาด
ตอนนี้บอกได้เลยว่า เลิฟ..เลิฟ พอนด์ส เอจ มิราเคิลอัลทิเมท ยูธ เอสเซนส์ และมาส์ก มากเลยค่า!!
สาวๆ คนไหนที่ได้อ่านรีวิวนี้ก็ลองทาย…อายุเราเล่นๆ กันได้นะจ๊ะ
เผยผิวใหม่ให้ดูอ่อนเยาว์ภายใน 7 วัน
เผยผิวใหม่ให้ดูอ่อนเยาว์ภายใน 7 วันด้วยสกินแคร์ราคาหลักร้อย แต่ให้ผลลัพธ์เทียบเท่าเคาน์เตอร์แบรนด์วันนี้วนิลาขอแชร์ประการณ์โดยตรงที่ทำให้เราประทับใจยิ้มจนแก้มปริกันเลยทีเดียว เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนเราได้รับคำเชิญการจัดรียูเนี่ยนศิษย์เก่า ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าในการมาเจอกันในงานนี้ทุกคนจัดเต็มกันหมดในเรื่องของเสื้อผ้า หน้า ผม ต้องเป๊ะ! เพราะอยากให้ตัวเองเป็นที่น่าสนใจ แต่จำทำยังไงละคะเป็นผู้หญิงธรรมดาโลกก็ไม่จำค่า.. งานนี้ก็ต้องมีความอวดผิวที่ทำให้หลายๆ คนถึงกับร้องทักว่าเราไปทำอะไรมา ทำไมผิวสวยและดูเด็กกว่าอายุ แจ้งเกิดก็วันนี้ละค่ะหลังจากที่ได้รับคำชม เราก็ไม่รอช้า...ต้องรีบมารีวิวรัวๆ และนำมาแชร์ให้เพื่อนๆ ดูกันค่ะ ต้องบอกว่าด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น เราจึงต้องดูแลตัวเองมากๆ เลยค่ะ สกินแคร์ตัวไหนที่ใครว่าดีก็ซื้อมาใช้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ค่อยชัดเจน ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง จนได้มาทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ! POND’S AGE MIRACLE ULTIMATE YOUTH ESSENCE & ESSENCE MASK (เซรั่มเอสเซนส์ & มาส์ก) เราใช้ 2 ไอเทมนี้คู่กันค่ะ ซึ่งราคาก็ไม่แพง ดีเหมือนเคาน์เตอร์แบรนด์ หลังจากที่ได้ใช้ 7 วัน ไม่ได้ “มโน” ไปเองนะ เราเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าเรา มีความกระจ่างใส ดูอ่อนเยาว์ ผิวมีความกระชับเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยและจุดด่างดำดูจางลงด้วยความมหัศจรรย์ของ อัลทิเมท ยูธ เอสเซนส์ และมาส์ก ทำไมถึงให้ผลลัพธ์ได้ดีขนาดดีPOND’S AGE MIRACLE ULTIMATE YOUTH ESSENCEก็เพราะ พอนด์ส เอจ มิราเคิลอัลทิเมท ยูธ เอสเซนส์ & มาส์ก ส่วนผสมส่วนใหญ่ของตัวนี้มีอยู่ในเคาน์เตอร์แบรนด์หมดเลยนะ หรือ ที่เคยเห็นตามเคาน์เตอร์แบรนด์ต่างๆ เช่น Triple Hyaluronic Acid, Red Algae, Fermented Bifida, Activated Collagen, Peptide Booster, Vitamin B3 ส่วนผสมหลักๆ เหล่านี้แหละค่ะ ที่ช่วยบำรุงให้ผิวของเราชุ่มชื้น เนียน เด้ง เต่งตึง ดูหน้าเด็กจนคนเดาอายุไม่ถูกกันเลย พูดถึงเราก็เคยเห็นส่วนผสมเหล่านี้ตามเคาน์เตอร์แบรนด์ต่างๆ หลายๆ ตัวนะคะ เพื่อนๆ ก็สามารถอ่านดูข้างกล่องค่ะ เค้าจะบอกส่วนผสมและรายละเอียดทั้งหมดเลยต่อไปเรามาดูวิธีใช้ และประสิทธิภาพการทำงานของสองไอเทมนี้กันค่ะ ว่าจะเริศขนาดไหนวิธีใช้ : ใช้เอสเซนส์เพียง 2 – 3 หยด นวดเบาๆ ให้เนื้อเอสเซนส์ซึมซาบเข้าสู่ผิวหน้าและลำคอ ก่อนบำรุงด้วยมอยเจอไรเซอร์ทุกเช้าและก่อนนอน เป็นประจำเอสเซนส์เข้มข้น แต่ให้ความรู้สึกบางเบา ซึบง่าย ให้ความชุ่มชื้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยค่ะ ไอเทมนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว เพราะเค้าช่วยให้ผิวกระชับขึ้น และฟื้นบำรุงผิวได้ภายใน 7 วันและการบำรุงผิวในขั้นตอนพิเศษด้วย พอนด์ส เอจ มิราเคิลอัลทิเมท ยูธ เอสเซนส์ มาส์ก ฟื้นบำรุงผิวดูอ่อนเยาว์ใน 1 แผ่น POND’S AGE MIRACLE ULTIMATE YOUTH ESSENCE MASKความพิเศษของเอสเซนส์ มาส์กตัวนี้ให้ x10 พลังสารลดเลือนริ้วรอย และส่วนผสมที่เพิ่มมากขึ้น เช่น Hydrolyzed Yeast Protein (โปรตีนจากยีสต์) เป็นตัวที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น และสีผิวเรียบเนียน Marine Plankton (แพลงก์ตอน) นี้แหละค่ะที่ทำให้ผิวเราดูอิ่มฟูขึ้น ริ้วรอยดูตื้นขึ้นนั่นเองAloe Vera (อโรเวร่า) ส่วนผสมอีกตัวที่ช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื่น ไม่ขาดน้ำVitamin E (วิตามินอี) มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยบำรุงผิวที่หมองคล้ำและป้องกันการเกิดริ้วรอยเพิ่มไปอีกอู้หู้..ส่วนผสมที่คัดสรรมาเค้าเน้นเรื่องการบำรุงผิวมากจริงๆ (มีใครให้มากกว่านี้มั้ย?)วิธีใช้ : วางแผ่นมาส์กลงบนผิวหน้า และปรับให้พอดี ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ดึงแผ่นมาส์กออกแล้วค่อยๆ นวดเนื้อเอสเซนส์ให้ซึมลงบนผิวหน้าเบาๆโดยไม่ต้องล้างออกหลังจากที่เราใช้เอสเซนส์ มาส์ก จะสัมผัสได้ถึงผิวที่กระชับทันทีที่ดึงแผ่นมาส์กออก มันดีเริศจริงๆ ค่ะ(เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นควรใช้ เอสเซนส์ และมาส์ก ร่วมกันนะคะ และตามด้วยเดย์ครีม หรือ ไนท์ครีมที่เพื่อนๆ ใช้กันอยู่ได้เลย)ต้องขอขอบคุณและให้เครดิตทางแบรนด์เค้าเลยค่ะ ที่ทำให้เรามีภาพความทรงจำที่ดีและประทับใจกับผลลัพธ์ที่ได้เกินคาด ตอนนี้บอกได้เลยว่า เลิฟ..เลิฟ พอนด์ส เอจ มิราเคิลอัลทิเมท ยูธ เอสเซนส์ และมาส์ก มากเลยค่า!! สาวๆ คนไหนที่ได้อ่านรีวิวนี้ก็ลองทาย…อายุเราเล่นๆ กันได้นะจ๊ะ
เปิดว๊าป !! ไอเท็มใหม่ใช้แล้วผิวใสไบร์ทสุด แดดแรงเบอร์ไหนก็ไม่กลัว
ตอนนี้ถ้าพูดถึงความแรงต้องยกให้แดดประเทศไทยเลยค่ะ ร้อนมากและทำร้ายผิวหน้ามาก และมลภาวะรอบตัว จนทำผิวหน้าหมองคล้ำไปตามๆกัน สาวๆอย่ายอมนะคะ ต้องรีบกู้ผิวออร่าคืนมาแบบเร่งด่วนด้วย 6 ไอเท็มนี้จาก St.Ives (เซนท์ ไอฟ์) แบรนด์ดังจากอเมริกา ด้วยส่วนผสมที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ 100% กับแพคเกจที่มีสีสันสดใสสะดุดตา สีสันของผลิตภัณฑ์ก็จะมาในโทนของผลไม้แต่ละสูตร

วนิลาเห็นแล้วอดใจไม่ไหวต้องขอทดลองใช้ และมารีวิวให้เพื่อนๆ ดูกันค่ะ ขอแนะนำว่า 6 ไอเท็มนี้เค้าแบ่งเป็น
St.Ives Facial Cleanser 3 สูตร

ขนาด 105 g ราคา 199 บาท
St.Ives Facial Moisturizer 3 สูตร

ขนาด 45 g ราคา 439 บาท
โดยจะใช้คู่กันแล้วแต่ว่าใครชอบสูตรไหน แต่ด้วยความเป็นวนิลาแล้วก็ต้องขอลองใช้ทุกสูตรเลยค่ะ เรามาดูกันว่าแต่ละสูตรเค้ามีความพิเศษและมีความแตกต่างกันอย่างไร ตามมาเลยจร้า.....เริ่มจากสูตรแรกที่วนิลาหยิบมาทดลองใช้ก่อนเลยนะคะ
PINK LEMON & PEACH
ผิวใส ไบร์ทสุด!

St.Ives Bright & Radiant Cleanser
St.Ives Bright & Radiant Hydrating Gel
ใครที่ต้องการบอกลาผิวหมองคล้ำ แนะนำตัวนี้ค่ะนางเริศ..จริงไรจริง เพราะด้วยส่วนผสมที่ได้จากสารสกัดจากพิงค์เลม่อนและพีชจากธรรมชาติ 100% ที่มี antioxidants และ วิตามิน C ที่ช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำ ดูกระจ่างใสขึ้น ให้ผิวฉ่ำเด้ง ไบร์ทได้สุดๆ

ครีมโฟมล้างหน้าลักษณะจะเป็นเนื้อครีม ฟองจะมีความละเอียดเนียนนุ่มละมุนมาก ทำความสะอาดล้ำลึก พร้อมให้ความชุ่มชื้น ผิวนุ่มไม่แห้งตึงด้วยค่ะ และมอยส์เจอร์ไรเซอร์จะเป็น ครีมเจลบำรุงหน้าเนื้อบางเบา ซึมทันทีที่ทา ในระหว่างที่ทาเราจะได้กลิ่นหอมของพิงค์เลม่อนและพีชมาเต็มๆเลยค่ะไปต่อไม่รอ..ละนะ
APRICOT
ล็อคผิวนุ่ม เนียนโกลว์!

St.Ives Smooth & Glowing Cleanser
St.Ives Smooth & Glowing Cream Apricot
สูตรนี้สาวๆคนไหนต้องการล็อคความนุ่ม เพิ่มความโกลว์ ก็ต้องคู่นี้เลยค่ะ เพราะส่วนสารสกัดจากแอปริคอตจากธรรมชาติ 100% จะช่วยให้ผิวเนียนโกลว์ ผิวหน้าใสไม่ต้องรอ

ครีมโฟมล้างหน้าลักษณะจะเป็นเนื้อครีมฟองเนียนนุ่มละมุน ทำความสะอาดล้ำลึก ล้างออกง่าย พร้อมให้ ความชุ่มชื้น ผิวนุ่มไม่แห้งตึงและมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ครีมเนื้อพุดดิ้งสุดนุ่มเด้งทุกครั้งที่แตะ ซึมไว เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ หลังใช้จะรู้สึกว่าผิวจะฉ่ำๆ เด้งๆ ผิวดูเนียนโกลว์ แบบว่าสายฝอ สายเกา ต้องหลบจ๊ะ! ต่อไปกับสูตรสุดท้าย
AVOCADO & COCONUT
บำรุงลึก บ๊ายบายผิวล้า

St.Ives Renewing Facial Cleanser
St.Ives Renewing Soft Cream
เพราะด้วยความเป็นสาววนิลา ก็จะได้รับเชิญให้ออกงานอีเว้นท์บ่อยๆ เมื่อกลับถึงบ้านจึงทำให้ผิวล้า แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะเรามีไอเท็มคู่นี้ ที่ช่วยคืนความสมดุลให้กับผิว ด้วยผสานสารสกัดจากอโวคาโดและโคโคนัทจากธรรมชาติ 100% ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง ผิวเด้งโกลว์ พร้อมช่วยดูแลเรื่องริ้วรอย ให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ทีนี้เราก็บอกลาผิวล้าไปได้เลย

Cleanser has creamy texture with smooth and soft lather, good smell from avocado and
ครีมโฟมล้างหน้าลักษณะจะเป็นเนื้อครีมฟองเนียนนุ่มสุดๆ กลิ่นหอมของอโวคาโดและโคโคนัททำให้เรารู้สึกผ่อนคลายขึ้นด้วย ทำความสะอาดล้ำลึก จะรู้สึกว่าผิวนุ่มไม่แห้งตึง และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ครีมเนื้อเนียนนุ่ม เมื่อทาแล้วบำรุงซึมเข้าผิวทันทีเกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ กลิ่นหอมจนอยากกินเข้าไปเลย (ล้อเล่นนะคะ) คือเนื้อครีมมันเนียนนุ่มจริงๆค่ะ
How to use:
วิธีใช้ คลีนเซอร์และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ก็เหมือนกับที่เราทำเป็นประจำนั่นแหละค่ะ คือ ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเซนท์ ไอฟ์ สูตรที่คุณเลือกใช้และทาครีมบำรุงทั่วทั้งใบหน้าและลำคอทั้งตอนเช้า และก่อนนอน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีแนะนำว่าให้ใช้คู่กันนะคะ อุ้ย! เกือบลืม...ต้องบอกว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าของ St.Ives เค้าไม่มีพาราเบน ไม่มีแอลกอฮอล์,และผ่านการทดลองจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังมาแล้วนะจ๊ะ
รีวิวครบทั้ง 3 สูตรแล้ว เป็นยังไงกันบ้างคะ เพื่อนๆ ชอบสูตรไหนกันบ้างเอ่ย ใครเคยลองใช้แล้วอย่าลืมมาแชร์ให้ฟังกันบ้างนะ สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้ ไม่ต้องแอบส่องให้เสียเวลาผลิตภัณฑ์ของ เซนท์ ไอฟ์ เค้ามีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศหาซื้อง่าย ๆ รีบตามไปซื้อกันได้เลยจ้า
เปิดว๊าป !! ไอเท็มใหม่ใช้แล้วผิวใสไบร์ทสุด แดดแรงเบอร์ไหนก็ไม่กลัว
เปิดว๊าป !! ไอเท็มใหม่ใช้แล้วผิวใสไบร์ทสุด แดดแรงเบอร์ไหนก็ไม่กลัวตอนนี้ถ้าพูดถึงความแรงต้องยกให้แดดประเทศไทยเลยค่ะ ร้อนมากและทำร้ายผิวหน้ามาก และมลภาวะรอบตัว จนทำผิวหน้าหมองคล้ำไปตามๆกัน สาวๆอย่ายอมนะคะ ต้องรีบกู้ผิวออร่าคืนมาแบบเร่งด่วนด้วย 6 ไอเท็มนี้จาก St.Ives (เซนท์ ไอฟ์) แบรนด์ดังจากอเมริกา ด้วยส่วนผสมที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ 100% กับแพคเกจที่มีสีสันสดใสสะดุดตา สีสันของผลิตภัณฑ์ก็จะมาในโทนของผลไม้แต่ละสูตร วนิลาเห็นแล้วอดใจไม่ไหวต้องขอทดลองใช้ และมารีวิวให้เพื่อนๆ ดูกันค่ะ ขอแนะนำว่า 6 ไอเท็มนี้เค้าแบ่งเป็นSt.Ives Facial Cleanser 3 สูตร ขนาด 105 g ราคา 199 บาทSt.Ives Facial Moisturizer 3 สูตรขนาด 45 g ราคา 439 บาทโดยจะใช้คู่กันแล้วแต่ว่าใครชอบสูตรไหน แต่ด้วยความเป็นวนิลาแล้วก็ต้องขอลองใช้ทุกสูตรเลยค่ะ เรามาดูกันว่าแต่ละสูตรเค้ามีความพิเศษและมีความแตกต่างกันอย่างไร ตามมาเลยจร้า.....เริ่มจากสูตรแรกที่วนิลาหยิบมาทดลองใช้ก่อนเลยนะคะPINK LEMON & PEACHผิวใส ไบร์ทสุด! St.Ives Bright & Radiant CleanserSt.Ives Bright & Radiant Hydrating Gelใครที่ต้องการบอกลาผิวหมองคล้ำ แนะนำตัวนี้ค่ะนางเริศ..จริงไรจริง เพราะด้วยส่วนผสมที่ได้จากสารสกัดจากพิงค์เลม่อนและพีชจากธรรมชาติ 100% ที่มี antioxidants และ วิตามิน C ที่ช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำ ดูกระจ่างใสขึ้น ให้ผิวฉ่ำเด้ง ไบร์ทได้สุดๆครีมโฟมล้างหน้าลักษณะจะเป็นเนื้อครีม ฟองจะมีความละเอียดเนียนนุ่มละมุนมาก ทำความสะอาดล้ำลึก พร้อมให้ความชุ่มชื้น ผิวนุ่มไม่แห้งตึงด้วยค่ะ และมอยส์เจอร์ไรเซอร์จะเป็น ครีมเจลบำรุงหน้าเนื้อบางเบา ซึมทันทีที่ทา ในระหว่างที่ทาเราจะได้กลิ่นหอมของพิงค์เลม่อนและพีชมาเต็มๆเลยค่ะไปต่อไม่รอ..ละนะAPRICOTล็อคผิวนุ่ม เนียนโกลว์! St.Ives Smooth & Glowing CleanserSt.Ives Smooth & Glowing Cream Apricotสูตรนี้สาวๆคนไหนต้องการล็อคความนุ่ม เพิ่มความโกลว์ ก็ต้องคู่นี้เลยค่ะ เพราะส่วนสารสกัดจากแอปริคอตจากธรรมชาติ 100% จะช่วยให้ผิวเนียนโกลว์ ผิวหน้าใสไม่ต้องรอ ครีมโฟมล้างหน้าลักษณะจะเป็นเนื้อครีมฟองเนียนนุ่มละมุน ทำความสะอาดล้ำลึก ล้างออกง่าย พร้อมให้ ความชุ่มชื้น ผิวนุ่มไม่แห้งตึงและมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ครีมเนื้อพุดดิ้งสุดนุ่มเด้งทุกครั้งที่แตะ ซึมไว เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ หลังใช้จะรู้สึกว่าผิวจะฉ่ำๆ เด้งๆ ผิวดูเนียนโกลว์ แบบว่าสายฝอ สายเกา ต้องหลบจ๊ะ! ต่อไปกับสูตรสุดท้ายAVOCADO & COCONUTบำรุงลึก บ๊ายบายผิวล้า St.Ives Renewing Facial CleanserSt.Ives Renewing Soft Cream เพราะด้วยความเป็นสาววนิลา ก็จะได้รับเชิญให้ออกงานอีเว้นท์บ่อยๆ เมื่อกลับถึงบ้านจึงทำให้ผิวล้า แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะเรามีไอเท็มคู่นี้ ที่ช่วยคืนความสมดุลให้กับผิว ด้วยผสานสารสกัดจากอโวคาโดและโคโคนัทจากธรรมชาติ 100% ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง ผิวเด้งโกลว์ พร้อมช่วยดูแลเรื่องริ้วรอย ให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ทีนี้เราก็บอกลาผิวล้าไปได้เลย Cleanser has creamy texture with smooth and soft lather, good smell from avocado andครีมโฟมล้างหน้าลักษณะจะเป็นเนื้อครีมฟองเนียนนุ่มสุดๆ กลิ่นหอมของอโวคาโดและโคโคนัททำให้เรารู้สึกผ่อนคลายขึ้นด้วย ทำความสะอาดล้ำลึก จะรู้สึกว่าผิวนุ่มไม่แห้งตึง และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ครีมเนื้อเนียนนุ่ม เมื่อทาแล้วบำรุงซึมเข้าผิวทันทีเกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ กลิ่นหอมจนอยากกินเข้าไปเลย (ล้อเล่นนะคะ) คือเนื้อครีมมันเนียนนุ่มจริงๆค่ะHow to use:วิธีใช้ คลีนเซอร์และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ก็เหมือนกับที่เราทำเป็นประจำนั่นแหละค่ะ คือ ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเซนท์ ไอฟ์ สูตรที่คุณเลือกใช้และทาครีมบำรุงทั่วทั้งใบหน้าและลำคอทั้งตอนเช้า และก่อนนอน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีแนะนำว่าให้ใช้คู่กันนะคะ อุ้ย! เกือบลืม...ต้องบอกว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าของ St.Ives เค้าไม่มีพาราเบน ไม่มีแอลกอฮอล์,และผ่านการทดลองจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังมาแล้วนะจ๊ะรีวิวครบทั้ง 3 สูตรแล้ว เป็นยังไงกันบ้างคะ เพื่อนๆ ชอบสูตรไหนกันบ้างเอ่ย ใครเคยลองใช้แล้วอย่าลืมมาแชร์ให้ฟังกันบ้างนะ สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้ ไม่ต้องแอบส่องให้เสียเวลาผลิตภัณฑ์ของ เซนท์ ไอฟ์ เค้ามีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศหาซื้อง่าย ๆ รีบตามไปซื้อกันได้เลยจ้า
ล้างหน้ายังไง?“ให้ขาวใสวิ้งค์ แบบมีออร่าพุ่งสุด”
ใครอยากหน้าสวยวิ้งค์ ไม่ตกเทรนด์ต้องอ่านรีวิวนี้!!
Hello Hello มาพบกันอีกแล้วนะคะสาวๆ วนิลา ช่วงนี้อากาศบ้านเราเข้าหน้าฝนแล้ว แต่แดดก็ยังแรงระดับ 10 ไปเลยจร้า ร้อนขนาดนี้ผิวเราจะไม่ถูกทำร้ายได้ยังไง หน้าหมองคล้ำไปอีก...(ไม่ได้ค่ะ) เป็นสาววนิลาเราก็ต้องหาเคล็ดลับที่ช่วยกู้ให้หน้ากลับมาสวยวิ้งค์ กระจ่างใส แบบมีออร่า ถึงแม้ในวันที่เร่งรีบไม่แต่งหน้าก็รู้สึกมั่นใจโชว์หน้าสดได้แบบไม่แคร์ได้แต่จะมีวิธียังไงไปดูกันเลยค่ะ
วันนี้วนิลาจะมารีวิวไอเทมเด็ดจากญี่ปุ่นสุดฮอตฮิต ในหมู่วัยรุ่น สาวมหาลัย สาววัยทำงาน เอาเป็นว่าสาวๆ ทุกคนละกันนะจ๊ะ
เทรนด์หน้ากระจ่างใส สวยวิ้งค์ ในตอนนี้ต้องยกให้เจ้าตัวนี้เลย “Bifesta” บิเฟสต้า วิ้งค์โฟม
บิเฟสต้า ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าแห่ง cleansing อยู่แล้ว “Cleansing expert” วันนี้เค้ามีสินค้าตัวใหม่มาแนะนำ
โฟมล้างหน้าเนื้อวิปตัวใหม่ ส่งตรงจากญี่ปุ่น เพื่อผิวหน้าที่ดูสะอาด กระจ่างใส มีออร่า วิ้งค์ๆ
เห็นๆสาวๆใช้กันเยอะและเป็นแบรนด์ที่เราคุ้นเคยดี ก็เลยแบบว่า เออ! เอามาลองหน่อยละกัน

เค้ามีให้เลือกถึง 3 สูตร ให้เลือกใช้ตามสภาพผิวหน้า หรือความต้องการได้เลยค่ะ
แต่ละสูตรก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน แต่ทุกสูตรมีจุดยืน 1 เรื่องคือความวิ้งค์ ขาวใสมีออร่าด้วยส่วนผสมของ Cellulose ที่มาจากพืชธรรมชาติและ Lactic Acid เข้าทำความสะอาดล้ำลึกถึงรูขุมขนและขจัดเซลล์ผิวเก่า จึงช่วยทำให้ผิวหน้าสะอาดกระจ่างใสวิ้งค์ขึ้นหลังใช้
สูตรไหนจะเหมาะกับใครก็ลองอ่านรีวิวนี้ดูนะจ๊ะ เราเตรียมตัวอาบน้ำแล้วก็หยิบวิ้งค์โฟมสูตรนี้มา....
Bifesta Facial Wash Clear
บิเฟสต้าเฟเชียลวอชสูตรเคลียร์สำหรับทุกสภาพผิวเพื่อผิวสะอาด และดูกระจ่างใสขึ้น
เราหยิบไอเทมนี้มาลองใช้เป็นตัวแรก จุดเด่นของเจ้าวิ้งค์โฟมสูตร Clear ตัวนี้จะช่วยให้หน้าสะอาดแบบสุดๆ ด้วยส่วนผสมสารสกัดจาก Orange Peel เคลือบชั้นผิวให้ดูเรียบเนียน กระจ่างใสมีออร่าผสานพลัง Absorbent Hyaluronate และ Orange Oil เผยผิวใหม่ที่นุ่มชุ่มชื่นไม่แห้งตึง ดูสุขภาพดี

ผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้รู้สึกว่าหน้าเรากระจ่างใส มีความวิ้งค์ขึ้นรู้สึกว่าผิวหน้าไม่มีสิ่งสกปรกตกค้างทำความสะอาดได้อย่างหมดจด
กล้าโชว์หน้าสดก็วันนี้แหละ..อิ อิ และรู้สึกว่าผิวชุ่มชื่นไม่แห้งตึงหลังใช้ด้วยค่ะ เรายกให้สูตรนี้เป็นที่หนึ่ง ยืน 1 เรื่องความใสวิ้งค์ประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ และคิดว่าพรุ่งนี้เราจะลองให้ครบทั้งหมดเลย ตอนเช้าก่อนไปทำงานก็เลยหยิบอีกสูตรมาลองใช้คือสูตร....
Bifesta Facial Wash Moist
บิเฟสต้าเฟเชียลวอชสูตรมอยส์สำหรับผิวธรรมดา-ผิวแห้งเพื่อผิวชุ่มชื้น และดูกระจ่างใสขึ้น
จุดเด่นของเจ้าวิ้งค์โฟมสูตร Moist ตัวนี้จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันได้อย่างล้ำลึกด้วยนวัตกรรมเดียวกันกับตัวแรก ขจัดเซลล์ผิวเก่าและคราบเคราตินที่เป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำ บำรุงให้ผิวชุ่มชื่นเป็นพิเศษด้วย Natural Moisturizing Factor ผสานพลัง Absorbent Hyaluronate
และ Orange Oil เผยผิวใหม่ที่นุ่มชุ่มชื่น ดูสุขภาพดี

หลังใช้ปรากฏว่าผิวหน้าเรานุ่มชุ่มชื่นขึ้น ความวิ้งค์ก็มาจร้า! คือแบบไม่เคยคิดว่าโฟมล้างหน้าของบิเฟสต้า นางเริ่ดจริงไรจริง อยากให้ถึงตอนเย็นเร็วๆจังเลย อยากลองใช้สูตรสุดท้ายว่าเป็นยังไง หลังจากที่ได้ออกไปเผชิญโลกภายนอกมาทั้งวันกลับมาถึงบ้านก็รีบหยิบวิ้งค์โฟมสูตรนี้มาลองเลยค่ะ!
Bifesta Facial WashDual Cleansing
บิเฟสต้า เฟเชียล วอช ดูอัล เคลนซิ่ง แบบ 2 In 1
โฟมล้างหน้าและลบเครื่องสำอาง เพื่อผิวสะอาด ดูกระจ่างใสขึ้น
จุดเด่นของสูตร Dual Cleansing ตัวนี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการไอเทมที่ล้างเมคอัพบางเบาได้ง่ายๆ ในวันที่ไม่ต้องการความยุ่งยาก
เพราะหลอดนี้ตอบโจทย์ให้ความสะดวกสุดๆ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันได้อย่างล้ำลึก ขจัดเซลล์ผิวเก่าและคราบเคราตินที่เป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำด้วยพลัง Micellar water จะดูดจับคราบเมคอัพ ทำความสะอาดได้หมดจด
ผสานพลัง Absorbent Hyaluronate และ Orange Oil เผยผิวใหม่ที่นุ่มชุ่มชื่น ดูสุขภาพดี

หลังใช้แล้วนอกจากหน้าจะใสวิ้งค์แล้ว คราบเมคอัพทำความสะอาดได้อย่างหมดจด ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงค่ะ ด้วยนวัตกรรมขั้นเทพ ของบิเฟสต้า วิ้งค์โฟมส่งตรงจากญี่ปุ่น เรียกได้ว่าอัดแน่นด้วยคุณภาพจบครบในหลอดเดียวจริงๆ ตอบโจทย์ความต้องการของสาวๆได้ครบนะจ๊ะ
● Cleansing&Brightening
เข้าทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึกถึงรูขุมขน ด้วยนวัตกรรม Lactic Acid และ Cellulose สกัดจากพืชธรรมชาติช่วยขจัดคราบเซลล์ผิวเก่า และคราบเคราตินบนผิว เผยผิวดูกระจ่างใสขึ้น
● Moisturizing Hyaluronate
ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งตึงหลังล้างหน้า
● Gentle
ปราศจากน้ำหอม สี แอลกอฮอล์ และยังผ่านการทดสอบการแพ้ Patch Test ด้วย
พูดไปเดี๋ยวจะหาว่าคุย..เรามีภาพทดลองใช้ บิเฟสต้า วิ้งค์โฟม หลังฝ่ามือมาให้สาวๆ ดูกันค่ะ


ไม่ต้องมีคำบรรยายใด ใดสักคำให้ลึกซึ้ง (มาเป็นเพลงเลย55)
เราตั้งใจทำรีวิวนี้มากเพราะอยากให้สาวๆ ทุกคนได้เห็นผลลัพธ์ และขอคอนเฟิร์มว่าทั้ง 3 สูตรใช้แล้ว
หน้าใสกิ้งวิ้งค์จริง แบบมีออร่า และไม่เกิดอาการแพ้ด้วยค่ะ ที่สุดเลยเว้ยแกร........
จนตอนนี้กลายเป็นที่นิยมสุดฮอตฮิตในสายสาวบิ้วตี้มากที่สุด รวมถึงกระแสในโลกออนไลน์จากเหล่าสาวกผู้ที่ชอบหน้าวิ้งค์ ต้องจัดนะจ๊ะ สำหรับ Bifesta Facial Wash สูตร Clear และ Moist ขนาด 120 กรัม ราคา 165 บาท เท่านั้น และสูตร Dual Cleansing ขนาด 120 กรัม ราคา 185 บาทนะจ๊ะ
สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปได้แล้วค่ะ
ล้างหน้ายังไง?“ให้ขาวใสวิ้งค์ แบบมีออร่าพุ่งสุด”
ล้างหน้ายังไง?“ให้ขาวใสวิ้งค์ แบบมีออร่าพุ่งสุด”ใครอยากหน้าสวยวิ้งค์ ไม่ตกเทรนด์ต้องอ่านรีวิวนี้!!Hello Hello มาพบกันอีกแล้วนะคะสาวๆ วนิลา ช่วงนี้อากาศบ้านเราเข้าหน้าฝนแล้ว แต่แดดก็ยังแรงระดับ 10 ไปเลยจร้า ร้อนขนาดนี้ผิวเราจะไม่ถูกทำร้ายได้ยังไง หน้าหมองคล้ำไปอีก...(ไม่ได้ค่ะ) เป็นสาววนิลาเราก็ต้องหาเคล็ดลับที่ช่วยกู้ให้หน้ากลับมาสวยวิ้งค์ กระจ่างใส แบบมีออร่า ถึงแม้ในวันที่เร่งรีบไม่แต่งหน้าก็รู้สึกมั่นใจโชว์หน้าสดได้แบบไม่แคร์ได้แต่จะมีวิธียังไงไปดูกันเลยค่ะ วันนี้วนิลาจะมารีวิวไอเทมเด็ดจากญี่ปุ่นสุดฮอตฮิต ในหมู่วัยรุ่น สาวมหาลัย สาววัยทำงาน เอาเป็นว่าสาวๆ ทุกคนละกันนะจ๊ะ เทรนด์หน้ากระจ่างใส สวยวิ้งค์ ในตอนนี้ต้องยกให้เจ้าตัวนี้เลย “Bifesta” บิเฟสต้า วิ้งค์โฟมบิเฟสต้า ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าแห่ง cleansing อยู่แล้ว “Cleansing expert” วันนี้เค้ามีสินค้าตัวใหม่มาแนะนำโฟมล้างหน้าเนื้อวิปตัวใหม่ ส่งตรงจากญี่ปุ่น เพื่อผิวหน้าที่ดูสะอาด กระจ่างใส มีออร่า วิ้งค์ๆ เห็นๆสาวๆใช้กันเยอะและเป็นแบรนด์ที่เราคุ้นเคยดี ก็เลยแบบว่า เออ! เอามาลองหน่อยละกันเค้ามีให้เลือกถึง 3 สูตร ให้เลือกใช้ตามสภาพผิวหน้า หรือความต้องการได้เลยค่ะแต่ละสูตรก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน แต่ทุกสูตรมีจุดยืน 1 เรื่องคือความวิ้งค์ ขาวใสมีออร่าด้วยส่วนผสมของ Cellulose ที่มาจากพืชธรรมชาติและ Lactic Acid เข้าทำความสะอาดล้ำลึกถึงรูขุมขนและขจัดเซลล์ผิวเก่า จึงช่วยทำให้ผิวหน้าสะอาดกระจ่างใสวิ้งค์ขึ้นหลังใช้ สูตรไหนจะเหมาะกับใครก็ลองอ่านรีวิวนี้ดูนะจ๊ะ เราเตรียมตัวอาบน้ำแล้วก็หยิบวิ้งค์โฟมสูตรนี้มา....Bifesta Facial Wash Clearบิเฟสต้าเฟเชียลวอชสูตรเคลียร์สำหรับทุกสภาพผิวเพื่อผิวสะอาด และดูกระจ่างใสขึ้น เราหยิบไอเทมนี้มาลองใช้เป็นตัวแรก จุดเด่นของเจ้าวิ้งค์โฟมสูตร Clear ตัวนี้จะช่วยให้หน้าสะอาดแบบสุดๆ ด้วยส่วนผสมสารสกัดจาก Orange Peel เคลือบชั้นผิวให้ดูเรียบเนียน กระจ่างใสมีออร่าผสานพลัง Absorbent Hyaluronate และ Orange Oil เผยผิวใหม่ที่นุ่มชุ่มชื่นไม่แห้งตึง ดูสุขภาพดีผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้รู้สึกว่าหน้าเรากระจ่างใส มีความวิ้งค์ขึ้นรู้สึกว่าผิวหน้าไม่มีสิ่งสกปรกตกค้างทำความสะอาดได้อย่างหมดจด กล้าโชว์หน้าสดก็วันนี้แหละ..อิ อิ และรู้สึกว่าผิวชุ่มชื่นไม่แห้งตึงหลังใช้ด้วยค่ะ เรายกให้สูตรนี้เป็นที่หนึ่ง ยืน 1 เรื่องความใสวิ้งค์ประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ และคิดว่าพรุ่งนี้เราจะลองให้ครบทั้งหมดเลย ตอนเช้าก่อนไปทำงานก็เลยหยิบอีกสูตรมาลองใช้คือสูตร....Bifesta Facial Wash Moistบิเฟสต้าเฟเชียลวอชสูตรมอยส์สำหรับผิวธรรมดา-ผิวแห้งเพื่อผิวชุ่มชื้น และดูกระจ่างใสขึ้นจุดเด่นของเจ้าวิ้งค์โฟมสูตร Moist ตัวนี้จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันได้อย่างล้ำลึกด้วยนวัตกรรมเดียวกันกับตัวแรก ขจัดเซลล์ผิวเก่าและคราบเคราตินที่เป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำ บำรุงให้ผิวชุ่มชื่นเป็นพิเศษด้วย Natural Moisturizing Factor ผสานพลัง Absorbent Hyaluronate และ Orange Oil เผยผิวใหม่ที่นุ่มชุ่มชื่น ดูสุขภาพดีหลังใช้ปรากฏว่าผิวหน้าเรานุ่มชุ่มชื่นขึ้น ความวิ้งค์ก็มาจร้า! คือแบบไม่เคยคิดว่าโฟมล้างหน้าของบิเฟสต้า นางเริ่ดจริงไรจริง อยากให้ถึงตอนเย็นเร็วๆจังเลย อยากลองใช้สูตรสุดท้ายว่าเป็นยังไง หลังจากที่ได้ออกไปเผชิญโลกภายนอกมาทั้งวันกลับมาถึงบ้านก็รีบหยิบวิ้งค์โฟมสูตรนี้มาลองเลยค่ะ!Bifesta Facial WashDual Cleansingบิเฟสต้า เฟเชียล วอช ดูอัล เคลนซิ่ง แบบ 2 In 1โฟมล้างหน้าและลบเครื่องสำอาง เพื่อผิวสะอาด ดูกระจ่างใสขึ้น จุดเด่นของสูตร Dual Cleansing ตัวนี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการไอเทมที่ล้างเมคอัพบางเบาได้ง่ายๆ ในวันที่ไม่ต้องการความยุ่งยาก เพราะหลอดนี้ตอบโจทย์ให้ความสะดวกสุดๆ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันได้อย่างล้ำลึก ขจัดเซลล์ผิวเก่าและคราบเคราตินที่เป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำด้วยพลัง Micellar water จะดูดจับคราบเมคอัพ ทำความสะอาดได้หมดจดผสานพลัง Absorbent Hyaluronate และ Orange Oil เผยผิวใหม่ที่นุ่มชุ่มชื่น ดูสุขภาพดีหลังใช้แล้วนอกจากหน้าจะใสวิ้งค์แล้ว คราบเมคอัพทำความสะอาดได้อย่างหมดจด ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงค่ะ ด้วยนวัตกรรมขั้นเทพ ของบิเฟสต้า วิ้งค์โฟมส่งตรงจากญี่ปุ่น เรียกได้ว่าอัดแน่นด้วยคุณภาพจบครบในหลอดเดียวจริงๆ ตอบโจทย์ความต้องการของสาวๆได้ครบนะจ๊ะ● Cleansing&Brighteningเข้าทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึกถึงรูขุมขน ด้วยนวัตกรรม Lactic Acid และ Cellulose สกัดจากพืชธรรมชาติช่วยขจัดคราบเซลล์ผิวเก่า และคราบเคราตินบนผิว เผยผิวดูกระจ่างใสขึ้น● Moisturizing Hyaluronateช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งตึงหลังล้างหน้า● Gentle ปราศจากน้ำหอม สี แอลกอฮอล์ และยังผ่านการทดสอบการแพ้ Patch Test ด้วยพูดไปเดี๋ยวจะหาว่าคุย..เรามีภาพทดลองใช้ บิเฟสต้า วิ้งค์โฟม หลังฝ่ามือมาให้สาวๆ ดูกันค่ะ ไม่ต้องมีคำบรรยายใด ใดสักคำให้ลึกซึ้ง (มาเป็นเพลงเลย55)เราตั้งใจทำรีวิวนี้มากเพราะอยากให้สาวๆ ทุกคนได้เห็นผลลัพธ์ และขอคอนเฟิร์มว่าทั้ง 3 สูตรใช้แล้ว หน้าใสกิ้งวิ้งค์จริง แบบมีออร่า และไม่เกิดอาการแพ้ด้วยค่ะ ที่สุดเลยเว้ยแกร........จนตอนนี้กลายเป็นที่นิยมสุดฮอตฮิตในสายสาวบิ้วตี้มากที่สุด รวมถึงกระแสในโลกออนไลน์จากเหล่าสาวกผู้ที่ชอบหน้าวิ้งค์ ต้องจัดนะจ๊ะ สำหรับ Bifesta Facial Wash สูตร Clear และ Moist ขนาด 120 กรัม ราคา 165 บาท เท่านั้น และสูตร Dual Cleansing ขนาด 120 กรัม ราคา 185 บาทนะจ๊ะสามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปได้แล้วค่ะ
Shiseido Ultimune เฟิร์สเซรั่ม
เซรั่มสามัญประจำผิว ใช้แล้วผิวสตรองเวอร์
สวัสดี...เจ้าค่า ! เห็นวนิลาปรากฏตัวในบทความแบบนี้เมื่อไหร่ ก็คงไม่ต้องบอกว่าวันนี้เรามีอะไรเด็ดๆ มาฝากกันแน่นอน
เพราะความที่เป็นสาววนิลานี่แหละค่ะ จึงไม่ละเลยที่จะดูแลปกป้องผิวของเราให้สวยและมีสุขภาพดีอยู่เสมอ และหัวใจสำคัญของการบำรุง
ผิวหน้าในขั้นตอนแรกด้วยเซรั่ม เชื่อว่าสาวๆ ทุกคนต้องมีบนโต๊ะเครื่องแป้งอย่างแน่นอน
เราเองก็มีไอเท็มสองนางนี้เรียกว่าเป็นเซรั่มสามัญประจำผิว ขาดเธอเหมือนขาดใจเลยก็ว่าได้
นั่นก็คือ "Shiseido Ultimune เฟิร์สเซรั่ม" กับดีไซน์รูปทรงที่โอบกระชับถนัดมือ และสีแดงสะดุดตา สื่อถึง
พลังแห่งการบำรุง ผิวที่ดูสุขภาพดี มีชีวิตชีวา หน้าตาจะเป็นยังไง คุณสมบัติจะเริศขนาดไหน มาดูกันเลยค่ะ!

ต้องบอกว่าเซรั่มสองนางนี้ซี่งตอบโจทย์และปกป้องผิวของเราได้มากเลยทีเดียว เพราะด้วยสภาพอากาศบ้านเรา เอาใจยากมากจริงๆ
เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก อีกทั้งแสงแดดและมลภาวะที่คอยทำร้ายผิวให้ดูหมองคล้ำ ไม่สดใส
มาค่า..ไม่รอช้าเราจะเริ่มรีวิว Shiseido Ultimune เฟิร์สเซรั่มสำหรับผิวหน้ากันก่อนนะคะ
Shiseido Ultimune Power Infusing Concentrate
คุณสมบัติพิเศษของนางคือช่วยเสริมการปกป้องผิวตามธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังฟื้นบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์ มีชีวิตชีวาและชุ่มชื่นอย่างต่อเนื่อง
แม้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวน ผสาน 3 สูตรส่วนพิเศษจากสารสกัดอันทรงคุณค่าเข้าด้วยกันคือ
*ส่วนผสมจากสารสกัดจากเห็ด Reishi เห็ดชั้นยอดซึ่งเป็นที่เลื่องลือด้านคุณสมบัติในการเสริมภูมิต้านทานมานานนับศตวรรษ และ
สารสกัดจาก Iris พืชที่มีพลังชีวิตสูงซึ่งเป็นสมุนไพรยาสารพัดโรคในการปกป้องและรักษาสุขภาพ
*ส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องผ่อนคลายและมอบความชุ่มชื้น่ประสิทธิภาพสูง อาทิ B-Glucan ซึ่งสกัดมาจากยีสต์ของขนมปัง,
Aqua-In-Pool ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างต่อเนื่องยาวนาน และ Bulgarian Rose Water คืนความรู้สึกกระชับยืดหยุ่น
*ส่วนผสมจาก 4 สารสกัดจากพืชธรรมชาติทำงานร่วมกันให้ดำเนินไปอย่างราบรื่นทั้ง PERILLA และ THYME ช่วยลดการระคายเคือง,
GINKO สารแอนตี้ออกซิแดนท์ และ Lotus Germ ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ สุขภาพดี
เราจึงมีภาพตัวอย่างมาให้สาวๆ ได้เห็นถึงเนื้อผลิตภัณฑ์กันแบบชัดๆ จากหลังฝ่ามือค่ะ


วิธีทาเฟิรส์เซรั่มผิวหน้าที่ถูกต้อง
1. ปั้มเซรั่มลงบนฝ่ามือ
2. เกลี่ยเซรั่มให้ทั่วใบหน้า
3. นวดให้ทั่วใบหน้า
หลังจากการบำรุงผิวหน้าแล้วก็มาต่อด้วยการดูแลผิวบริเวณรอบดวงตากับ เฟิร์สอายเซรั่ม
Shiseido Ultimune Power Infusing Eye Concentrate
ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของเฟิร์สอายเซรั่มสูตรใหม่ ที่ช่วยฟื้นบำรุงและปกป้องผิวบริเวณรอบดวงตาอันบอบบางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การฟื้นบำรุงผิวบริเวณรอบดวงตาจากการสียดสีของพฤติกรรมระหว่างวัน อาทิ ขยี้ตาเวลาตื่นนอน, การเช็ด ถู ทำความสะอาดเมคอัพบริเวณ
ดวงตาในทุกๆ วัน พร้อมช่วยลดเลือนริ้วรอยและฟื้นบำรุงความเสียหายต่างๆ และ
ด้วยส่วนผสมจากพืชพรรณอันทรงคุณค่าจากธรรมชาติ เห็ดเรอิชิและรากดอกไอริส ช่วยคงสภาพผิวให้ดีที่สุด
เราก็มีภาพของเนื้อผลิตภัณฑ์มาฝากเพื่อนๆ เช่นกันค่ะ


วิธีทาเฟิร์สอายเซรั่มสูตรใหม่
1. ปั้มเซรั่มที่ปลายนิ้ว
2. เกลี่ยเซรั่มให้ทั่วบริเวณรอบดวงตา
3. เกลี่ยเซรั่มจากหางตาขึ้นไปที่หางคิ้ว เพื่อยกกระชับ
เอาละค่ะสาว ๆ มาถึงบทสรุปกับผลลัพธ์ที่ได้ทดลองหลังการใช้ Shiseido Ultimune เฟิร์สเซรั่ม ต้องบอกว่ารู้สึกว่าผิวดูเรียบเนียน
รู้สึกผิวแน่นกระชับ ผิวดูสุขภาพดี ไม่ระคายเคืองผิวหรือเกิดอาการแพ้ รู้สึกได้ทั้งบำรุงและปกป้อง ใช้แล้วรู้สึกหลงรักอัลติมูนสองนางนี้เลยค่ะ
ใครที่อยากจะมีเซรั่มสามัญประจำผิวไปใช้ให้ผิวสตองเวอร์…ที่นี้ก็เตรียมกระเป๋าลั่น!! กันได้เลย
เพื่อนๆ สามารถดูขนาดและราคาของผลิตภัณฑ์ตามด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ
Shiseido Ultimune Power Infusing Concentrate
ขนาด 15 มล. ราคา 1,300 บาท
ขนาด 30 มล. ราคา 2,600 บาท
ขนาด 50 มล. ราคา 3,900 บาท
ขนาด 75 มล. ราคา 5,300 บาท
Shiseido Ultimune Power Infusing Eye Concentrate
ขนาด 15 มล. ราคา 2,800 บาท
หาซื้อได้ที่ เคาน์เตอร์ชิเซโด้ทุกสาขาทั่วประเทศ
Shiseido Ultimune เฟิร์สเซรั่ม
Shiseido Ultimune เฟิร์สเซรั่ม เซรั่มสามัญประจำผิว ใช้แล้วผิวสตรองเวอร์สวัสดี...เจ้าค่า ! เห็นวนิลาปรากฏตัวในบทความแบบนี้เมื่อไหร่ ก็คงไม่ต้องบอกว่าวันนี้เรามีอะไรเด็ดๆ มาฝากกันแน่นอนเพราะความที่เป็นสาววนิลานี่แหละค่ะ จึงไม่ละเลยที่จะดูแลปกป้องผิวของเราให้สวยและมีสุขภาพดีอยู่เสมอ และหัวใจสำคัญของการบำรุงผิวหน้าในขั้นตอนแรกด้วยเซรั่ม เชื่อว่าสาวๆ ทุกคนต้องมีบนโต๊ะเครื่องแป้งอย่างแน่นอน เราเองก็มีไอเท็มสองนางนี้เรียกว่าเป็นเซรั่มสามัญประจำผิว ขาดเธอเหมือนขาดใจเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ "Shiseido Ultimune เฟิร์สเซรั่ม" กับดีไซน์รูปทรงที่โอบกระชับถนัดมือ และสีแดงสะดุดตา สื่อถึงพลังแห่งการบำรุง ผิวที่ดูสุขภาพดี มีชีวิตชีวา หน้าตาจะเป็นยังไง คุณสมบัติจะเริศขนาดไหน มาดูกันเลยค่ะ! ต้องบอกว่าเซรั่มสองนางนี้ซี่งตอบโจทย์และปกป้องผิวของเราได้มากเลยทีเดียว เพราะด้วยสภาพอากาศบ้านเรา เอาใจยากมากจริงๆ เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก อีกทั้งแสงแดดและมลภาวะที่คอยทำร้ายผิวให้ดูหมองคล้ำ ไม่สดใส มาค่า..ไม่รอช้าเราจะเริ่มรีวิว Shiseido Ultimune เฟิร์สเซรั่มสำหรับผิวหน้ากันก่อนนะคะShiseido Ultimune Power Infusing Concentrateคุณสมบัติพิเศษของนางคือช่วยเสริมการปกป้องผิวตามธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังฟื้นบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์ มีชีวิตชีวาและชุ่มชื่นอย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวน ผสาน 3 สูตรส่วนพิเศษจากสารสกัดอันทรงคุณค่าเข้าด้วยกันคือ*ส่วนผสมจากสารสกัดจากเห็ด Reishi เห็ดชั้นยอดซึ่งเป็นที่เลื่องลือด้านคุณสมบัติในการเสริมภูมิต้านทานมานานนับศตวรรษ และสารสกัดจาก Iris พืชที่มีพลังชีวิตสูงซึ่งเป็นสมุนไพรยาสารพัดโรคในการปกป้องและรักษาสุขภาพ*ส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องผ่อนคลายและมอบความชุ่มชื้น่ประสิทธิภาพสูง อาทิ B-Glucan ซึ่งสกัดมาจากยีสต์ของขนมปัง, Aqua-In-Pool ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างต่อเนื่องยาวนาน และ Bulgarian Rose Water คืนความรู้สึกกระชับยืดหยุ่น*ส่วนผสมจาก 4 สารสกัดจากพืชธรรมชาติทำงานร่วมกันให้ดำเนินไปอย่างราบรื่นทั้ง PERILLA และ THYME ช่วยลดการระคายเคือง, GINKO สารแอนตี้ออกซิแดนท์ และ Lotus Germ ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ สุขภาพดีเราจึงมีภาพตัวอย่างมาให้สาวๆ ได้เห็นถึงเนื้อผลิตภัณฑ์กันแบบชัดๆ จากหลังฝ่ามือค่ะวิธีทาเฟิรส์เซรั่มผิวหน้าที่ถูกต้อง1. ปั้มเซรั่มลงบนฝ่ามือ2. เกลี่ยเซรั่มให้ทั่วใบหน้า3. นวดให้ทั่วใบหน้าหลังจากการบำรุงผิวหน้าแล้วก็มาต่อด้วยการดูแลผิวบริเวณรอบดวงตากับ เฟิร์สอายเซรั่มShiseido Ultimune Power Infusing Eye Concentrateด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของเฟิร์สอายเซรั่มสูตรใหม่ ที่ช่วยฟื้นบำรุงและปกป้องผิวบริเวณรอบดวงตาอันบอบบางได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฟื้นบำรุงผิวบริเวณรอบดวงตาจากการสียดสีของพฤติกรรมระหว่างวัน อาทิ ขยี้ตาเวลาตื่นนอน, การเช็ด ถู ทำความสะอาดเมคอัพบริเวณดวงตาในทุกๆ วัน พร้อมช่วยลดเลือนริ้วรอยและฟื้นบำรุงความเสียหายต่างๆ และด้วยส่วนผสมจากพืชพรรณอันทรงคุณค่าจากธรรมชาติ เห็ดเรอิชิและรากดอกไอริส ช่วยคงสภาพผิวให้ดีที่สุด เราก็มีภาพของเนื้อผลิตภัณฑ์มาฝากเพื่อนๆ เช่นกันค่ะวิธีทาเฟิร์สอายเซรั่มสูตรใหม่1. ปั้มเซรั่มที่ปลายนิ้ว2. เกลี่ยเซรั่มให้ทั่วบริเวณรอบดวงตา3. เกลี่ยเซรั่มจากหางตาขึ้นไปที่หางคิ้ว เพื่อยกกระชับเอาละค่ะสาว ๆ มาถึงบทสรุปกับผลลัพธ์ที่ได้ทดลองหลังการใช้ Shiseido Ultimune เฟิร์สเซรั่ม ต้องบอกว่ารู้สึกว่าผิวดูเรียบเนียน รู้สึกผิวแน่นกระชับ ผิวดูสุขภาพดี ไม่ระคายเคืองผิวหรือเกิดอาการแพ้ รู้สึกได้ทั้งบำรุงและปกป้อง ใช้แล้วรู้สึกหลงรักอัลติมูนสองนางนี้เลยค่ะใครที่อยากจะมีเซรั่มสามัญประจำผิวไปใช้ให้ผิวสตองเวอร์…ที่นี้ก็เตรียมกระเป๋าลั่น!! กันได้เลย เพื่อนๆ สามารถดูขนาดและราคาของผลิตภัณฑ์ตามด้านล่างนี้ได้เลยค่ะShiseido Ultimune Power Infusing Concentrateขนาด 15 มล. ราคา 1,300 บาทขนาด 30 มล. ราคา 2,600 บาทขนาด 50 มล. ราคา 3,900 บาทขนาด 75 มล. ราคา 5,300 บาทShiseido Ultimune Power Infusing Eye Concentrateขนาด 15 มล. ราคา 2,800 บาทหาซื้อได้ที่ เคาน์เตอร์ชิเซโด้ทุกสาขาทั่วประเทศ
รีวิวอาหารผิว ยั้วๆ จร้า Complex4 ตัวช่วยให้ผิวกระจ่างใส
ไม่ต้องกินวิตามินหลายตัวให้ยุ่งยาก คนรักผิวต้องอ่าน !!
“ผิวสวยมาก...แม่!” ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เป็นคำทักทายของสาว ๆ ในวนิลาเองค่ะ คริ..คริ ก่อนอื่นต้องสวัสดี
เพื่อนๆ สมาชิกเว็บไซต์วนิลาอย่างเป็นทางการค่ะ
ช่วงนี้วนิลาโดนทักบ่อยๆค่ะว่าไปทำอะไรมาผิวดูสวยกระจ่างใส ดูผิวเรียบเนียนขึ้น
มีของดีก็ต้องบอกต่อค่ะ ต้องบอกก่อนค่ะว่าเราเป็นหนึ่งในสาววนิลาที่ไม่ได้มีผิวพรรณที่สวยเหมือนคนอื่นเค้า
คือเมื่อก่อนเราเป็นคนที่มีผิวหยาบกระด้าง ผิวไม่เรียบเนียน แถมเป็นที่ฮอร์โมนไม่คงที่ เพราะสังเกตจากสิวที่ขึ้น
เยอะจนไม่อยากสัมผัสหน้าตัวเองเลย จนเราได้ลองมาทานวิตามินอาหารผิวตัวนี้ กินมาได้สักพักนึงละค่ะ ก็เริ่ม
เห็นความเปลี่ยนแปลงจากตัวเองเวลาสัมผัส รู้สึกว่าผิวเรากระจ่างใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น ผิวดูเปล่งปลั่ง และรู้สึก
ว่าตั้งแต่กินอาหารผิวตัวนี้ สิวลดลง พอคนรอบข้างเริ่มทักถึงมั่นใจว่าเราไม่ได้คิดไปเอง
เลยมารีวิว ยั้ว ๆ เอาใจคนรักผิวกันหน่อย...ด้วย Complex4 (คอมเพล็กซ์ โฟร์) อาหารผิวที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส
ไม่ต้องกินวิตามินหลายตัวให้ยุ่งยาก ตัวเดียวจบ

เรามาดูส่วนประกอบสำคัญของนางจะดีขนาดไหน มีอะไรบ้าง ตามมาค่ะ..

ขอบอกว่านางไม่ใช่ไก่ กา นะคะ เพราะนางผลิตและนำเข้าจากประเทศออสเตรเลียเลยหล่ะค่ะ
มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติที่ดีสำหรับผิวถึง 4 ชนิด ประกอบไปด้วย
1. Hydrolyzed Fish Collagen ไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน คอลลาเจนที่ได้จากปลาทะเลน้ำลึก ดูดซึมง่าย ช่วยปรับ
โครงสร้างของผิวให้แข็งแรงและเรียบตึงขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง ลดรอยเหี่ยวย่นหมองคล้ำ
ทำให้ผิวคงความอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
2. Grape Seed Oil สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นแหล่งวิตามินซีและอีที่ยอดเยี่ยมรวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ
ที่รู้จักกันในชื่อ ฟลาโวนอยด์ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวและชะลอวัย
3. Evening Primrose Oil สารสกัดจากดอกอิฟนิ่งพริมโรส มีสาร GLA ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่
สามารถสังเคราะห์เองได้ ช่วยลดสิว บำรุงผิว และปรับสมดุลฮอร์โมน
4. Lyophilized Royal Jelly รอยัลเยลลี่ นมผึ้งเข้มข้น 6% 10HDA จากประเทศออสเตรเลียอุดมไปด้วยวิตามินบี
รวมและสารช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในการปรับฮอร์โมนและสมดุลของร่ายกายและผิวพรรณ


วิธีรับประทาน : 1 เม็ด ก่อนนอน
เป็นยังไงคะคุณสมบัตินาง เริศ เริศ สวยๆ ค่า!! ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากมีผิวสวย สุขภาพดีก็ใช้
ตัวนี้เสริมได้เลย ทานง่ายไม่ยุ่งยาก แล้วอย่าลืมอ่านคำเตือนที่อยู่ด้านหลังกล่องด้วยนะคะ
และเพื่อนๆไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะเค้ามี อย. ค่ะมั่นใจได้ปลอดภัย 100%
ตอนนี้เค้ามีโปรดีๆ อยู่ *1 กล่อง โปรโมชั่น 890 บาท, ซื้อ 2 กล่องแถม 1 กล่อง ในราคา 2500 บาท*
ใครที่สนใจอยากซื้อมาทานก็รีบๆ รัวๆเลยค่ะ ไม่ต้องลังเล เดี๋ยวโปรหมดไม่รู้ด้วยน้า...
ช่องทางการติดต่อสั่งซื้ออยู่ด้านล่างนี้เลยจ้า!!
Line @ : @complex4
รีวิวอาหารผิว ยั้วๆ จร้า Complex4 ตัวช่วยให้ผิวกระจ่างใส
รีวิวอาหารผิว ยั้วๆ จร้า Complex4 ตัวช่วยให้ผิวกระจ่างใสไม่ต้องกินวิตามินหลายตัวให้ยุ่งยาก คนรักผิวต้องอ่าน !!“ผิวสวยมาก...แม่!” ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เป็นคำทักทายของสาว ๆ ในวนิลาเองค่ะ คริ..คริ ก่อนอื่นต้องสวัสดีเพื่อนๆ สมาชิกเว็บไซต์วนิลาอย่างเป็นทางการค่ะช่วงนี้วนิลาโดนทักบ่อยๆค่ะว่าไปทำอะไรมาผิวดูสวยกระจ่างใส ดูผิวเรียบเนียนขึ้น มีของดีก็ต้องบอกต่อค่ะ ต้องบอกก่อนค่ะว่าเราเป็นหนึ่งในสาววนิลาที่ไม่ได้มีผิวพรรณที่สวยเหมือนคนอื่นเค้า คือเมื่อก่อนเราเป็นคนที่มีผิวหยาบกระด้าง ผิวไม่เรียบเนียน แถมเป็นที่ฮอร์โมนไม่คงที่ เพราะสังเกตจากสิวที่ขึ้นเยอะจนไม่อยากสัมผัสหน้าตัวเองเลย จนเราได้ลองมาทานวิตามินอาหารผิวตัวนี้ กินมาได้สักพักนึงละค่ะ ก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงจากตัวเองเวลาสัมผัส รู้สึกว่าผิวเรากระจ่างใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น ผิวดูเปล่งปลั่ง และรู้สึกว่าตั้งแต่กินอาหารผิวตัวนี้ สิวลดลง พอคนรอบข้างเริ่มทักถึงมั่นใจว่าเราไม่ได้คิดไปเอง เลยมารีวิว ยั้ว ๆ เอาใจคนรักผิวกันหน่อย...ด้วย Complex4 (คอมเพล็กซ์ โฟร์) อาหารผิวที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสไม่ต้องกินวิตามินหลายตัวให้ยุ่งยาก ตัวเดียวจบComplex4 by Nature Plus เรามาดูส่วนประกอบสำคัญของนางจะดีขนาดไหน มีอะไรบ้าง ตามมาค่ะ.. ขอบอกว่านางไม่ใช่ไก่ กา นะคะ เพราะนางผลิตและนำเข้าจากประเทศออสเตรเลียเลยหล่ะค่ะ มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติที่ดีสำหรับผิวถึง 4 ชนิด ประกอบไปด้วย1. Hydrolyzed Fish Collagen ไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน คอลลาเจนที่ได้จากปลาทะเลน้ำลึก ดูดซึมง่าย ช่วยปรับโครงสร้างของผิวให้แข็งแรงและเรียบตึงขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง ลดรอยเหี่ยวย่นหมองคล้ำ ทำให้ผิวคงความอ่อนเยาว์อยู่เสมอ2. Grape Seed Oil สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นแหล่งวิตามินซีและอีที่ยอดเยี่ยมรวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่รู้จักกันในชื่อ ฟลาโวนอยด์ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวและชะลอวัย3. Evening Primrose Oil สารสกัดจากดอกอิฟนิ่งพริมโรส มีสาร GLA ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ช่วยลดสิว บำรุงผิว และปรับสมดุลฮอร์โมน4. Lyophilized Royal Jelly รอยัลเยลลี่ นมผึ้งเข้มข้น 6% 10HDA จากประเทศออสเตรเลียอุดมไปด้วยวิตามินบีรวมและสารช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในการปรับฮอร์โมนและสมดุลของร่ายกายและผิวพรรณ วิธีรับประทาน : 1 เม็ด ก่อนนอนเป็นยังไงคะคุณสมบัตินาง เริศ เริศ สวยๆ ค่า!! ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากมีผิวสวย สุขภาพดีก็ใช้ตัวนี้เสริมได้เลย ทานง่ายไม่ยุ่งยาก แล้วอย่าลืมอ่านคำเตือนที่อยู่ด้านหลังกล่องด้วยนะคะและเพื่อนๆไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะเค้ามี อย. ค่ะมั่นใจได้ปลอดภัย 100% ตอนนี้เค้ามีโปรดีๆ อยู่ *1 กล่อง โปรโมชั่น 890 บาท, ซื้อ 2 กล่องแถม 1 กล่อง ในราคา 2500 บาท* ใครที่สนใจอยากซื้อมาทานก็รีบๆ รัวๆเลยค่ะ ไม่ต้องลังเล เดี๋ยวโปรหมดไม่รู้ด้วยน้า...ช่องทางการติดต่อสั่งซื้ออยู่ด้านล่างนี้เลยจ้า!!Line @ : @complex4FB :
เปิดตัวไอเท็มตัวท๊อปสำหรับผิวแพ้ง่าย! SKINPRO
เอ้า! ใครขี้แพ้ ยกมือขึ้น!
เชื่อว่าสาวๆทุกคนอยากมีผิวสวยสุขภาพดี แต่กลับมีผิวแพ้ง่าย ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็แพ้ จะทำยังไงดี? วันนี้วนิลาจึงอยากแนะนำให้รู้จักกับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ แบรนด์ SKINPRO 4 ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง แถมยังช่วยปลอบประโลมผิว และทำให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำได้อีกด้วย ขอบอกเลยว่า สาว ๆ ส่วนใหญ่ ที่ได้ลองใช้ SKINPRO ติดใจกันทุกคน เพราะเห็นผลจริง วนิลาจึงหยิบมาลองใช้ดูบ้างจ้า
แต่เอ๊ะ! สาว ๆ คงสงสัยกันอยู่ใช่ไหมว่า ทำไมถึงใช้ผลิตภัณฑ์ SKINPRO แล้วไม่แพ้ล่ะ ก็เพราะผลิตภัณฑ์ของ SKINPRO ทุกตัวใช้สารสกัดจากธรรมชาติ 100% และปราศจากสารเคมี 7 ตัว ได้แก่ สเตียรอยด์, ซิลิโคน, พาราเบน, SLS, แอลกอฮอล์, น้ำมันแร่สีและน้ำหอม ซึ่งเขาได้เขียนบอกส่วนผสมไว้ที่กล่องผลิตภัณฑ์ทุกตัวด้วยนะ แถมผลิตภัณฑ์ SKINPRO นี้ถูกคิดค้นและพัฒนาสูตรโดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ปี ยิ่งทำให้มั่นใจว่าปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด สำหรับผิวบอบบางและแพ้ง่ายแน่นอนจ้า
วนิลาไม่รอช้าล่ะนะ เรามาเริ่มที่ผลิตภัณฑ์ตัวแรกกันก่อนเลย ที่วนิลาชื่นชอบมากก
OVERNIGHT RECOVERY MASK - มาส์กก่อนนอน ช่วย detox ฟื้นฟู ให้ความชุ่มชื้น
30 g./ 1,290 .-
ฟื้นฟูผิวง่าย ๆ ด้วยมาส์กก่อนนอนสูตรอ่อนโยน ที่นอกจากจะช่วยล้างสารพิษออกจากเซลล์ผิวแล้ว ยังช่วยบำรุงฟื้นฟูและให้ความชุ่มชื้นกับผิวอย่างล้ำลึก เป็นสูตรสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เพราะปราศจากสารเคมี 7 ชนิด จึงไม่เป็นอันตรายต่อผิว โดยเฉพาะแอลกอฮอล์และน้ำหอมที่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวส่วนใหญ่ต้องมีกัน แถมยังตอบโจทย์คนที่ชอบมาส์กหน้า แต่ชอบเผลอหลับทั้ง ๆ ที่ยังมาส์กหน้าอยู่

เนื้อครีมของเจ้ามาส์กตัวนี้ จะมีลักษณะคล้ายเนื้อเจลครีม สีฟ้าอ่อนๆ ที่เห็นว่าเป็นสีฟ้า เขาไม่ได้ใส่สารหรือสีผสมนะจ๊ะ เขาสกัดมาจากแร่หินบริสุทธิ์สีฟ้ามาลาไคท์ ที่ช่วยช่วยกำจัดและยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ Anti-Oxidant และช่วยล้างสารพิษออกจากเซลล์ผิว
ส่วนใครที่มีผิวแห้งเป็นขุย แม้แต่บริเวณ T-Zone ก็แห้งแล้วนี่ เจ้าตัวนี้ตอบโจทย์ เพราะนอกจากจะช่วยบำรุงฟื้นฟูโครงสร้างของผิวแล้ว ยังให้ความชุ่มชื้นกับผิวอย่างล้ำลึกได้มากกว่า 155% ด้วย Multi-molecular Hyaluronic Complex ที่รวม Hya ที่จำเป็นทั้ง 4 ชนิด เสมือนเป็นตาข่ายคอยปกป้องผิวจากมลภาวะและรังสีที่ทำอันตรายกับผิวของเรา พร้อมกับเป็นอ่างเก็บน้ำให้กับผิวด้วย เมื่อไหร่ที่ผิวแห้งเจ้าตัวนี้แหล่ะที่จะคอยเติมน้ำ ให้ผิวชุ่มชื้น รู้สึกนุ่มสบายผิวทันทีที่ทาและคงความชุ่มชื้นให้กับผิวยาวนาน เสริมสร้างชั้นผิวให้กลับมาแข็งแรง ไม่แพ้ง่ายอีกต่อไป
จุดเด่นของผลิตภัณ์ตัวนี้ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Emulsifier-free หรือการพัฒนาสูตรโดยใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุด เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ emulsifier หรือสารลดแรงตึงผิว ที่เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการพัฒนาสูตรครีม ซึ่งส่งผลให้ผิวอ่อนแอและแพ้ง่ายในระยะยาว จากการที่เกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติค่อยๆถูกทำลายลงจากสารนี้

วิธีใช้ :
ตักมาส์กก่อนนอนขนาดหนึ่งไม้พายหรือประมาณขนาดเมล็ดอัลมอนด์ ทาหลังทำความสะอาดผิวหน้าเป็นขั้นตอนสุดท้ายในตอนเย็นหรือก่อนเข้านอน
มาต่อกันที่ผลิตภัณฑ์ตัวที่ 2 กันค่ะ ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ต้องการ ลดอาการแพ้และอักเสบของผิว
ALL-DAY TREATMENT - เซรั่มฟื้นฟูปลอบประโลมผิวแพ้ ให้กลับมาแข็งแรงหายแพ้
30 g./ 1,090 .-
อาการผิวแพ้ อักเสบ ระคายเคือง ผิวติดสเตียรอยด์ จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะผลิตภัณฑ์ All - Day Treatment ตัวนี้จะช่วยคุณหายจากอาการเหล่านี้ได้ พร้อมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวของคุณควบคู่กัน ด้วยเนื้อเซรั่มที่บางเบา ทาแล้วซึมซาบไว ไม่ทำให้ผิวอุดตัน จึงสามารถทาทับเครื่องสำอางระหว่างวันได้ ที่สำคัญอ่อนโยนต่อผิว เห็นหลอดเล็กแบบนี้ ความสามารถไม่จิ๋วเลยนะจ๊ะ เรามาดูคุณสมบัติของตัว All - Day Treatment กันค่ะ

ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 8 ชนิดรวมถึง Purslane ช่วยปลอบประโลมอาการแพ้ระคายเคือง แดงคัน อักเสบได้อย่างดี เรียกได้ว่าน้องๆสเตียรอยด์เลยทีเดียวแต่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวในระยะยาวเลยเพราะใช้สารสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาติล้วนๆจ้า
นอกจากนี้ยังช่วยลดการเกิดสิวและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยสารสกัดจากน้ำผึ้งป่าสีขาวจากเกาะฮาวาย ที่ให้ความชุ่มชื้นสูงกว่าน้ำผึ้งชนิดอื่นๆถึง 30% ส่วนใครที่มีผิวมันก็ไม่ต้องห่วง เพราะเซรั่มตัวนี้เมื่อทาแล้วจะไม่ทิ้งความมันบนใบหน้า อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ลดอาการผิวอักเสบ ทั้งยังอุดมด้วยแร่ธาตุบริสุทธิ์จากภูเขาไฟ ช่วยป้องกันและลดรอยแผลเป็น สมานผิว
ยิ่งเมื่อเราต้องเจอมลภาวะจัด ๆ แทบจะทุกวัน ทา All-Day Treatment เป็นประจำจะช่วยปกป้องคอลลาเจนใต้ผิวของเราไม่ให้ถูกทำลายด้วยนะ เพราะมีสารสกัดจากแพลงตอนทะเลทราย Ectoin ที่ทำงานร่วมกับสารสกัดจาก Peony ที่ไม่เพียงแต่ปกป้องแต่ยังช่วยขจัดสารพิษและมลภาวะออกจากผิวอย่างล้ำลึก พร้อมทั้งฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงขึ้นในเวลาเดียวกัน
วิธีใช้ :
ทาเซรั่มขนาดเท่าเม็ดไข่มุกหลังทำความสะอาดผิวหน้าเช้า/เย็น หรือเมื่อผิวต้องการการปลอบประโลมระหว่างวัน สามารถทาทับเครื่องสำอางได้
สำหรับผลิตภัณฑ์กันแดด วนิลาเชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องใช้เป็นประจำทุกวันอยู่แล้วล่ะ เพราะแดดบ้านเราแรงยิ่งกว่า wifi 4G เสียอีก ว่าแต่กันแดดของ SKINPRO แตกต่างจากตัวอื่นอย่างไรเรามาดูกัน
SUNSCREEN FOR SENSITIVE SKIN - กันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย คุมมัน ไม่ทำให้เกิดสิว
30 g./ 990 .-
มาถึงตัวกันแดดกันบ้างที่ขาดไม่ได้เลย ด้วย SPF50+/PA++++ สูตรสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เนื้อ Light Emulsion ทำให้ไม่เหนอะหนะ ทาแล้วแห้งเร็ว ซึมไว จึงไม่ทำให้ผิวมันและเกิดสิว (Oil & Acne Control) เพราะกันแดดส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นกัน มักจะมีส่วนผสมของน้ำมัน ซึ่งทาแล้วจะรู้สึกหน้ามันมาก จึงทำให้สาว ๆ ที่มีผิวหน้ามันส่วนใหญ่ไม่ชอบกัน แต่สำหรับ Sunscreen For Sensitive Skin ตัวนี้ไม่เหมือนใคร แถมยังลดการเกิดอนุมูลอิสระอีกด้วย
นอกจากความบางเบาของเนื้อครีมแล้ว จุดเด่นของกันแดดตัวนี้ก็คือการปกป้องผิวจาก UVA UVB รังสี IR และ Blue Light อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยคุณสมบัติพิเศษของกันแดดตัวนี้ คือ คงทนต่อแสงรังสีสูงสุด เมื่อโดนแดดแล้วไม่กระจายตัว (Photostable) เพราะใช้โมเลกุลกันแดดพรีเมี่ยม Tinosorb S และ M พร้อมกับเทคโนโลยีปรับโทนสีผิวให้เนียนสว่าง

วิธีใช้ :
ทาทั่วบริเวณผิวหน้าและลำคอ เป็นลำดับสุดท้ายหลังใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวช่วงเช้า
มาถึงผลิตภัณฑ์ตัวสุดท้ายที่วนิลาอยากแนะนำ คือ Cleanser ph 5.5 ที่ไม่ทำอันตรายต่อผิว แต่สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกถึงเซลล์ผิวเลยล่ะ
PEPTIDE CLEANSER - คลีนเซอร์ pH 5.5 สูตรสำหรับผิวบอบบาง
80 g./ 379 .-
คลีนเซอร์เนื้อครีมโฟม แบบไม่มีฟอง pH 5.5 สูตรสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ นอกจากจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้สะอาดล้ำลึกแล้ว ยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพอย่างอ่อนโยนและลดการระคายเคืองอีกด้วย ด้วยเปปไทด์สารสกัดจากเมล็ดมะรุม และปรับสมดุลผิวให้จุลินทรีย์ชนิดดีดำรงอยู่ได้ (Skin Microbiota) เสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ไม่แพ้ง่ายอีกต่อไป
ต้องบอกเลยว่าใช้แล้วเจ้าคลีนเซอร์แล้ว รู้สึกผิวหน้าสะอาด นุ่ม สุขภาพดีเลยทีเดียว สาวๆคนไหนกำลังหาคลีนเซอร์ที่ตอบโจทย์ผิวบอบบาง ลองเจ้าตัวนี้ดูนะค้า

วิธีใช้ :
นวดเนื้อคลีนเซอร์ปริมาณเท่าเมล็ดอัลมอนด์หรือเท่าที่เหมาะสมให้ทั่วใบหน้า (*ไม่ต้องขยี้เนื้อคลีนเซอร์ในมือก่อน) แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
Tips:
หากวันไหนที่ต้องออกงาน โปะเครื่องสำอางจัด ให้ล้างเครื่องสำอางด้วยผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางก่อน แล้วล้างออกด้วย Peptide Cleanser
ย้ำกันอีกครั้งนะจ๊ะ ผลิตภัณฑ์ SKINPRO ทุกตัวปราศจากสารเคมี 7 ชนิดที่เป็นศัตรูของผิวตามนี้จ้า
- สเตียรอยด์
- ซิลิโคน
- พาราเบน
- SLS (Sodium Lauryl Sulfate)
- แอลกอฮอล์
- น้ำมันแร่
- สี และน้ำหอม
หาซื้อ ผลิตภัณฑ์ SKINPRO ตามนี้ได้เลยจ้า
➔ ร้าน All About You 30 สาขาทั่วกทม. และ ต่างจังหวัด
➔ สั่งซื้อออนไลน์
- Facebook: /
- Instagram: skinproderma
- Line: @skinproderma หรือกดที่ลิงค์นี้เลย http://bit.ly/2MjxzxB
➔ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website: https://www.skinproderma.com/th/

เปิดตัวไอเท็มตัวท๊อปสำหรับผิวแพ้ง่าย! SKINPRO
เปิดตัวไอเท็มตัวท๊อปสำหรับผิวแพ้ง่าย! SKINPRO เอ้า! ใครขี้แพ้ ยกมือขึ้น! เชื่อว่าสาวๆทุกคนอยากมีผิวสวยสุขภาพดี แต่กลับมีผิวแพ้ง่าย ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็แพ้ จะทำยังไงดี? วันนี้วนิลาจึงอยากแนะนำให้รู้จักกับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ แบรนด์ SKINPRO 4 ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง แถมยังช่วยปลอบประโลมผิว และทำให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำได้อีกด้วย ขอบอกเลยว่า สาว ๆ ส่วนใหญ่ ที่ได้ลองใช้ SKINPRO ติดใจกันทุกคน เพราะเห็นผลจริง วนิลาจึงหยิบมาลองใช้ดูบ้างจ้า แต่เอ๊ะ! สาว ๆ คงสงสัยกันอยู่ใช่ไหมว่า ทำไมถึงใช้ผลิตภัณฑ์ SKINPRO แล้วไม่แพ้ล่ะ ก็เพราะผลิตภัณฑ์ของ SKINPRO ทุกตัวใช้สารสกัดจากธรรมชาติ 100% และปราศจากสารเคมี 7 ตัว ได้แก่ สเตียรอยด์, ซิลิโคน, พาราเบน, SLS, แอลกอฮอล์, น้ำมันแร่สีและน้ำหอม ซึ่งเขาได้เขียนบอกส่วนผสมไว้ที่กล่องผลิตภัณฑ์ทุกตัวด้วยนะ แถมผลิตภัณฑ์ SKINPRO นี้ถูกคิดค้นและพัฒนาสูตรโดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ปี ยิ่งทำให้มั่นใจว่าปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด สำหรับผิวบอบบางและแพ้ง่ายแน่นอนจ้าวนิลาไม่รอช้าล่ะนะ เรามาเริ่มที่ผลิตภัณฑ์ตัวแรกกันก่อนเลย ที่วนิลาชื่นชอบมากกOVERNIGHT RECOVERY MASK - มาส์กก่อนนอน ช่วย detox ฟื้นฟู ให้ความชุ่มชื้น30 g./ 1,290 .- ฟื้นฟูผิวง่าย ๆ ด้วยมาส์กก่อนนอนสูตรอ่อนโยน ที่นอกจากจะช่วยล้างสารพิษออกจากเซลล์ผิวแล้ว ยังช่วยบำรุงฟื้นฟูและให้ความชุ่มชื้นกับผิวอย่างล้ำลึก เป็นสูตรสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เพราะปราศจากสารเคมี 7 ชนิด จึงไม่เป็นอันตรายต่อผิว โดยเฉพาะแอลกอฮอล์และน้ำหอมที่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวส่วนใหญ่ต้องมีกัน แถมยังตอบโจทย์คนที่ชอบมาส์กหน้า แต่ชอบเผลอหลับทั้ง ๆ ที่ยังมาส์กหน้าอยู่ เนื้อครีมของเจ้ามาส์กตัวนี้ จะมีลักษณะคล้ายเนื้อเจลครีม สีฟ้าอ่อนๆ ที่เห็นว่าเป็นสีฟ้า เขาไม่ได้ใส่สารหรือสีผสมนะจ๊ะ เขาสกัดมาจากแร่หินบริสุทธิ์สีฟ้ามาลาไคท์ ที่ช่วยช่วยกำจัดและยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ Anti-Oxidant และช่วยล้างสารพิษออกจากเซลล์ผิว ส่วนใครที่มีผิวแห้งเป็นขุย แม้แต่บริเวณ T-Zone ก็แห้งแล้วนี่ เจ้าตัวนี้ตอบโจทย์ เพราะนอกจากจะช่วยบำรุงฟื้นฟูโครงสร้างของผิวแล้ว ยังให้ความชุ่มชื้นกับผิวอย่างล้ำลึกได้มากกว่า 155% ด้วย Multi-molecular Hyaluronic Complex ที่รวม Hya ที่จำเป็นทั้ง 4 ชนิด เสมือนเป็นตาข่ายคอยปกป้องผิวจากมลภาวะและรังสีที่ทำอันตรายกับผิวของเรา พร้อมกับเป็นอ่างเก็บน้ำให้กับผิวด้วย เมื่อไหร่ที่ผิวแห้งเจ้าตัวนี้แหล่ะที่จะคอยเติมน้ำ ให้ผิวชุ่มชื้น รู้สึกนุ่มสบายผิวทันทีที่ทาและคงความชุ่มชื้นให้กับผิวยาวนาน เสริมสร้างชั้นผิวให้กลับมาแข็งแรง ไม่แพ้ง่ายอีกต่อไป จุดเด่นของผลิตภัณ์ตัวนี้ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Emulsifier-free หรือการพัฒนาสูตรโดยใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุด เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ emulsifier หรือสารลดแรงตึงผิว ที่เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการพัฒนาสูตรครีม ซึ่งส่งผลให้ผิวอ่อนแอและแพ้ง่ายในระยะยาว จากการที่เกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติค่อยๆถูกทำลายลงจากสารนี้วิธีใช้ :ตักมาส์กก่อนนอนขนาดหนึ่งไม้พายหรือประมาณขนาดเมล็ดอัลมอนด์ ทาหลังทำความสะอาดผิวหน้าเป็นขั้นตอนสุดท้ายในตอนเย็นหรือก่อนเข้านอน มาต่อกันที่ผลิตภัณฑ์ตัวที่ 2 กันค่ะ ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ต้องการ ลดอาการแพ้และอักเสบของผิวALL-DAY TREATMENT - เซรั่มฟื้นฟูปลอบประโลมผิวแพ้ ให้กลับมาแข็งแรงหายแพ้30 g./ 1,090 .- อาการผิวแพ้ อักเสบ ระคายเคือง ผิวติดสเตียรอยด์ จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะผลิตภัณฑ์ All - Day Treatment ตัวนี้จะช่วยคุณหายจากอาการเหล่านี้ได้ พร้อมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวของคุณควบคู่กัน ด้วยเนื้อเซรั่มที่บางเบา ทาแล้วซึมซาบไว ไม่ทำให้ผิวอุดตัน จึงสามารถทาทับเครื่องสำอางระหว่างวันได้ ที่สำคัญอ่อนโยนต่อผิว เห็นหลอดเล็กแบบนี้ ความสามารถไม่จิ๋วเลยนะจ๊ะ เรามาดูคุณสมบัติของตัว All - Day Treatment กันค่ะ ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 8 ชนิดรวมถึง Purslane ช่วยปลอบประโลมอาการแพ้ระคายเคือง แดงคัน อักเสบได้อย่างดี เรียกได้ว่าน้องๆสเตียรอยด์เลยทีเดียวแต่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวในระยะยาวเลยเพราะใช้สารสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาติล้วนๆจ้า นอกจากนี้ยังช่วยลดการเกิดสิวและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยสารสกัดจากน้ำผึ้งป่าสีขาวจากเกาะฮาวาย ที่ให้ความชุ่มชื้นสูงกว่าน้ำผึ้งชนิดอื่นๆถึง 30% ส่วนใครที่มีผิวมันก็ไม่ต้องห่วง เพราะเซรั่มตัวนี้เมื่อทาแล้วจะไม่ทิ้งความมันบนใบหน้า อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ลดอาการผิวอักเสบ ทั้งยังอุดมด้วยแร่ธาตุบริสุทธิ์จากภูเขาไฟ ช่วยป้องกันและลดรอยแผลเป็น สมานผิว ยิ่งเมื่อเราต้องเจอมลภาวะจัด ๆ แทบจะทุกวัน ทา All-Day Treatment เป็นประจำจะช่วยปกป้องคอลลาเจนใต้ผิวของเราไม่ให้ถูกทำลายด้วยนะ เพราะมีสารสกัดจากแพลงตอนทะเลทราย Ectoin ที่ทำงานร่วมกับสารสกัดจาก Peony ที่ไม่เพียงแต่ปกป้องแต่ยังช่วยขจัดสารพิษและมลภาวะออกจากผิวอย่างล้ำลึก พร้อมทั้งฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงขึ้นในเวลาเดียวกันวิธีใช้ :ทาเซรั่มขนาดเท่าเม็ดไข่มุกหลังทำความสะอาดผิวหน้าเช้า/เย็น หรือเมื่อผิวต้องการการปลอบประโลมระหว่างวัน สามารถทาทับเครื่องสำอางได้ สำหรับผลิตภัณฑ์กันแดด วนิลาเชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องใช้เป็นประจำทุกวันอยู่แล้วล่ะ เพราะแดดบ้านเราแรงยิ่งกว่า wifi 4G เสียอีก ว่าแต่กันแดดของ SKINPRO แตกต่างจากตัวอื่นอย่างไรเรามาดูกันSUNSCREEN FOR SENSITIVE SKIN - กันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย คุมมัน ไม่ทำให้เกิดสิว30 g./ 990 .- มาถึงตัวกันแดดกันบ้างที่ขาดไม่ได้เลย ด้วย SPF50+/PA++++ สูตรสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เนื้อ Light Emulsion ทำให้ไม่เหนอะหนะ ทาแล้วแห้งเร็ว ซึมไว จึงไม่ทำให้ผิวมันและเกิดสิว (Oil & Acne Control) เพราะกันแดดส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นกัน มักจะมีส่วนผสมของน้ำมัน ซึ่งทาแล้วจะรู้สึกหน้ามันมาก จึงทำให้สาว ๆ ที่มีผิวหน้ามันส่วนใหญ่ไม่ชอบกัน แต่สำหรับ Sunscreen For Sensitive Skin ตัวนี้ไม่เหมือนใคร แถมยังลดการเกิดอนุมูลอิสระอีกด้วย นอกจากความบางเบาของเนื้อครีมแล้ว จุดเด่นของกันแดดตัวนี้ก็คือการปกป้องผิวจาก UVA UVB รังสี IR และ Blue Light อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยคุณสมบัติพิเศษของกันแดดตัวนี้ คือ คงทนต่อแสงรังสีสูงสุด เมื่อโดนแดดแล้วไม่กระจายตัว (Photostable) เพราะใช้โมเลกุลกันแดดพรีเมี่ยม Tinosorb S และ M พร้อมกับเทคโนโลยีปรับโทนสีผิวให้เนียนสว่าง วิธีใช้ :ทาทั่วบริเวณผิวหน้าและลำคอ เป็นลำดับสุดท้ายหลังใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวช่วงเช้า มาถึงผลิตภัณฑ์ตัวสุดท้ายที่วนิลาอยากแนะนำ คือ Cleanser ph 5.5 ที่ไม่ทำอันตรายต่อผิว แต่สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกถึงเซลล์ผิวเลยล่ะPEPTIDE CLEANSER - คลีนเซอร์ pH 5.5 สูตรสำหรับผิวบอบบาง80 g./ 379 .- คลีนเซอร์เนื้อครีมโฟม แบบไม่มีฟอง pH 5.5 สูตรสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ นอกจากจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้สะอาดล้ำลึกแล้ว ยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพอย่างอ่อนโยนและลดการระคายเคืองอีกด้วย ด้วยเปปไทด์สารสกัดจากเมล็ดมะรุม และปรับสมดุลผิวให้จุลินทรีย์ชนิดดีดำรงอยู่ได้ (Skin Microbiota) เสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ไม่แพ้ง่ายอีกต่อไป ต้องบอกเลยว่าใช้แล้วเจ้าคลีนเซอร์แล้ว รู้สึกผิวหน้าสะอาด นุ่ม สุขภาพดีเลยทีเดียว สาวๆคนไหนกำลังหาคลีนเซอร์ที่ตอบโจทย์ผิวบอบบาง ลองเจ้าตัวนี้ดูนะค้าวิธีใช้ :นวดเนื้อคลีนเซอร์ปริมาณเท่าเมล็ดอัลมอนด์หรือเท่าที่เหมาะสมให้ทั่วใบหน้า (*ไม่ต้องขยี้เนื้อคลีนเซอร์ในมือก่อน) แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด Tips:หากวันไหนที่ต้องออกงาน โปะเครื่องสำอางจัด ให้ล้างเครื่องสำอางด้วยผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางก่อน แล้วล้างออกด้วย Peptide Cleanserย้ำกันอีกครั้งนะจ๊ะ ผลิตภัณฑ์ SKINPRO ทุกตัวปราศจากสารเคมี 7 ชนิดที่เป็นศัตรูของผิวตามนี้จ้า - สเตียรอยด์ - ซิลิโคน - พาราเบน - SLS (Sodium Lauryl Sulfate) - แอลกอฮอล์ - น้ำมันแร่ - สี และน้ำหอมหาซื้อ ผลิตภัณฑ์ SKINPRO ตามนี้ได้เลยจ้า ➔ ร้าน All About You 30 สาขาทั่วกทม. และ ต่างจังหวัด ➔ สั่งซื้อออนไลน์ - Facebook: / - Instagram: skinproderma - Line: @skinproderma หรือกดที่ลิงค์นี้เลย http://bit.ly/2MjxzxB ➔ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website: https://www.skinproderma.com/th/
วนิลาบอกเคล็ดลับ “คืนผิวเด็กให้ผิวคุณ” เห็นผลภายใน 28 วัน
ด้วย EXXE´ Phytocell Serum สเต็มเซลล์จากต้นอ่อนอาร์แกน
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ สมาชิกเว็บไซต์วนิลา ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยอย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ นอกจากเรื่องสุขภาพแล้ว การดูแลผิวหน้าของเราก็เป็นสิ่งสำคัญนะจ๊ะ พักหลังจะเห็นได้ว่าวนิลาขยันรีวิวแบบถี่ๆ ก็แหม..มันอดไม่ได้จริงๆ ค่ะ เราได้ใช้ ได้ลองผลิตภัณฑ์อะไรแล้วมันเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ก็ต้องมาแชร์กันหน่อย เพราะของเค้าดีจริงๆ ค่ะ คู้ณณณ
ต่อไปเรามา พับกบ เอ้ย! พบกับ (ขอเล่นมุขนิดนึง55) ไอเท็มเด็ดตัวนี้ก็คือ เซรั่มบำรุงผิวหน้า เพื่อผิวสวยเรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอย และขาวกระจ่างใส นางมาพร้อมสโลแกนที่ว่า “คืนผิวเด็กให้ผิวคุณ”

ขอบอกว่านางเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่มาแรงมาก เพราะสโลแกนและคุณสมบัติของนางที่เปี่ยมคุณภาพในกระปุกเดียว คงไม่ต้องบอกว่าการมีผิวเด็กเป็นสิ่งที่สาวๆทุกคนต้องการอยู่แล้ว จึงทำให้เหล่าสายบิ้วตี้อยากทดลองใช้ วนิลาก็ไม่เอ้าท์นะจ๊ะ ได้ลองแล้วจ้า!
เลยจะมารีวิวให้เพื่อนสมาชิกได้ดูกัน ใครอยากมีผิวเด็กตามมาเลยค่า....
เรามาทำความรู้จักกันเลยดีกว่า ชื่อเต็มของนางคือ EXXE´ Phytocell Anti-Aging And Whitening Facial Serum (เอ็กเซ่ ไฟโตเซลล์ แอนทิ เอจจิ้ง แอนด์ ไวท์เทนนิ่ง เฟเชียล ซีรั่ม) แค่ชื่อก็ไม่ธรรมดาพูดเลย! เดี๋ยวเราจะพูดถึงจุดเด่นของนางและส่วนผสมที่สำคัญ ลิขสิทธิ์เฉพาะ PhytoCellTec ™ (ไฟโตเซลล์เทค) เริศ.....มากแม่!


จุดเด่นของนางคือ เป็นเซรั่มเข้มข้นที่มีส่วนผสมของ “สเต็มเซลล์จากต้นอ่อนอาร์แกน” (พืชที่มีอายุยืนมากที่สุดในทะเลทราย) ซึ่งสเต็มเซลล์นี้นำเข้ามาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน ริ้วรอยดูตื้นขึ้น ฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก เห็นผลภายใน 28 วัน
และมีส่วนผสมของ คอลลาเจน ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ผิวดูอิ่มฟู
มีสารสกัดจากธรรมชาติสูตรเฉพาะจาก EXXE´ ช่วยยับยั้งเมลานินจากภายในปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส
อ่อนโยนแม้ผิวแพ้ง่าย ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังจากสถาบัน DermScan
โอ้ยย....คุณสมบัติ เริศ เริศ ขนาดนี้ถ้าได้ลอง คุ้มมั้ย ถามใจดู
ต่อไป..เรามาเติมความชุ่มชื้นให้ผิวกันค่ะ


เนื้อเซรั่มเข้มข้นระดับ 10 เลยจ้า!! เกลี่ยง่าย ซึบซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆแบบธรรมชาติ และที่สำคัญไม่มีสารพาราเบนด้วยจ๊ะ
เราใช้บำรุงได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
วิธีใช้ : ลูบไล้ เอ็กซ์เซ่ ไฟโตเซลล์ แอนทิ เอจจิ้ง แอนด์ ไวท์เทนนิ่ง เฟเชียล เซรั่ม ผิวหน้าและลำคอ เป็นประจำทุกเช้า-เย็น
หลังจากที่วนิลาได้ทดลองใช้ผลลัพธ์ที่ได้คือ สังเกตความเปลี่ยนแปลงว่าริ้วรอยดูตื้นขึ้นภายใน 28 วันจริงค่ะ รู้สึกว่าผิวกระชับ เรียบเนียนขึ้น รู้สึกว่าผิวขาวกระจ่างใสขึ้นด้วยค่ะ ต้องยอมนางเลยกับสโลแกน "คืนผิวเด็กให้ผิวคุณ" หลงรักนางเลย
ตอนนี้มีวางจำหน่ายแล้วนะยูว์ สามารถหาซื้อได้ที่ร้านวัตสันและร้านขายยาชั้นนำทั่วไป ปริมาณ 30 g. ราคา 990 บาท และ สาวนักช้อปออนไลน์ก็สามารถสั่งซื้อช่องทางออนไลน์ได้ที่ Line : @EXXE , www.exxe.co.th
EXXE´ Phytocell Serum
วนิลาบอกเคล็ดลับ “คืนผิวเด็กให้ผิวคุณ” เห็นผลภายใน 28 วันด้วย EXXE´ Phytocell Serum สเต็มเซลล์จากต้นอ่อนอาร์แกน สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ สมาชิกเว็บไซต์วนิลา ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยอย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ นอกจากเรื่องสุขภาพแล้ว การดูแลผิวหน้าของเราก็เป็นสิ่งสำคัญนะจ๊ะ พักหลังจะเห็นได้ว่าวนิลาขยันรีวิวแบบถี่ๆ ก็แหม..มันอดไม่ได้จริงๆ ค่ะ เราได้ใช้ ได้ลองผลิตภัณฑ์อะไรแล้วมันเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ก็ต้องมาแชร์กันหน่อย เพราะของเค้าดีจริงๆ ค่ะ คู้ณณณต่อไปเรามา พับกบ เอ้ย! พบกับ (ขอเล่นมุขนิดนึง55) ไอเท็มเด็ดตัวนี้ก็คือ เซรั่มบำรุงผิวหน้า เพื่อผิวสวยเรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอย และขาวกระจ่างใส นางมาพร้อมสโลแกนที่ว่า “คืนผิวเด็กให้ผิวคุณ” ขอบอกว่านางเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่มาแรงมาก เพราะสโลแกนและคุณสมบัติของนางที่เปี่ยมคุณภาพในกระปุกเดียว คงไม่ต้องบอกว่าการมีผิวเด็กเป็นสิ่งที่สาวๆทุกคนต้องการอยู่แล้ว จึงทำให้เหล่าสายบิ้วตี้อยากทดลองใช้ วนิลาก็ไม่เอ้าท์นะจ๊ะ ได้ลองแล้วจ้า! เลยจะมารีวิวให้เพื่อนสมาชิกได้ดูกัน ใครอยากมีผิวเด็กตามมาเลยค่า....เรามาทำความรู้จักกันเลยดีกว่า ชื่อเต็มของนางคือ EXXE´ Phytocell Anti-Aging And Whitening Facial Serum (เอ็กเซ่ ไฟโตเซลล์ แอนทิ เอจจิ้ง แอนด์ ไวท์เทนนิ่ง เฟเชียล ซีรั่ม) แค่ชื่อก็ไม่ธรรมดาพูดเลย! เดี๋ยวเราจะพูดถึงจุดเด่นของนางและส่วนผสมที่สำคัญ ลิขสิทธิ์เฉพาะ PhytoCellTec ™ (ไฟโตเซลล์เทค) เริศ.....มากแม่! จุดเด่นของนางคือ เป็นเซรั่มเข้มข้นที่มีส่วนผสมของ “สเต็มเซลล์จากต้นอ่อนอาร์แกน” (พืชที่มีอายุยืนมากที่สุดในทะเลทราย) ซึ่งสเต็มเซลล์นี้นำเข้ามาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน ริ้วรอยดูตื้นขึ้น ฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก เห็นผลภายใน 28 วันและมีส่วนผสมของ คอลลาเจน ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ผิวดูอิ่มฟูมีสารสกัดจากธรรมชาติสูตรเฉพาะจาก EXXE´ ช่วยยับยั้งเมลานินจากภายในปรับผิวให้ขาวกระจ่างใสอ่อนโยนแม้ผิวแพ้ง่าย ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังจากสถาบัน DermScanโอ้ยย....คุณสมบัติ เริศ เริศ ขนาดนี้ถ้าได้ลอง คุ้มมั้ย ถามใจดูต่อไป..เรามาเติมความชุ่มชื้นให้ผิวกันค่ะเนื้อเซรั่มเข้มข้นระดับ 10 เลยจ้า!! เกลี่ยง่าย ซึบซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆแบบธรรมชาติ และที่สำคัญไม่มีสารพาราเบนด้วยจ๊ะ เราใช้บำรุงได้ทั้งกลางวันและกลางคืนวิธีใช้ : ลูบไล้ เอ็กซ์เซ่ ไฟโตเซลล์ แอนทิ เอจจิ้ง แอนด์ ไวท์เทนนิ่ง เฟเชียล เซรั่ม ผิวหน้าและลำคอ เป็นประจำทุกเช้า-เย็นหลังจากที่วนิลาได้ทดลองใช้ผลลัพธ์ที่ได้คือ สังเกตความเปลี่ยนแปลงว่าริ้วรอยดูตื้นขึ้นภายใน 28 วันจริงค่ะ รู้สึกว่าผิวกระชับ เรียบเนียนขึ้น รู้สึกว่าผิวขาวกระจ่างใสขึ้นด้วยค่ะ ต้องยอมนางเลยกับสโลแกน "คืนผิวเด็กให้ผิวคุณ" หลงรักนางเลยตอนนี้มีวางจำหน่ายแล้วนะยูว์ สามารถหาซื้อได้ที่ร้านวัตสันและร้านขายยาชั้นนำทั่วไป ปริมาณ 30 g. ราคา 990 บาท และ สาวนักช้อปออนไลน์ก็สามารถสั่งซื้อช่องทางออนไลน์ได้ที่ Line : @EXXE , www.exxe.co.th/
รีวิว ไดร์เป่าผม Panasonic แบบ วร้าย ๆ
แค่เป่า เท่ากับบำรุง ด้วยเทคโนโลยี nanoe™ & Double Mineral
สวัสดีค่า..สวัสดี สาวๆที่เข้ามาอ่านรีวิวนี้กันนะคะ อู้หูว์..เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีนี่ก้าวล้ำนำสมัยจนวนิลาเกือบ
ตามแทบไม่ทัน คือได้ไปทดลองใช้เครื่องเป่าผม หรือไดร์เป่าผมของพานาโซนิค แค่เป่า เท่ากับบำรุง
ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ เพื่อผมสวยสุขภาพดี ด้วยเทคโนโลยี nanoe™ & Double Mineral ที่ช่วยดูแลเส้นผมให้นุ่มชุ่มชื้น
เงางาม ช่วยป้องกันไฟฟ้าสถิต บำรุงหนังศรีษะให้แข็งแรง ป้องกันผมจากรังสียูวี อีกทั้งยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าอย่างครบครัน

Hair Dryer with nanoe™ & Double Mineral


แค่คุณสมบัติข้างต้นที่พูดมา มันเริศใช่มั้ยหละ เห็นรูปลักษณ์นางแบบนี้ แต่ขอบอกค่ะว่าใช้งานง่ายมาก ไม่หนักมือเลยหละจ๊ะ
แถมการใช้งานก็มีโหมดพิเศษสำหรับ ผม หนังศรีษะและผิว
ขอบอกค่ะว่า..เครื่องเป่าพานาโซนิคเค้ามีโหมดควบคุมอุณภูมิอัจฉริยะ เซนเซอร์อัจฉริยะปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับห้องเพื่อ ความรู้สึกสบายในการเป่าผม
โหมดสลับลมร้อน/เย็นอัตโนมัติ โหมดถนอมหนังศรีษะ และโหมดสกินแคร์ โอ้โห..มีใครให้มากกว่านี้มั้ย
ต่อไปเราจะสาธิตวิธีการใช้งานของแต่ละโหมดให้ดูกันค่ะ
เริ่มจากวิธีใช้โหมดสำหรับ ผม ตามมาเลยจ้า..

มีปุ่มปรับหลายโหมดสลับลมร้อน/เย็น

อ่อนโยนและแห้งไว ความรู้สึกสบายในการเป่า

วิธีใช้โหมดถนอมหนังศรีษะ

กดปุ่มมาที่ SCALP

อ่อนโยน ลดความตึง เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ของหนังศรีษะ

วิธีใช้โหมดสกินแคร์

กดปุ่มมาที่ SKIN

เพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิว


เป็นยังไงกันบ้างค่ะการใช้งานง่ายๆ มีหลายโหมดให้เราได้เล่น แถมประหยัดเวลา ผมตรงสวยแบบไม่ต้องเข้าร้านทำผมเลย แค่มีเจ้าเครื่องเป่าผมตัวนี้ต่อไปก็คงหายห่วงได้เส้นผมที่แข็งแรง เงางาม ไม่แห้งเสีย และบำรุงหนังศรีษะให้แข็งแรงอีกด้วย บำรุงขนาดนี้ผมสวยไปอีก..แม่!
สาว ๆ ที่สนใจเครื่องเป่าผม PANASONIC nanoe™ & Double Mineral ตัวนี้ก็
สามารถคลิกเข้าไปดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้นะคะ
คลิก!! : http://bit.ly/2V8ZjZV
คลิก!! : http://bit.ly/2V5tOQy
รีวิว ไดร์เป่าผม Panasonic แบบ วร้าย ๆ
รีวิว ไดร์เป่าผม Panasonic แบบ วร้าย ๆแค่เป่า เท่ากับบำรุง ด้วยเทคโนโลยี nanoe™ & Double Mineralสวัสดีค่า..สวัสดี สาวๆที่เข้ามาอ่านรีวิวนี้กันนะคะ อู้หูว์..เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีนี่ก้าวล้ำนำสมัยจนวนิลาเกือบตามแทบไม่ทัน คือได้ไปทดลองใช้เครื่องเป่าผม หรือไดร์เป่าผมของพานาโซนิค แค่เป่า เท่ากับบำรุงซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ เพื่อผมสวยสุขภาพดี ด้วยเทคโนโลยี nanoe™ & Double Mineral ที่ช่วยดูแลเส้นผมให้นุ่มชุ่มชื้น เงางาม ช่วยป้องกันไฟฟ้าสถิต บำรุงหนังศรีษะให้แข็งแรง ป้องกันผมจากรังสียูวี อีกทั้งยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าอย่างครบครันHair Dryer with nanoe™ & Double Mineralแค่คุณสมบัติข้างต้นที่พูดมา มันเริศใช่มั้ยหละ เห็นรูปลักษณ์นางแบบนี้ แต่ขอบอกค่ะว่าใช้งานง่ายมาก ไม่หนักมือเลยหละจ๊ะ แถมการใช้งานก็มีโหมดพิเศษสำหรับ ผม หนังศรีษะและผิว ขอบอกค่ะว่า..เครื่องเป่าพานาโซนิคเค้ามีโหมดควบคุมอุณภูมิอัจฉริยะ เซนเซอร์อัจฉริยะปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับห้องเพื่อ ความรู้สึกสบายในการเป่าผม โหมดสลับลมร้อน/เย็นอัตโนมัติ โหมดถนอมหนังศรีษะ และโหมดสกินแคร์ โอ้โห..มีใครให้มากกว่านี้มั้ยต่อไปเราจะสาธิตวิธีการใช้งานของแต่ละโหมดให้ดูกันค่ะเริ่มจากวิธีใช้โหมดสำหรับ ผม ตามมาเลยจ้า..มีปุ่มปรับหลายโหมดสลับลมร้อน/เย็นอ่อนโยนและแห้งไว ความรู้สึกสบายในการเป่าวิธีใช้โหมดถนอมหนังศรีษะกดปุ่มมาที่ SCALPอ่อนโยน ลดความตึง เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ของหนังศรีษะวิธีใช้โหมดสกินแคร์กดปุ่มมาที่ SKINเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิวเป็นยังไงกันบ้างค่ะการใช้งานง่ายๆ มีหลายโหมดให้เราได้เล่น แถมประหยัดเวลา ผมตรงสวยแบบไม่ต้องเข้าร้านทำผมเลย แค่มีเจ้าเครื่องเป่าผมตัวนี้ต่อไปก็คงหายห่วงได้เส้นผมที่แข็งแรง เงางาม ไม่แห้งเสีย และบำรุงหนังศรีษะให้แข็งแรงอีกด้วย บำรุงขนาดนี้ผมสวยไปอีก..แม่!สาว ๆ ที่สนใจเครื่องเป่าผม PANASONIC nanoe™ & Double Mineral ตัวนี้ก็สามารถคลิกเข้าไปดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้นะคะคลิก!! : http://bit.ly/2V8ZjZVคลิก!! : http://bit.ly/2V5tOQy
วนิลาโดนป้ายยาด้วยไอเทมนี้!! LA ROCHE-POSAY EFFACLAR DUO(+)
มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวลดปัญหาสิว หน้าเคลียร์ใส ใช้ดีจนต้องรีวิว…คนเป็นสิวอ่านรัวๆ
มารายงานตัวค่า..หลังจากที่วนิลาหายหน้า หายตาไปสักพักก็เจ้าสิวตัวปัญหาที่เห่อขึ้นหน้าจนทำให้หมดความมั่นใจกันไปเลยทีเดียว แต่ด้วยบุญพาวาสนาส่งที่เราได้บังเอิญเจอรุ่นพี่ที่สนิทผู้ที่ผ่านการเป็นสิว
พี่เค้าเล่าให้ฟังว่าสิวขึ้นหน้าแบบไม่มีพื้นที่หายใจเลย (เป็นจนต้องร้องขอชีวิต) รักษามาทุกวิธี ไปหาหมอพอหยุดกินยา สิวก็กลับมาขึ้นอีก จนมาเจอครีมรักษาสิวตัวนี้หลังจากใช้ปัญหาสิวลดลง ไม่กลับมาเป็นซ้ำ รอยแดง รอยดำที่เกิดจากสิวจางลง
นางจึงแนะนำชุดดูแลสิว ลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ ดูโอ+ และ ลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ เพียวริฟายอิ้ง โฟมมิ้ง เจลเจลล้างหน้าลดสิวโดยให้เราใช้คู่กันจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น 2 ไอเทมนี้หน้าตาจะเป็นยังไง มาดูกันค่ะ....

เป็นไงคะ! โฉมหน้าของสองนางไฮโซโก้เก๋ไม่เบา
แหม..ได้คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์จริงขนาดนี้ จะรอช้าอยู่ใยรีบไปตำ!สิคะ
เราจะเริ่มรีวิวกับไอเทม วร้ายๆ ครีมรักษาสิวแบบ วร้ายๆ
LA ROCHE-POSAY EFFACLAR DUO(+)

ลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ ดูโอ+
มอยส์เจอไรเซอร์ที่ลดปัญหาสิว ปรับสมดุลผิว และลดปัญหาสิวเกิดซ้ำ รอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว
ด้วยสารสำคัญ “อควา โพเซย์ ฟิลลิโฟมิส (AQUA POSAE FILIFORMIS, APF)” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศาสตร์แห่ง MICROBIOME และ “โปรซีหลาด (Procerad) สารเอกลักษณ์ที่ช่วยลดรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว
คุณสมบัติ
•Non-comedogenic
•เหมาะสำหรับคนที่มีผิวมัน เป็นสิว ผิวแพ้ง่าย
•ปราศจากสารกันเสียพาราเบน
•เนื้อครีมไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ

เจ้าเอฟฟาคลาร์ ดูโอ+ ลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เราสัมผัสจะเป็นเนื้อครีมแบบโลชั่น

และต้องบอกว่าตัวนี้เป็นสูตรใหม่ เนื้อครีมไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ เกลี่ยง่ายซึมซาบผิวได้ดี
วิธีใช้ : ทาให้ทั่วใบหน้า เช้า และ/หรือ เย็น หลังการทำความสะอาดผิว
แนะนำว่าควรใช้คู่กับเจลล้างหน้าลดสิว เอฟฟาคลาร์จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะ
มารีวิวกันต่อกับไอเทมนี้ค่ะ....
LA ROCHE-POSAY EFFACLARPURIFYING FOAMING GEL

ลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ เพียวริฟายอิ้ง โฟมมิ้ง เจล
โฟมล้างหน้าสำหรับคนผิวมัน เป็นสิวง่าย โฟมล้างหน้าที่มีลักษณะเป็นเนื้อเจลใสๆ เป็นเจลที่จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน ช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย และดูแลผิวอย่างตรงจุด ขจัดสิวอุดตัน
ด้วยส่วนผสมในลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ เพียวริฟายอิ้ง โฟมมิ้ง เจล ที่มีส่วนผสมของน้ำแร่ ลา โรช-โพเซย์ ช่วยลดการระคายเคือง ทำให้ผิวสบาย พร้อมค่า pH5.5 ปราศจากสารสบู่
การแต่งสี แอลกอฮอล์ และสารกันเสีย สามารถใช้เจลล้างหน้าลดสิว เอฟฟาคลาร์ตัวนี้คู่กับการรักษาสิวของหมอได้อีกด้วยคะ

วิธีใช้ : บีบเจลล้างหน้าและลูบไล้เบาๆ บนผิวหน้าที่เปียกน้ำ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรใช้เป็นประจำทุกเช้า และ/หรือเย็น
ผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้คือผิวหน้าที่สะอาดหมดจด รู้สึกว่าสดชื่นคืนความสดใสให้กับผิวค่ะ

สำหรับ เอฟฟาคลาร์ ดูโอ+ หลอดที่เรากำลังใช้นี้ ปริมาณสุทธิ 40 ml. ราคา 990 บาท
ใช้ได้ 2 – 3 เดือน ถือว่าคุ้มมากค่ะ ส่วนเจลล้างหน้าลดสิวเอฟฟาคลาร์ ที่เราใช้รีวิวนี้ ปริมาณสุทธิ 200 ml. ราคา 790 บาท สามารถหาซื้อได้ที่
ร้านค้าชั้นนำทั่วไป และช่องทางออนไลน์ได้เลยจ้า...

เอาหละค่ะมาถึงบทสรุปหลังจากที่วนิลาได้ทดลองใช้ชุดดูแล รักษาสิว ลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ ดูโอ+ และ
เจลล้างหน้าลดสิวเอฟฟาคลาร์ ในระยะเวลาหนึ่งเดือนผลลัพธ์ที่ได้ เรารู้สึกว่าผิวหน้าเราเรียบเนียนขึ้น ปัญหาสิวลดลง สิวไม่เกิดซ้ำ รู้สึกว่ารอยดำ
รอยแดงที่เกิดจากสิวลดลง ตอนนี้เรากลับมามั่นใจ หน้าเคลียร์ใส ไร้ปัญหาสิวเลยค่า!
สามารถติดตามผลิตภัณฑ์เวชสำอางดูแลผิวจากฝรั่งเศสได้ที่ http://www.larocheposay-th.com
LA ROCHE-POSAY EFFACLAR DUO(+)
วนิลาโดนป้ายยาด้วยไอเทมนี้!! LA ROCHE-POSAY EFFACLAR DUO(+)มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวลดปัญหาสิว หน้าเคลียร์ใส ใช้ดีจนต้องรีวิว…คนเป็นสิวอ่านรัวๆมารายงานตัวค่า..หลังจากที่วนิลาหายหน้า หายตาไปสักพักก็เจ้าสิวตัวปัญหาที่เห่อขึ้นหน้าจนทำให้หมดความมั่นใจกันไปเลยทีเดียว แต่ด้วยบุญพาวาสนาส่งที่เราได้บังเอิญเจอรุ่นพี่ที่สนิทผู้ที่ผ่านการเป็นสิวพี่เค้าเล่าให้ฟังว่าสิวขึ้นหน้าแบบไม่มีพื้นที่หายใจเลย (เป็นจนต้องร้องขอชีวิต) รักษามาทุกวิธี ไปหาหมอพอหยุดกินยา สิวก็กลับมาขึ้นอีก จนมาเจอครีมรักษาสิวตัวนี้หลังจากใช้ปัญหาสิวลดลง ไม่กลับมาเป็นซ้ำ รอยแดง รอยดำที่เกิดจากสิวจางลงนางจึงแนะนำชุดดูแลสิว ลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ ดูโอ+ และ ลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ เพียวริฟายอิ้ง โฟมมิ้ง เจลเจลล้างหน้าลดสิวโดยให้เราใช้คู่กันจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น 2 ไอเทมนี้หน้าตาจะเป็นยังไง มาดูกันค่ะ.... เป็นไงคะ! โฉมหน้าของสองนางไฮโซโก้เก๋ไม่เบา แหม..ได้คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์จริงขนาดนี้ จะรอช้าอยู่ใยรีบไปตำ!สิคะเราจะเริ่มรีวิวกับไอเทม วร้ายๆ ครีมรักษาสิวแบบ วร้ายๆ LA ROCHE-POSAY EFFACLAR DUO(+) ลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ ดูโอ+มอยส์เจอไรเซอร์ที่ลดปัญหาสิว ปรับสมดุลผิว และลดปัญหาสิวเกิดซ้ำ รอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิวด้วยสารสำคัญ “อควา โพเซย์ ฟิลลิโฟมิส (AQUA POSAE FILIFORMIS, APF)” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศาสตร์แห่ง MICROBIOME และ “โปรซีหลาด (Procerad) สารเอกลักษณ์ที่ช่วยลดรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิวคุณสมบัติ•Non-comedogenic•เหมาะสำหรับคนที่มีผิวมัน เป็นสิว ผิวแพ้ง่าย•ปราศจากสารกันเสียพาราเบน•เนื้อครีมไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะเจ้าเอฟฟาคลาร์ ดูโอ+ ลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เราสัมผัสจะเป็นเนื้อครีมแบบโลชั่น และต้องบอกว่าตัวนี้เป็นสูตรใหม่ เนื้อครีมไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ เกลี่ยง่ายซึมซาบผิวได้ดีวิธีใช้ : ทาให้ทั่วใบหน้า เช้า และ/หรือ เย็น หลังการทำความสะอาดผิวแนะนำว่าควรใช้คู่กับเจลล้างหน้าลดสิว เอฟฟาคลาร์จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะมารีวิวกันต่อกับไอเทมนี้ค่ะ....LA ROCHE-POSAY EFFACLARPURIFYING FOAMING GEL ลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ เพียวริฟายอิ้ง โฟมมิ้ง เจลโฟมล้างหน้าสำหรับคนผิวมัน เป็นสิวง่าย โฟมล้างหน้าที่มีลักษณะเป็นเนื้อเจลใสๆ เป็นเจลที่จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน ช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย และดูแลผิวอย่างตรงจุด ขจัดสิวอุดตันด้วยส่วนผสมในลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ เพียวริฟายอิ้ง โฟมมิ้ง เจล ที่มีส่วนผสมของน้ำแร่ ลา โรช-โพเซย์ ช่วยลดการระคายเคือง ทำให้ผิวสบาย พร้อมค่า pH5.5 ปราศจากสารสบู่การแต่งสี แอลกอฮอล์ และสารกันเสีย สามารถใช้เจลล้างหน้าลดสิว เอฟฟาคลาร์ตัวนี้คู่กับการรักษาสิวของหมอได้อีกด้วยคะวิธีใช้ : บีบเจลล้างหน้าและลูบไล้เบาๆ บนผิวหน้าที่เปียกน้ำ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรใช้เป็นประจำทุกเช้า และ/หรือเย็นผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้คือผิวหน้าที่สะอาดหมดจด รู้สึกว่าสดชื่นคืนความสดใสให้กับผิวค่ะสำหรับ เอฟฟาคลาร์ ดูโอ+ หลอดที่เรากำลังใช้นี้ ปริมาณสุทธิ 40 ml. ราคา 990 บาท ใช้ได้ 2 – 3 เดือน ถือว่าคุ้มมากค่ะ ส่วนเจลล้างหน้าลดสิวเอฟฟาคลาร์ ที่เราใช้รีวิวนี้ ปริมาณสุทธิ 200 ml. ราคา 790 บาท สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วไป และช่องทางออนไลน์ได้เลยจ้า...เอาหละค่ะมาถึงบทสรุปหลังจากที่วนิลาได้ทดลองใช้ชุดดูแล รักษาสิว ลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ ดูโอ+ และ เจลล้างหน้าลดสิวเอฟฟาคลาร์ ในระยะเวลาหนึ่งเดือนผลลัพธ์ที่ได้ เรารู้สึกว่าผิวหน้าเราเรียบเนียนขึ้น ปัญหาสิวลดลง สิวไม่เกิดซ้ำ รู้สึกว่ารอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิวลดลง ตอนนี้เรากลับมามั่นใจ หน้าเคลียร์ใส ไร้ปัญหาสิวเลยค่า!สามารถติดตามผลิตภัณฑ์เวชสำอางดูแลผิวจากฝรั่งเศสได้ที่ http://www.larocheposay-th.com
6 อย่างที่ไม่ควรมีในกันแดดที่ใช้ งานนี้ผิวจะปัง หรือ ผิวจะพัง เชคด่วน !!
สวัสดีค่า..สาวๆวนิลา น้องนิลลาลาคิดถึงทุกคนเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือหายหน้าหายตาไป
ก็เพราะช่วงนี้ปัญหาเรื่องมลภาวะเป็นพิษ และแสงแดดที่ค่อยจ้องทำร้ายผิวเราให้หมองคล้ำ
แห้งเสีย โดยเฉพาะแดดช่วงซัมเมอร์แรงระดับ 10+ ไปเลยจ้า!
แต่จะทำยังไงได้ถ้าต้องออกไปท้าแดดทุกวัน โลชั่น หรือครีมกันแดดก็ทำให้เมคอัพ ไหลเยิ้ม เหนอะหนะ
ตอนรีบๆก็แห้งช้า วันนี้วนิลามีไอเท็มสุดชิคโลชั่นกันแดดตัวใหม่ แอดลงในกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย
ไม่ว่าจะวันไหนๆ ทาก่อนออกจากบ้านทุกครั้งแล้วมั่นใจจึงมีพกติดตัวตลอด
ก็เพราะเป็นที่สุดของกันแดดที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น เพื่อผิวหน้าของสาวเอเชียโดยเฉพาะ
นั่นก็คือ โลชั่นกันแดดของ Banana Boat Simply Protect AQUA

ซึ่งเค้ามี 2 สูตร มาในลุคคลีน คลีน แบบ Cool Cool โลชั่นเนื้อน้ำ บางเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว

ใช้สำหรับผิวหน้าและผิวกาย ที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid ที่ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นตลอดวัน
ป้องกันผิวขั้นสุดจากรังสี UVA / UVB ที่มี SPF50+ PA++++ (บวกเยอะมั้ยละจ๊ะพี่จ๋า)
ป้องกันเหงื่อ และน้ำ สูตรที่วนิลาใช้เป็นประจำทุกวันคือ
Daily Moisture สูตร สำหรับใช้เป็นประจำทุกวัน แถบสีเขียว

สูตรนี้เหมาะกับการเป็น Makeup Base ได้เลยทีเดียว เนื้อโลชั่นบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว
ไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ความรู้สึกสดชื่น แห้งสบาย เป็นการเตรียมเพื่อเมคอัพต่อได้ทันที
แล้วถ้าเราต้องออกแดดเป็นเวลานาน แนะนำนี่เลย....
Long Wearing Moisture สูตร สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง แถบสีฟ้า

สูตรนี้เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง หรือต้องออกไปเจอแสงแดดเป็นเวลายาวนาน ยกตัวอย่างเช่น
เพื่อนๆ ที่ชอบเดินช็อปปิ้งที่สวนจตุจักร หรือกีฬากลางแจ้ง เช่น ปั่นจักรยาน อะไรแบบนี้ เป็นต้น
เพราะสูตรนี้เค้าปกป้องผิวยาวนาน และเติมความชุ่มชื่นให้แก่ผิว กันน้ำ
กันเหงื่อได้ดี ผิวไม่มันวาวด้วยค่ะ
ซึ่งในแต่ละวันเราไม่รู้ว่าผิวต้องเจอกับอะไรบ้าง และยิ่งกับสาวๆ วนิลาที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี
พวกเราก็ควรต้องคำนึงถึงส่วนประกอบของสิ่งที่เราใช้เคลือบผิวเพื่อไปสู้แดดทุกวันด้วยมั้ยคะ
ว่ามันดีจริงมั้ย ดียังไง ก็เพราะ Banana Boat เป็นเชี่ยวชาญเรื่องครีมกันแดด วนิลาจึงมั่นใจว่า
ผลิตภัณฑ์ของเค้าช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี
ด้วยความละเอียดที่เค้าใส่ใจกับสิ่งที่ให้เราใช้
ว่า…ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ง่าย เรามาดูกันว่าอะไรบ้างนะคะ
- - ไม่มี Oxybenzone ตัวทำลายฮอร์โมน ที่ผิวดูดซึมง่าย เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
- - ไม่มี Parabens สารกันเสีย ที่ทำให้เกิดมะเร็ง
- - ไม่มี Micro – Plastic ที่ส่งผลต่อภูมิคุมกัน เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
- - ไม่มี Colorants สารให้สี
- - ไม่มี Added Oil น้ำมันชนิดต่างๆ ที่นิยมใส่กัน ซึ่งจะทำให้หน้ามัน และจะเปลี่ยนเป็นสารพิษเมื่อเจอแสงแดด
- - ไม่มี Alcohol ที่ทำให้แพ้ ระคายเคือง
เมื่อรู้แบบนี้สบายใจได้เลยว่าไม่มีอะไรที่เป็นพิษกับเราแน่ๆ ที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน
ของเพื่อนๆนะคะ ถ้าจะต้องออกแดดเป็นประจำทุกวันก็ใช้ สูตร Daily Moisture แถบสีเขียว
แต่ถ้าจะต้องออกแดดนานๆ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งก็ใช้ สูตร Long Wearing Moisture แถบสีฟ้าค่ะ

ทั้ง 2 สูตรนี้สามารถหาซื้อได้ที่ Watsons, Boots, Eve & boy, Beautrium, Tops, The Mall,
Loft, Tsuruha, Multy และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ
ปริมาณสุทธิ 50 ml. ราคาหลอดละ 390 บาทค่ะ
ปล. ตอนนี้มี Promotion ลดท้าแดด 60% เหลือแค่หลอดละ 156 บาทเองนะตัวเธอ
รอไม่ได้แล้ว ต้องรีบไปจัดด่วน!
Link : http://bit.ly/2SWDrPC
6 อย่างที่ไม่ควรมีในกันแดดที่ใช้
6 อย่างที่ไม่ควรมีในกันแดดที่ใช้ งานนี้ผิวจะปัง หรือ ผิวจะพัง เชคด่วน !!สวัสดีค่า..สาวๆวนิลา น้องนิลลาลาคิดถึงทุกคนเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือหายหน้าหายตาไปก็เพราะช่วงนี้ปัญหาเรื่องมลภาวะเป็นพิษ และแสงแดดที่ค่อยจ้องทำร้ายผิวเราให้หมองคล้ำ แห้งเสีย โดยเฉพาะแดดช่วงซัมเมอร์แรงระดับ 10+ ไปเลยจ้า!แต่จะทำยังไงได้ถ้าต้องออกไปท้าแดดทุกวัน โลชั่น หรือครีมกันแดดก็ทำให้เมคอัพ ไหลเยิ้ม เหนอะหนะ ตอนรีบๆก็แห้งช้า วันนี้วนิลามีไอเท็มสุดชิคโลชั่นกันแดดตัวใหม่ แอดลงในกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อยไม่ว่าจะวันไหนๆ ทาก่อนออกจากบ้านทุกครั้งแล้วมั่นใจจึงมีพกติดตัวตลอด ก็เพราะเป็นที่สุดของกันแดดที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น เพื่อผิวหน้าของสาวเอเชียโดยเฉพาะ นั่นก็คือ โลชั่นกันแดดของ Banana Boat Simply Protect AQUAซึ่งเค้ามี 2 สูตร มาในลุคคลีน คลีน แบบ Cool Cool โลชั่นเนื้อน้ำ บางเบา เกลี่ยง่าย ซึมไวใช้สำหรับผิวหน้าและผิวกาย ที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid ที่ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นตลอดวัน ป้องกันผิวขั้นสุดจากรังสี UVA / UVB ที่มี SPF50+ PA++++ (บวกเยอะมั้ยละจ๊ะพี่จ๋า) ป้องกันเหงื่อ และน้ำ สูตรที่วนิลาใช้เป็นประจำทุกวันคือ Daily Moisture สูตร สำหรับใช้เป็นประจำทุกวัน แถบสีเขียวสูตรนี้เหมาะกับการเป็น Makeup Base ได้เลยทีเดียว เนื้อโลชั่นบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ความรู้สึกสดชื่น แห้งสบาย เป็นการเตรียมเพื่อเมคอัพต่อได้ทันที แล้วถ้าเราต้องออกแดดเป็นเวลานาน แนะนำนี่เลย....Long Wearing Moisture สูตร สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง แถบสีฟ้าสูตรนี้เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง หรือต้องออกไปเจอแสงแดดเป็นเวลายาวนาน ยกตัวอย่างเช่นเพื่อนๆ ที่ชอบเดินช็อปปิ้งที่สวนจตุจักร หรือกีฬากลางแจ้ง เช่น ปั่นจักรยาน อะไรแบบนี้ เป็นต้นเพราะสูตรนี้เค้าปกป้องผิวยาวนาน และเติมความชุ่มชื่นให้แก่ผิว กันน้ำ กันเหงื่อได้ดี ผิวไม่มันวาวด้วยค่ะซึ่งในแต่ละวันเราไม่รู้ว่าผิวต้องเจอกับอะไรบ้าง และยิ่งกับสาวๆ วนิลาที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี พวกเราก็ควรต้องคำนึงถึงส่วนประกอบของสิ่งที่เราใช้เคลือบผิวเพื่อไปสู้แดดทุกวันด้วยมั้ยคะ ว่ามันดีจริงมั้ย ดียังไง ก็เพราะ Banana Boat เป็นเชี่ยวชาญเรื่องครีมกันแดด วนิลาจึงมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของเค้าช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี ด้วยความละเอียดที่เค้าใส่ใจกับสิ่งที่ให้เราใช้ว่า…ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ง่าย เรามาดูกันว่าอะไรบ้างนะคะ - ไม่มี Oxybenzone ตัวทำลายฮอร์โมน ที่ผิวดูดซึมง่าย เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม - ไม่มี Parabens สารกันเสีย ที่ทำให้เกิดมะเร็ง - ไม่มี Micro – Plastic ที่ส่งผลต่อภูมิคุมกัน เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม - ไม่มี Colorants สารให้สี - ไม่มี Added Oil น้ำมันชนิดต่างๆ ที่นิยมใส่กัน ซึ่งจะทำให้หน้ามัน และจะเปลี่ยนเป็นสารพิษเมื่อเจอแสงแดด - ไม่มี Alcohol ที่ทำให้แพ้ ระคายเคือง เมื่อรู้แบบนี้สบายใจได้เลยว่าไม่มีอะไรที่เป็นพิษกับเราแน่ๆ ที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันของเพื่อนๆนะคะ ถ้าจะต้องออกแดดเป็นประจำทุกวันก็ใช้ สูตร Daily Moisture แถบสีเขียว แต่ถ้าจะต้องออกแดดนานๆ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งก็ใช้ สูตร Long Wearing Moisture แถบสีฟ้าค่ะทั้ง 2 สูตรนี้สามารถหาซื้อได้ที่ Watsons, Boots, Eve & boy, Beautrium, Tops, The Mall,Loft, Tsuruha, Multy และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศปริมาณสุทธิ 50 ml. ราคาหลอดละ 390 บาทค่ะปล. ตอนนี้มี Promotion ลดท้าแดด 60% เหลือแค่หลอดละ 156 บาทเองนะตัวเธอรอไม่ได้แล้ว ต้องรีบไปจัดด่วน!Link : http://bit.ly/2SWDrPC
คืนสมดุล สู่เส้นผมสุขภาพดีและหนังศีรษะที่แข็งแรง
ด้วยแชมพูสารสกัดสมุนไพรจากธรรมชาติที่แท้ทรู!
การดูแลปรนนิบัติสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะ นอกจากทำความสะอาดประจำวันให้หมดจดเท่านั้นยัง
ไม่พอ จะดูแลทั้งที ต้องใส่ใจไปจนถึงการบำรุงและคืนสมดุลด้วย โดยเฉพาะถ้าได้ดูแลด้วยสมุนไพรสาร
สกัดจากธรรมชาติแล้วล่ะก็ ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ขณะเดียวกัน ก็ไม่ทำร้ายสิ่ง
แวดล้อมด้วย นี่สิ คำตอบที่ใช่สำหรับยุคนี้แบบสาววนิลา
ถ้าใครมีปัญหาเรื่องหนังศีรษะ และอินกับเรื่องของสมุนไพรสารสกัดจากธรรมชาติเหมือนเรา
ตามมาทางนี้เลยค่า
เดี๋ยวนี้ มีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติหลากหลายให้เลือกใช้ ดูแลครบ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลย
แล้วถ้าว่ากันด้วยเรื่องของเส้นผมและหนังศีรษะแล้ว สมุนไพรแบบไหนกันนะ...ที่จะช่วยจัดการกับ
ปัญหาเรื่องหนังศีรษะของเรา ทั้งหนังศีรษะแห้ง คัน รังแค อาการผมหลุดร่วง ผมหงอก ต่างๆ ได้
เคยลองผลิตภัณฑ์มาก็เยอะ แต่ไม่หายสักที
ยิ่งเจ้ารังแคตัวร้าย เวลาคัน เกาทีไร หลุดร่วงบนบ่าจนอาย
ยิ่งวันไหนใส่เสื้อผ้าสีดำด้วยละก็ ทำเอาหมดความมั่นใจไปเลย!
เคยได้ยินว่า การใช้วิธีแบบธรรมชาติบำบัดจะได้ผลดีที่สุด และที่สำคัญ ได้ยินสรรพคุณของแชมพู
มะกรูดมาเน้นๆ ว่า ช่วยแก้ปัญหาหนังศีรษะได้ตรงจุดโดนใจใครหลายคน ได้ทีคราวนี้ ก็ต้องลองล่ะค่ะ!!
แต่ด้วยความเยอะ++ของเราในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทีไร ประสิทธิภาพดีไม่พอ
ขอรูปลักษณ์สวยงามน่าใช้ด้วยนะ
ความเป็นสาววนิลาเนอะ จะช็อปทั้งที ขอที่ดีพร้อมเท่านั้นค่ะ
ว่าแล้ว วันนี้วนิลาจะพามารู้จักกับแบรนด์ที่ชื่อว่า Kaff & Co (คาฟฟ์ แอนด์ โค)

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ที่ดีพร้อมสำหรับเรา จนต้องบอกต่อ เพราะแต่ละขวดอุดมด้วย
สมุนไพรไทยอย่างมะกรูด (Kaffir Lime) ที่ช่วยรักษาหนังศีรษะ น้ำมันมะกรูดที่ใช้เป็นแบบ“สกัดเย็น”
เริ่มจากการคัดสรรวัตถุดิบที่ดี และสัดส่วนเพื่อปริมาณที่พอเหมาะ ให้มีประสิทธิภาพ
และอะไรที่นำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์
เค้าใช้สมุนไพรชนิดไหนและมีสรรพคุณอย่างไร ไปเจาะรายละเอียด รู้แบบลึกซึ้งด้วยกันเลยค่ะ

* Kaffir Lime น้ำมันสกัดเย็นจากผิวมะกรูด ความเป็น Essential Oil ของมะกรูดทำให้มีฤทธิ์ยับยั้ง
จุลทรีย์ การเจริญเติบโตของเชื้อรา ต้นเหตุอาการรังแคและคันศีรษะกรดซิตริกในน้ำมันมะกรูดช่วย
ชะล้างสารตกค้างและช่วยให้เกล็ดผมปิดเรียงสนิท ทั้งยังเพิ่มความชุ่มชื่นให้เส้นผมและหนังศีรษะ
* Ginger Rhizome Extract สารสกัดเหง้าขิง ช่วยบรรเทาอาการหลุดร่วงของเส้นผม
ช่วยการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมดกดำ
* Soapnut Berry Extract สารสกัดมะคำดีควาย อุดมด้วยสาร Saponins ช่วยในการชะล้าง
และทำให้เกิดฟองคล้ายสบู่ รักษาโรคชันนะตุ ซึ่งเกิดเชื้อราจากหนังศีรษะ
* Indian Goose Berry Extract สารสกัดมะขามป้อม มีกรดมาลิค กรดมูซิค และวิตามินซี
มีสรรพคุณช่วยทำความสะอาด กำจัดเชื้อโรค ช่วยให้ผมดกดำ หงอกช้า
และกระตุ้นการงอกของเส้นผม
* Aloe Vera Organic สารสกัดว่านห่างจระเข้ ช่วยลดการอักเสบและระคายเคืองของหนังศีรษะ
จากมลภาวะและแสงแดด ช่วยเติมให้ความชุ่มชื้นของผิวหนังได้เป็นอย่างดี อุดมไปด้วยวิตามิน
และแร่ธาตุต่างๆ และช่วยกระตุ้นเซลล์เนื้อเยื่อให้เจริญเติบโตทำให้แผลหายเร็วขึ้น
รู้ลึกถึงคุณประโยชน์ของแต่ละชนิดแล้วถึงกับร้องว้าววว!!
สมุนไพรไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆค่ะ!

จากแนวความคิดที่ใส่ใจและต้องการดูแลทุกคนเหมือนคนในครอบครัว สู่ความประณีตของกระบวน
การผลิตด้วยวิธีสกัดเย็นที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งสูตรที่ตอบโจทย์แก้ปัญหาหนังศีรษะต่างๆ ที่ผสมผสาน
ออกมาลงตัว จนมาเป็นแชมพูสมุนไพรสารสกัดจากธรรมชาติที่ตอบโจทย์ทั้งรับมือกับปัญหา
และคืนสมดุลให้กับเส้นผมและหนังศีรษะได้อย่างลงตัว
ที่สำคัญ ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ง่าย ปราศจากน้ำหอม สเตียรรอย และพาราเบน
สารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมด้วยนะ
ติดตามเรื่องราวดีๆ จากพลังของสารสกัดจากธรรมชาติแล้ว
อยากรู้แล้วล่ะสิว่า มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง และแต่ละชิ้นดี เด็ดอย่างไร ไปดูกันเลย...

(ขวดซ้ายมือ) KAFFIR LIME ESSENTIAL OIL SHAMPOO แชมพูน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น
เหมาะสำหรับทุกสภาพหนังศีรษะ *ช่วยปรับสภาพหนังศีรษะให้สมดุล *ช่วยลดอาการอักเสบ คัน
และรังแค *พร้อมช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับรากผม *ช่วยให้ผมดกดำเงางาม
(ขวดขวามือ) GINGER RHIZOME & KAFFIR LIME SHAMPOO แชมพูสารสกัดเหง้าขิงและ
น้ำมันมะกรูดสกัดเย็น เหมาะสำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะมัน หรือมีปัญหาผมร่วง *ช่วยกำจัดคราบไขมัน
ตกค้าง *ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม *สารสกัดมะคำดีควายช่วยลดการอักเสบ
*สารสกัดมะขามป้อมช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเรื่องผมหงอกก่อนวัย
คราวนี้เรามาทดลองใช้แชมพูทั้ง 2 สูตรกันค่ะ ขอเริ่มใช้สูตรมะกรูดก่อน และจะตามด้วยสูตรขิงจ๊ะ


ขอสรุปภาพรวม ผลลัพธ์หลังการใช้แชมพูทั้งสองสูตรเลยนะคะ
สัมผัสแรกที่ใช้ เนื้อแชมพูมีลักษณะเป็นเจลใส มีกลิ่นหอมอ่อนๆของมะกรูด ให้ความรู้สึกสดชื่น
กลิ่นมะกรูดมีความเฟรชดีค่ะ เราปั๊มลงฝ่ามือนิดเดียว แต่ฟองเยอะมาก ฟองนุ่มเข้ากับหนังศีรษะได้ดี
มีความเป็นมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ หรือความหนืดละมุนของน้ำมันสูงมาก แต่กลับล้างออกง่าย และ
เหลือไว้เพียงความชุ่มชื่นที่หนังศีรษะกับเส้นผม เพราะรู้สึกได้ว่าผมนุ่มลื่น ไม่เปราะขาดง่าย
หวีง่าย และหนังศีรษะสะอาด ไม่แห้งตึง สัมผัสได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
และเพื่อให้ใช้ของดี และได้ผลโดนใจ ขอย้ำคำแนะนำจากทางแบรนด์ คือ ควรหลีกเลี่ยง
การล้างผมด้วยน้ำอุ่น และงดเป่าลมร้อนที่บริเวณหนังศีรษะจะทำให้เห็นผลดีที่ดียิ่งขึ้นค่ะ
ต่อไปเราดูคุณสมบัติของทรีทเม้นท์ทั้ง 2 สูตร (ชนิดไม่ต้องล้างออก) กันบ้าง!

KAFFIR LIME ESSENTIAL OIL SCALP TREATMENT ทรีทเม้นท์น้ำมันมะกรูดสกัดเย็น
เหมาะสำหรับคนที่มีหนังศีรษะแห้ง คัน และมีรังแค ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้รากผม
ช่วยให้ผมดกดำเงางามหากใช้อย่างต่อเนื่อง ใช้หลังสระผมเสร็จตอนผมแห้งหมาดๆ

แนะนำให้ใช้คู่กับแชมพูน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น
GINGER RHIZOM RHIZOME & KAFFIR LIME SCALP TREATMENT ทรีทเม้นท์สารสกัดเหง้าขิง
เข้มข้นและน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงหรือหนังศีรษะมัน ช่วยกระตุ้นการ
เกิดใหม่ของเส้นผม โดยช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจน ช่วยให้รากผมและ
เส้นผมที่เกิดใหม่แข็งแรง น้ำมันมะกรูดสกัดเย็นจะช่วยลดอาการคัน และรังแค

แนะนำให้ใช้คู่กับแชมพูสูตรสารสกัดเหง้าขิงและน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น

สรุปผลลัพธ์จากที่ได้ลองใช้ทรีทเม้นท์ทั้งสองสูตรนี้ โดยการหยดลงบนหนังศีรษะ
สัมผัสแรกเลย คือ ทรีทเม้นท์จะเป็นน้ำใสๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมะกรูด พอหยดรู้สึกเย็นที่หัวมากเลย
สบายดีจัง เอาจริงๆ นะ พอเรามาลองใช้ผลิตภัณฑ์ของ Kaff & Co คือลบภาพเก่าๆ ในหัวเราที่ว่า
“ใช้สระผมแล้วจะทำให้ศีรษะมีกลิ่นฉุน ใช้แล้วไม่เวิร์ก” มันไม่จริงเลย และยังทำให้นึกถึง
คำสุภาษิตที่ว่า “สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็น ไม่เท่าใช้เอง” จบนะ!!
ชอบจังหนังศีรษะมีความคูลลลลล......
*หลีกเลี่ยงการออกแดดหลังหยดทรีทเม้นท์อย่างน้อย 2 ชั่วโมงนะคะ
มาถึงไอเท็มสุดท้าย เชื่อว่า สาวๆ ทุกคนต้องใช้บำรุงหลังการสระผมแน่นอน
เราจะมารีวิวตอกย้ำความเป็นธรรมชาติด้วย ครีมนวดผมว่านห่างจระเข้

ALOE VERA NOURISHING CONDITIONER ครีมนวดผม สารสกัดว่านห่างจระเข้เข้มข้น
ช่วยฟื้นฟูเส้นผมที่อ่อนแอให้แข็งแรง เหมาะกับทุกสภาพเส้นผม ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับเส้นผม
อุดมไปด้วยวิตามิน สามารถใช้ได้กับผมทำสี ปราศจากน้ำหอม พาราเบน ซิลิโคน และน้ำมัน

เนื้อครีมจะเป็นสีขาว เมื่อบีบลงบนฝ่ามือ รู้สึกว่า มีความเข้มข้นมาก เพิ่งรู้ว่า กลิ่นของว่านห่างจระเข้
เป็นแบบนี้เอง นวดครีมบนฝ่ามือ จากนั้นเราก็นวดๆ เนื้อครีมลงเบาๆ บนเส้นผมจนถึงจรดปลายผม
ทิ้งไว้ประมาณ 1–2 นาที แล้วก็ล้างออกค่ะ ครีมนวดล้างออกง่ายนะ หลังใช้รู้สึกว่า
หนังศีรษะชุ่มชื้น เส้นผมนุ่มลื่น ด้วยความที่มี Pro Vitamin B5 ที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้เส้นผม
รู้สึกว่า หวีง่าย ไม่ลีบแบนด้วยค่ะ

เป็นไงบ้างคะ! ทริปรีวิวสายสมุนไพร ก็แหม..ความดีและเด็ดของพลังธรรมชาติมาเต็มทั้งที
จะธรรมดาได้ที่ไหน อย่างที่บอกสมุนไพรมีข้อดีของเขา แต่เราต้องใช้ให้เป็น ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม
ในความพอดี ที่ดีพอ และที่เรารีวิวกันแบบยาวๆ ก็เพราะอยากให้เห็นว่า Kaff and Co
เค้าใช้หลักอิงการรักษาด้วยธรรมชาติบำบัดโดยแท้จริง
เพื่อนๆ ที่สนใจอยากจะรู้ข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปที่ลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ
^-^สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่อยู่อ่านรีวิวกันจนจบนะจ๊ะ สวัสดีค่ะบ๊าย บาย^-^
คืนสมดุล สู่เส้นผมสุขภาพดีและหนังศีรษะที่แข็งแรง
คืนสมดุล สู่เส้นผมสุขภาพดีและหนังศีรษะที่แข็งแรงด้วยแชมพูสารสกัดสมุนไพรจากธรรมชาติที่แท้ทรู! การดูแลปรนนิบัติสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะ นอกจากทำความสะอาดประจำวันให้หมดจดเท่านั้นยังไม่พอ จะดูแลทั้งที ต้องใส่ใจไปจนถึงการบำรุงและคืนสมดุลด้วย โดยเฉพาะถ้าได้ดูแลด้วยสมุนไพรสารสกัดจากธรรมชาติแล้วล่ะก็ ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ขณะเดียวกัน ก็ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมด้วย นี่สิ คำตอบที่ใช่สำหรับยุคนี้แบบสาววนิลาถ้าใครมีปัญหาเรื่องหนังศีรษะ และอินกับเรื่องของสมุนไพรสารสกัดจากธรรมชาติเหมือนเรา ตามมาทางนี้เลยค่าเดี๋ยวนี้ มีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติหลากหลายให้เลือกใช้ ดูแลครบ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยแล้วถ้าว่ากันด้วยเรื่องของเส้นผมและหนังศีรษะแล้ว สมุนไพรแบบไหนกันนะ...ที่จะช่วยจัดการกับปัญหาเรื่องหนังศีรษะของเรา ทั้งหนังศีรษะแห้ง คัน รังแค อาการผมหลุดร่วง ผมหงอก ต่างๆ ได้เคยลองผลิตภัณฑ์มาก็เยอะ แต่ไม่หายสักทียิ่งเจ้ารังแคตัวร้าย เวลาคัน เกาทีไร หลุดร่วงบนบ่าจนอายยิ่งวันไหนใส่เสื้อผ้าสีดำด้วยละก็ ทำเอาหมดความมั่นใจไปเลย! เคยได้ยินว่า การใช้วิธีแบบธรรมชาติบำบัดจะได้ผลดีที่สุด และที่สำคัญ ได้ยินสรรพคุณของแชมพูมะกรูดมาเน้นๆ ว่า ช่วยแก้ปัญหาหนังศีรษะได้ตรงจุดโดนใจใครหลายคน ได้ทีคราวนี้ ก็ต้องลองล่ะค่ะ!!แต่ด้วยความเยอะ++ของเราในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทีไร ประสิทธิภาพดีไม่พอ ขอรูปลักษณ์สวยงามน่าใช้ด้วยนะความเป็นสาววนิลาเนอะ จะช็อปทั้งที ขอที่ดีพร้อมเท่านั้นค่ะว่าแล้ว วันนี้วนิลาจะพามารู้จักกับแบรนด์ที่ชื่อว่า Kaff & Co (คาฟฟ์ แอนด์ โค)ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ที่ดีพร้อมสำหรับเรา จนต้องบอกต่อ เพราะแต่ละขวดอุดมด้วยสมุนไพรไทยอย่างมะกรูด (Kaffir Lime) ที่ช่วยรักษาหนังศีรษะ น้ำมันมะกรูดที่ใช้เป็นแบบ“สกัดเย็น” เริ่มจากการคัดสรรวัตถุดิบที่ดี และสัดส่วนเพื่อปริมาณที่พอเหมาะ ให้มีประสิทธิภาพ และอะไรที่นำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์เค้าใช้สมุนไพรชนิดไหนและมีสรรพคุณอย่างไร ไปเจาะรายละเอียด รู้แบบลึกซึ้งด้วยกันเลยค่ะ* Kaffir Lime น้ำมันสกัดเย็นจากผิวมะกรูด ความเป็น Essential Oil ของมะกรูดทำให้มีฤทธิ์ยับยั้งจุลทรีย์ การเจริญเติบโตของเชื้อรา ต้นเหตุอาการรังแคและคันศีรษะกรดซิตริกในน้ำมันมะกรูดช่วยชะล้างสารตกค้างและช่วยให้เกล็ดผมปิดเรียงสนิท ทั้งยังเพิ่มความชุ่มชื่นให้เส้นผมและหนังศีรษะ* Ginger Rhizome Extract สารสกัดเหง้าขิง ช่วยบรรเทาอาการหลุดร่วงของเส้นผม ช่วยการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมดกดำ* Soapnut Berry Extract สารสกัดมะคำดีควาย อุดมด้วยสาร Saponins ช่วยในการชะล้างและทำให้เกิดฟองคล้ายสบู่ รักษาโรคชันนะตุ ซึ่งเกิดเชื้อราจากหนังศีรษะ* Indian Goose Berry Extract สารสกัดมะขามป้อม มีกรดมาลิค กรดมูซิค และวิตามินซีมีสรรพคุณช่วยทำความสะอาด กำจัดเชื้อโรค ช่วยให้ผมดกดำ หงอกช้า และกระตุ้นการงอกของเส้นผม* Aloe Vera Organic สารสกัดว่านห่างจระเข้ ช่วยลดการอักเสบและระคายเคืองของหนังศีรษะจากมลภาวะและแสงแดด ช่วยเติมให้ความชุ่มชื้นของผิวหนังได้เป็นอย่างดี อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ และช่วยกระตุ้นเซลล์เนื้อเยื่อให้เจริญเติบโตทำให้แผลหายเร็วขึ้นรู้ลึกถึงคุณประโยชน์ของแต่ละชนิดแล้วถึงกับร้องว้าววว!!สมุนไพรไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆค่ะ!จากแนวความคิดที่ใส่ใจและต้องการดูแลทุกคนเหมือนคนในครอบครัว สู่ความประณีตของกระบวนการผลิตด้วยวิธีสกัดเย็นที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งสูตรที่ตอบโจทย์แก้ปัญหาหนังศีรษะต่างๆ ที่ผสมผสานออกมาลงตัว จนมาเป็นแชมพูสมุนไพรสารสกัดจากธรรมชาติที่ตอบโจทย์ทั้งรับมือกับปัญหา และคืนสมดุลให้กับเส้นผมและหนังศีรษะได้อย่างลงตัวที่สำคัญ ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ง่าย ปราศจากน้ำหอม สเตียรรอย และพาราเบน สารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมด้วยนะติดตามเรื่องราวดีๆ จากพลังของสารสกัดจากธรรมชาติแล้วอยากรู้แล้วล่ะสิว่า มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง และแต่ละชิ้นดี เด็ดอย่างไร ไปดูกันเลย...(ขวดซ้ายมือ) KAFFIR LIME ESSENTIAL OIL SHAMPOO แชมพูน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น เหมาะสำหรับทุกสภาพหนังศีรษะ *ช่วยปรับสภาพหนังศีรษะให้สมดุล *ช่วยลดอาการอักเสบ คัน และรังแค *พร้อมช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับรากผม *ช่วยให้ผมดกดำเงางาม (ขวดขวามือ) GINGER RHIZOME & KAFFIR LIME SHAMPOO แชมพูสารสกัดเหง้าขิงและน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น เหมาะสำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะมัน หรือมีปัญหาผมร่วง *ช่วยกำจัดคราบไขมันตกค้าง *ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม *สารสกัดมะคำดีควายช่วยลดการอักเสบ *สารสกัดมะขามป้อมช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเรื่องผมหงอกก่อนวัย คราวนี้เรามาทดลองใช้แชมพูทั้ง 2 สูตรกันค่ะ ขอเริ่มใช้สูตรมะกรูดก่อน และจะตามด้วยสูตรขิงจ๊ะขอสรุปภาพรวม ผลลัพธ์หลังการใช้แชมพูทั้งสองสูตรเลยนะคะสัมผัสแรกที่ใช้ เนื้อแชมพูมีลักษณะเป็นเจลใส มีกลิ่นหอมอ่อนๆของมะกรูด ให้ความรู้สึกสดชื่นกลิ่นมะกรูดมีความเฟรชดีค่ะ เราปั๊มลงฝ่ามือนิดเดียว แต่ฟองเยอะมาก ฟองนุ่มเข้ากับหนังศีรษะได้ดี มีความเป็นมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ หรือความหนืดละมุนของน้ำมันสูงมาก แต่กลับล้างออกง่าย และเหลือไว้เพียงความชุ่มชื่นที่หนังศีรษะกับเส้นผม เพราะรู้สึกได้ว่าผมนุ่มลื่น ไม่เปราะขาดง่าย หวีง่าย และหนังศีรษะสะอาด ไม่แห้งตึง สัมผัสได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้และเพื่อให้ใช้ของดี และได้ผลโดนใจ ขอย้ำคำแนะนำจากทางแบรนด์ คือ ควรหลีกเลี่ยงการล้างผมด้วยน้ำอุ่น และงดเป่าลมร้อนที่บริเวณหนังศีรษะจะทำให้เห็นผลดีที่ดียิ่งขึ้นค่ะ ต่อไปเราดูคุณสมบัติของทรีทเม้นท์ทั้ง 2 สูตร (ชนิดไม่ต้องล้างออก) กันบ้าง! KAFFIR LIME ESSENTIAL OIL SCALP TREATMENT ทรีทเม้นท์น้ำมันมะกรูดสกัดเย็น เหมาะสำหรับคนที่มีหนังศีรษะแห้ง คัน และมีรังแค ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้รากผม ช่วยให้ผมดกดำเงางามหากใช้อย่างต่อเนื่อง ใช้หลังสระผมเสร็จตอนผมแห้งหมาดๆแนะนำให้ใช้คู่กับแชมพูน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น GINGER RHIZOM RHIZOME & KAFFIR LIME SCALP TREATMENT ทรีทเม้นท์สารสกัดเหง้าขิงเข้มข้นและน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงหรือหนังศีรษะมัน ช่วยกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม โดยช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจน ช่วยให้รากผมและเส้นผมที่เกิดใหม่แข็งแรง น้ำมันมะกรูดสกัดเย็นจะช่วยลดอาการคัน และรังแคแนะนำให้ใช้คู่กับแชมพูสูตรสารสกัดเหง้าขิงและน้ำมันมะกรูดสกัดเย็นสรุปผลลัพธ์จากที่ได้ลองใช้ทรีทเม้นท์ทั้งสองสูตรนี้ โดยการหยดลงบนหนังศีรษะสัมผัสแรกเลย คือ ทรีทเม้นท์จะเป็นน้ำใสๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมะกรูด พอหยดรู้สึกเย็นที่หัวมากเลย สบายดีจัง เอาจริงๆ นะ พอเรามาลองใช้ผลิตภัณฑ์ของ Kaff & Co คือลบภาพเก่าๆ ในหัวเราที่ว่า “ใช้สระผมแล้วจะทำให้ศีรษะมีกลิ่นฉุน ใช้แล้วไม่เวิร์ก” มันไม่จริงเลย และยังทำให้นึกถึงคำสุภาษิตที่ว่า “สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็น ไม่เท่าใช้เอง” จบนะ!!ชอบจังหนังศีรษะมีความคูลลลลล......*หลีกเลี่ยงการออกแดดหลังหยดทรีทเม้นท์อย่างน้อย 2 ชั่วโมงนะคะ มาถึงไอเท็มสุดท้าย เชื่อว่า สาวๆ ทุกคนต้องใช้บำรุงหลังการสระผมแน่นอน เราจะมารีวิวตอกย้ำความเป็นธรรมชาติด้วย ครีมนวดผมว่านห่างจระเข้ALOE VERA NOURISHING CONDITIONER ครีมนวดผม สารสกัดว่านห่างจระเข้เข้มข้นช่วยฟื้นฟูเส้นผมที่อ่อนแอให้แข็งแรง เหมาะกับทุกสภาพเส้นผม ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับเส้นผม อุดมไปด้วยวิตามิน สามารถใช้ได้กับผมทำสี ปราศจากน้ำหอม พาราเบน ซิลิโคน และน้ำมันเนื้อครีมจะเป็นสีขาว เมื่อบีบลงบนฝ่ามือ รู้สึกว่า มีความเข้มข้นมาก เพิ่งรู้ว่า กลิ่นของว่านห่างจระเข้เป็นแบบนี้เอง นวดครีมบนฝ่ามือ จากนั้นเราก็นวดๆ เนื้อครีมลงเบาๆ บนเส้นผมจนถึงจรดปลายผม ทิ้งไว้ประมาณ 1–2 นาที แล้วก็ล้างออกค่ะ ครีมนวดล้างออกง่ายนะ หลังใช้รู้สึกว่า หนังศีรษะชุ่มชื้น เส้นผมนุ่มลื่น ด้วยความที่มี Pro Vitamin B5 ที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้เส้นผมรู้สึกว่า หวีง่าย ไม่ลีบแบนด้วยค่ะ เป็นไงบ้างคะ! ทริปรีวิวสายสมุนไพร ก็แหม..ความดีและเด็ดของพลังธรรมชาติมาเต็มทั้งที จะธรรมดาได้ที่ไหน อย่างที่บอกสมุนไพรมีข้อดีของเขา แต่เราต้องใช้ให้เป็น ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ในความพอดี ที่ดีพอ และที่เรารีวิวกันแบบยาวๆ ก็เพราะอยากให้เห็นว่า Kaff and Co เค้าใช้หลักอิงการรักษาด้วยธรรมชาติบำบัดโดยแท้จริง เพื่อนๆ ที่สนใจอยากจะรู้ข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปที่ลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะhttps://kaffandco.com/?l=th^-^สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่อยู่อ่านรีวิวกันจนจบนะจ๊ะ สวัสดีค่ะบ๊าย บาย^-^
กันแดดโทนอัพ Top 5 ที่ช่วยให้หน้าสวยปิ๊งแบบไม่หลุดเลอะแมส!!!
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ก่อนหน้านี้หลายคนต้องเก็บตัว Work From Home แถมยังโดน Lock down กันแบบยาวๆ แต่ตอนนี้ออฟฟิศ ห้างฯ ร้านอาหาร คาเฟ่ต่างๆ เริ่มทยอยเปิดกันแล้ว เราเชื่อว่าหลายคนเริ่มรู้สึกตื่นเต้น เพราะฉันจะได้แต่งหน้าแล้ว หลังจากต้องเปลือยหน้าสดส่องกระจกมานาน!
แต่ด้วยความที่ต่อจากนี้เราจะต้องใช้ชีวิตแบบ New Normal ที่ยังต้องใส่แมส และครีมกันแดดก็ยังต้องทา ยิ่งช่วงนี้แดดก็ร้อนแบบแสบหน้า บางวันฝนก็ตกแบบไม่บอกกล่าว เป็นช่วงที่เสี่ยงต่ออาการหน้าคราบระหว่างวันได้ง่ายสุดๆ วันนี้วนิลาเลยจะมาขออัพเดทกันแดดสุดปัง ช่วยล็อกผิวไม่ให้เยิ้ม พร้อมอัพผิวให้โกลว์แบบปั๊วะๆ หรือที่เรียกกันว่า “กันแดดโทนอัพที่เป็นเมคอัพเบส”
มาเริ่มดูกันว่า 5 กันแดดโทนอัพตัวไหน “ช่วยเตรียมผิวเที่ยวหลังปลดล็อกดาวน์ ไม่ให้กันแดดหลุดเลอะแมส” ได้เริ่ดที่สุด

และนี่คือ Top 5 กันแดดโทนอัพ ตัวไหนมีจุดเด่นอะไรกันบ้าง มาดูกันจ้า ...
1. Sunplay Skin Aqua Tone Up UV Essence

เอสเซนส์กันแดดขวัญใจสาวๆ ญี่ปุ่น ได้รับรางวัล กันแดดอันดับ 1 Cosme The Best Sunscreen Awards เพราะเป็นกันแดดเนื้อเอสเซนส์สีลาเวนเดอร์ ทาแล้วจะปรับสีผิวให้สว่างขึ้น กระจ่างใสขึ้น ใช้ได้กับทุกโทนสีผิว ข้อดีคือตัวนี้เป็นเมคอัพเบสในตัวด้วย ทาเสร็จแต่งหน้าต่อได้เลย มีไฮยารูลอนและวิตามินซี ที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณและช่วยบำรุงให้ผิวสุขภาพดีขึ้น ปกป้องผิวจากแสงแดด ได้ในระดับ SPF50+PA++++ เหมาะกับทุกสภาพผิว
ขนาด 80 กรัม ราคา 450 บาท
ทดสอบประสิทธิภาพ
• ความสว่าง 5/5 โทนอัพผิวชัดเจน ปรับสีผิวสว่างในแบบของเรา ไม่เทา ไม่หมองเลย
• ความมัน 4/5 มีความชุ่มชื่นผิวดูวาว แต่ไม่เยิ้ม
• ความเหนอะหนะแมส 5/5 ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ใส่แมสสบาย
• การกันแดด 5/5 กันดำดี หน้าไม่หมองเลย
2. LA ROCHE-POSAY UVIDEA XL

กันแดด โทน-อัพ ปรับโทนสีผิวดูมีออร่า เนื้อจะออกสีขาวขุ่นนวล ด้วยค่าการปกป้อง SPF50+ PA++++ประสิทธิภาพการปกป้อง UV ขั้นสุด ปกปิดสีผิวที่ดูไม่สม่ำเสมอได้ทันทีปกป้องผิวจากรังสี UVA, UVB, Long-UVA และมลภาวะ PM2.5 ตัวนี้เป็นกันแดดปรับโทนสีผิวให้สว่างขึ้นทันที เกลี่ยง่าย คุมมัน เค้าคิดค้นมาเฉพาะผิวชาวเอเชีย และผู้ที่มีแนวโน้มเหมือนผิวบอบบางระคายเคืองง่าย ขนาด 30 กรัม ราคา 990 บาท
ทดสอบประสิทธิภาพ
• ความสว่าง 4/5 สว่างขึ้นนิดหน่อย แต่เนื้อสีขาว เข้ากับรองพื้นยาก
• ความมัน 3/5 มันเล็กน้อย มีเยิ้มระหว่างมัน
• ความเหนอะหนะแมส 4/5 ใส่แมสสบาย
• การกันแดด 5/5 กันดำได้ดีเลย ผิวไม่หมอง
3. Biore UV Bright Face Milk SPF50/PA+++

กันแดด สูตรน้ำนม เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย บางเบา ซึมซาบไว ปกป้องทั้งยูวีเอ และยูวีบี พร้อมเป็น Make Up Base ปรับสีผิวให้สว่างใส อมชมพู ช่วยปกปิดรอยดำ รอยหมองคล้ำ รูขุมขนกว้างให้ดูตื้นขึ้น และสามารถทาซ้ำระหว่างวันโดยไม่ต้องลบเครื่องสำอางออก เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
ขนาด 30 กรัม ราคา 290 บาท
ทดสอบประสิทธิภาพ
• ความสว่าง 3/5 สว่างขึ้นนิดหน่อย ไม่ค่อยต่างมาก ธรรมชาติดี
• ความมัน 3/5 ชุ่มชื่น แต่ไม่ได้วาวเยิ้ม
• ความเหนอะหนะแมส 4/5 ใส่แมสสบาย
• การกันแดด 4/5 กันดำได้ดีอยู่ ผิวไม่หมอง
4. cute press UV EXPERT PROTECTION All Day Bright Tone Up Sunscreen

ครีมกันแดดโทนอัพเนื้อสีชมพูอ่อน มี SPF 50+ PA++ ที่ช่วยป้องกันแสงแดดจาก UVA, UVB ใช้แล้วผิวสวย ช่วยปรับผิวหน้าให้สว่างกระจ่างใสขึ้น 1 ระดับ สามารถใช้ทาในขั้นตอนแรกก่อนลงแป้งได้เลย ไม่ทำให้หนาและเกิดคราบ ดีงามสุดๆ พร้อมปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน ใช้ได้ทุกสภาพผิว
ขนาด 30 กรัม ราคา 329 บาท
ทดสอบประสิทธิภาพ
• ความสว่าง 3/5 สีชมพูไม่เข้ากับสีผิวขาวเหลืองเรา ออกจะหน้าเทา
• ความมัน 4/5 คุมมันโอเค
• ความเหนอะหนะแมส 5/5 ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ใส่แมสสบาย
• การกันแดด 3/5 กันดำโอเคอยู่
5. L’Oreal UV PERFECT ROSY WHITE ADVANCED UV PROTECTOR SPF50+/PA++++

กันแดดเพื่อสาวแต่งหน้า เนื้อโทนอัพสีชมพู เผยออร่าทันที ช่วยป้องกันแสงแดด ปกป้องผิวจากรังสียูวี และมลภาวะ ปรับผิวหมองคล้ำให้ดูสว่างใสอมชมพู
เกลี่ยง่าย ไม่หนักหน้า เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ขนาด 30 กรัม ราคา 329 บาท
ทดสอบประสิทธิภาพ
• ความสว่าง 3/5 สีชมพูไม่เข้ากับสีผิวขาวเหลืองเรา หน้าอาจจะเทาบ้างถ้าทาไม่ดี
• ความมัน 5/5 ไม่มันเลย แห้ง
• ความเหนอะหนะแมส 5/5 ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ใส่แมสสบาย
• การกันแดด 3/5 กันดำโอเคอยู่
หลังจากที่วนิลาได้ทดสอบประสิทธิภาพจัดอันดับ Top 5 กันแดดโทนอัพที่เป็นเมคอัพเบสได้แต่ละไอเทมก็มีจุดเด่น และคุณสมบัติที่ต่างกันออกไป แต่ก็ถือได้ว่าดีงามทุกตัวเลยใช่มั้ยหล่ะจ๊ะ
ที่นี้เราจะรีวิวกันแดด อันดับ 1 ชอบที่สุด เพราะว่าใช้แล้วหน้าปั๊วะ ใช้แล้วหน้าปัง!!มากเลยจ้า เลยขอรีวิวแบบละเอียดยิบให้เพื่อนๆได้เห็น เนื้อโทนอัพที่มีรูปทาก่อนและหลัง แยกให้ดูแบบชัดๆเลยค่า
SUNPLAY Skin Aqua Tone Up UV Essence SPF50+ PA++++ (Lavender)

แพคเกจจิ้งสีสันสดใส สะดุดตา เห็นแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น
ตัวโปรดของวนิลาตัวนี้เป็นกันแดดโทนอัพที่ช่วยปรับสีผิวเราให้ดูสว่างกระจ่างใสได้จริง ทาแล้วหน้าไบร์ทแบบธรรมชาติมากๆ จุดเด่นของเค้าก็คือ คุณสมบัติการโทนอัพปรับสีผิวของเราได้เนียนเนี่ยะแหละ ด้วยเนื้อกันแดดสีลาเวนเดอร์ ซึ่งปกติเนี่ยะกันแดดโทนอัพทั่วไปจะเป็นเบสสีชมพูอย่างเดียว ซึ่งจะเข้ากับสีผิวโทนเหลืองของคนไทยอย่างเรายากมาก แม้ว่าเราจะอยากหน้าใสแบบสาวญี่ปุ่น ทาไปออกมาหน้าเทา ไม่รอด!
แต่ แต่ แต่ ด้วยความลาเวนเดอร์ ที่เป็นการผสมระหว่าง เบสสีชมพู + เบสสีฟ้า นางเอามา mix กันด้วยสัดส่วนที่เหมาะสม คุณงามความดีของ เบสสีชมพูที่ทำให้ผิวดูมีเลือดฝาด สุขภาพดี และเบสสีฟ้า ที่เพิ่มความสว่าง รวมกันทำให้ปรับสีผิวให้สว่างในโทนสีผิวของเราแบบหน้าไม่เทา หรือหน้าลอยกว่าตัว ชอบตรงที่สีนี้เข้ากับผิวคนไทย เป็นมิตรกับทุกสีผิวได้อย่างลงตัว ทั้งผิวขาว ขาวเหลือง และผิวน้ำผึ้ง เหมือนเมคอัพเบสเคาน์เตอร์แบรนด์หลายยี่ห้อที่มีสีม่วงเลย
เลอค่ากว่าใครก็คือ โทนอัพลาเวนเดอร์นี้มีส่วนผสมของ สปาร์กเกิลเพิร์ล ช่วยทำให้ผิวดูโกลว์ มีมิติ หน้าวาวท้าแดดกันได้เลย

เนื้อกันแดดสีลาเวนเดอร์ จะออกม่วงอ่อน ๆ พาสเทล มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
บีบออกมาเหมือนจะข้น แต่ทาแล้วลื่นมากๆ เราจะทดลองทาบนแขนให้ดูกันก่อนนะคะ

สัมผัสแรกเลยคือเนื้อกันแดดเกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเข้าผิวเราได้ดีมาก ตอนที่กำลังทาก็แอบตกใจเล็กน้อยว่ามันจะวอกเกินไปมั้ย แต่พอทาเสร็จก็เห็นได้ชัดเลยว่าโทนอัพสามารถปรับเข้ากับผิวเราได้ดี ทาแล้วให้ความรู้สึกสบายผิว
เรามาเทียบดูกันนะคะว่าจะเห็นความแตกต่างมั้ย

จะเห็นได้ว่าข้างที่ทาก็จะดูสว่างขึ้นนิดนิง สำหรับผิวเรามันไม่ได้เปลี่ยนโทนผิวขนาดนั้น แต่ที่เห็นได้ชัดเลยคือ ความสว่างกระจ่างใส เรียบเนียนขึ้นพอผิวกระทบกับแสงจะดูมีความโกลว์ มีมิติ ขึ้นมากกว่าข้างที่ไม่ได้ทา และผิวก็ดูสดชื่นขึ้นด้วยนะคะ
ผ่านมาแล้วกับการทดลองใช้บนผิวกาย ต่อไป! เราจะมาทดลองใช้กันแดดที่เป็นเมคอัพเบสได้กับผิวหน้ากันดูบ้างจะเป็นอย่างไร ตามมาเลยค่า……


คงไม่ต้องอธิบายอะไรเยอะนะคะ จากภาพก็เห็นชัดเลยว่าก่อนทากันแดดผิวหน้ามีรอยกระจางๆ และผิวดูไม่สดชื่น หลังจากที่ทากันแดด หน้าดูไบร์ท สว่างกระจ่างใสอย่างเห็นได้ชัด โทนอัพเข้าได้กับทุกสีผิว ปรับผิวให้ดูมีออร่าอย่างเห็นได้ชัด
วนิลาคิดว่าในวันที่ไม่อยากแต่งหน้าเยอะ ก็โบกตัวนี้ตัวเดียวเลย ใส่แมสแล้วออกจากบ้านได้เลย
หรือวันที่มีเวลาแต่งหน้าก็สามารถใช้ทาเป็นเมคอัพเบสก่อนได้ หรือจะผสมรองพื้นโบกพร้อมกันไปเลยก็ยังได้อีกเหมือนกัน

สรุปผลลัพธ์หลังการทดสอบประสิทธิภาพของ กันแดดกึ่งเมคอัพเบส
SUNPLAY Skin Aqua Tone Up UV Essence SPF50+ PA++++ (Lavender)
คือมันเริศ..มากแม่!! จะทาตัวนี้ตัวเดียว หรือจะใช้เป็นเมคอัพเบส ไม่ว่าจะลุคไหน โทนอัพสีลาเวนดอร์ก็เข้าได้ทุกลุคจ้า..ประกายสปาร์กเคิลเพิร์ลทำให้ผิวยิ่งเจอแสง หน้ายิ่งดูไบร์ท สดใสไปอีก ผิวดูสุขภาพดีดูมีเลือดฝาด ทาแล้วหน้าไม่วอก ไม่ลอย ไม่เทา ระหว่างวันเมคอัพไม่หลุด ไม่ไหลเยิ้ม แถมไม่เลอะแมส
เอาไปเลยจร้า อันดับ 1 ของกันแดด ที่เป็นเมคอัพเบสได้ ใช้แล้วหน้าปั๊วะ ปั๊วะ!!ที่สุดจร้า
คุ้มค่าคุ้มราคามากเพราะใช้ทาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย หลอดนึงก็ใช้กันไปยาวๆเลยค่า
สุดท้ายนี้..ด้วยรักและเป็นห่วงจากวนิลา ขอให้สมาชิกทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง และ
อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านทุกครั้งนะคะ ^-^
Skin Aqua Tone Up UV Essence SPF 50+PA++++
กันแดดโทนอัพ Top 5 ที่ช่วยให้หน้าสวยปิ๊งแบบไม่หลุดเลอะแมส!!!
กันแดดโทนอัพ Top 5 ที่ช่วยให้หน้าสวยปิ๊งแบบไม่หลุดเลอะแมส!!!สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ก่อนหน้านี้หลายคนต้องเก็บตัว Work From Home แถมยังโดน Lock down กันแบบยาวๆ แต่ตอนนี้ออฟฟิศ ห้างฯ ร้านอาหาร คาเฟ่ต่างๆ เริ่มทยอยเปิดกันแล้ว เราเชื่อว่าหลายคนเริ่มรู้สึกตื่นเต้น เพราะฉันจะได้แต่งหน้าแล้ว หลังจากต้องเปลือยหน้าสดส่องกระจกมานาน! แต่ด้วยความที่ต่อจากนี้เราจะต้องใช้ชีวิตแบบ New Normal ที่ยังต้องใส่แมส และครีมกันแดดก็ยังต้องทา ยิ่งช่วงนี้แดดก็ร้อนแบบแสบหน้า บางวันฝนก็ตกแบบไม่บอกกล่าว เป็นช่วงที่เสี่ยงต่ออาการหน้าคราบระหว่างวันได้ง่ายสุดๆ วันนี้วนิลาเลยจะมาขออัพเดทกันแดดสุดปัง ช่วยล็อกผิวไม่ให้เยิ้ม พร้อมอัพผิวให้โกลว์แบบปั๊วะๆ หรือที่เรียกกันว่า “กันแดดโทนอัพที่เป็นเมคอัพเบส” มาเริ่มดูกันว่า 5 กันแดดโทนอัพตัวไหน “ช่วยเตรียมผิวเที่ยวหลังปลดล็อกดาวน์ ไม่ให้กันแดดหลุดเลอะแมส” ได้เริ่ดที่สุด และนี่คือ Top 5 กันแดดโทนอัพ ตัวไหนมีจุดเด่นอะไรกันบ้าง มาดูกันจ้า ...1. Sunplay Skin Aqua Tone Up UV Essence เอสเซนส์กันแดดขวัญใจสาวๆ ญี่ปุ่น ได้รับรางวัล กันแดดอันดับ 1 Cosme The Best Sunscreen Awards เพราะเป็นกันแดดเนื้อเอสเซนส์สีลาเวนเดอร์ ทาแล้วจะปรับสีผิวให้สว่างขึ้น กระจ่างใสขึ้น ใช้ได้กับทุกโทนสีผิว ข้อดีคือตัวนี้เป็นเมคอัพเบสในตัวด้วย ทาเสร็จแต่งหน้าต่อได้เลย มีไฮยารูลอนและวิตามินซี ที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณและช่วยบำรุงให้ผิวสุขภาพดีขึ้น ปกป้องผิวจากแสงแดด ได้ในระดับ SPF50+PA++++ เหมาะกับทุกสภาพผิว ขนาด 80 กรัม ราคา 450 บาททดสอบประสิทธิภาพ • ความสว่าง 5/5 โทนอัพผิวชัดเจน ปรับสีผิวสว่างในแบบของเรา ไม่เทา ไม่หมองเลย • ความมัน 4/5 มีความชุ่มชื่นผิวดูวาว แต่ไม่เยิ้ม • ความเหนอะหนะแมส 5/5 ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ใส่แมสสบาย • การกันแดด 5/5 กันดำดี หน้าไม่หมองเลย2. LA ROCHE-POSAY UVIDEA XL กันแดด โทน-อัพ ปรับโทนสีผิวดูมีออร่า เนื้อจะออกสีขาวขุ่นนวล ด้วยค่าการปกป้อง SPF50+ PA++++ประสิทธิภาพการปกป้อง UV ขั้นสุด ปกปิดสีผิวที่ดูไม่สม่ำเสมอได้ทันทีปกป้องผิวจากรังสี UVA, UVB, Long-UVA และมลภาวะ PM2.5 ตัวนี้เป็นกันแดดปรับโทนสีผิวให้สว่างขึ้นทันที เกลี่ยง่าย คุมมัน เค้าคิดค้นมาเฉพาะผิวชาวเอเชีย และผู้ที่มีแนวโน้มเหมือนผิวบอบบางระคายเคืองง่าย ขนาด 30 กรัม ราคา 990 บาททดสอบประสิทธิภาพ • ความสว่าง 4/5 สว่างขึ้นนิดหน่อย แต่เนื้อสีขาว เข้ากับรองพื้นยาก • ความมัน 3/5 มันเล็กน้อย มีเยิ้มระหว่างมัน • ความเหนอะหนะแมส 4/5 ใส่แมสสบาย • การกันแดด 5/5 กันดำได้ดีเลย ผิวไม่หมอง3. Biore UV Bright Face Milk SPF50/PA+++ กันแดด สูตรน้ำนม เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย บางเบา ซึมซาบไว ปกป้องทั้งยูวีเอ และยูวีบี พร้อมเป็น Make Up Base ปรับสีผิวให้สว่างใส อมชมพู ช่วยปกปิดรอยดำ รอยหมองคล้ำ รูขุมขนกว้างให้ดูตื้นขึ้น และสามารถทาซ้ำระหว่างวันโดยไม่ต้องลบเครื่องสำอางออก เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ขนาด 30 กรัม ราคา 290 บาททดสอบประสิทธิภาพ • ความสว่าง 3/5 สว่างขึ้นนิดหน่อย ไม่ค่อยต่างมาก ธรรมชาติดี • ความมัน 3/5 ชุ่มชื่น แต่ไม่ได้วาวเยิ้ม • ความเหนอะหนะแมส 4/5 ใส่แมสสบาย • การกันแดด 4/5 กันดำได้ดีอยู่ ผิวไม่หมอง 4. cute press UV EXPERT PROTECTION All Day Bright Tone Up Sunscreen ครีมกันแดดโทนอัพเนื้อสีชมพูอ่อน มี SPF 50+ PA++ ที่ช่วยป้องกันแสงแดดจาก UVA, UVB ใช้แล้วผิวสวย ช่วยปรับผิวหน้าให้สว่างกระจ่างใสขึ้น 1 ระดับ สามารถใช้ทาในขั้นตอนแรกก่อนลงแป้งได้เลย ไม่ทำให้หนาและเกิดคราบ ดีงามสุดๆ พร้อมปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน ใช้ได้ทุกสภาพผิว ขนาด 30 กรัม ราคา 329 บาททดสอบประสิทธิภาพ• ความสว่าง 3/5 สีชมพูไม่เข้ากับสีผิวขาวเหลืองเรา ออกจะหน้าเทา• ความมัน 4/5 คุมมันโอเค• ความเหนอะหนะแมส 5/5 ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ใส่แมสสบาย• การกันแดด 3/5 กันดำโอเคอยู่5. L’Oreal UV PERFECT ROSY WHITE ADVANCED UV PROTECTOR SPF50+/PA++++ กันแดดเพื่อสาวแต่งหน้า เนื้อโทนอัพสีชมพู เผยออร่าทันที ช่วยป้องกันแสงแดด ปกป้องผิวจากรังสียูวี และมลภาวะ ปรับผิวหมองคล้ำให้ดูสว่างใสอมชมพู เกลี่ยง่าย ไม่หนักหน้า เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ขนาด 30 กรัม ราคา 329 บาททดสอบประสิทธิภาพ • ความสว่าง 3/5 สีชมพูไม่เข้ากับสีผิวขาวเหลืองเรา หน้าอาจจะเทาบ้างถ้าทาไม่ดี • ความมัน 5/5 ไม่มันเลย แห้ง • ความเหนอะหนะแมส 5/5 ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ใส่แมสสบาย • การกันแดด 3/5 กันดำโอเคอยู่หลังจากที่วนิลาได้ทดสอบประสิทธิภาพจัดอันดับ Top 5 กันแดดโทนอัพที่เป็นเมคอัพเบสได้แต่ละไอเทมก็มีจุดเด่น และคุณสมบัติที่ต่างกันออกไป แต่ก็ถือได้ว่าดีงามทุกตัวเลยใช่มั้ยหล่ะจ๊ะที่นี้เราจะรีวิวกันแดด อันดับ 1 ชอบที่สุด เพราะว่าใช้แล้วหน้าปั๊วะ ใช้แล้วหน้าปัง!!มากเลยจ้า เลยขอรีวิวแบบละเอียดยิบให้เพื่อนๆได้เห็น เนื้อโทนอัพที่มีรูปทาก่อนและหลัง แยกให้ดูแบบชัดๆเลยค่า SUNPLAY Skin Aqua Tone Up UV Essence SPF50+ PA++++ (Lavender) แพคเกจจิ้งสีสันสดใส สะดุดตา เห็นแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นตัวโปรดของวนิลาตัวนี้เป็นกันแดดโทนอัพที่ช่วยปรับสีผิวเราให้ดูสว่างกระจ่างใสได้จริง ทาแล้วหน้าไบร์ทแบบธรรมชาติมากๆ จุดเด่นของเค้าก็คือ คุณสมบัติการโทนอัพปรับสีผิวของเราได้เนียนเนี่ยะแหละ ด้วยเนื้อกันแดดสีลาเวนเดอร์ ซึ่งปกติเนี่ยะกันแดดโทนอัพทั่วไปจะเป็นเบสสีชมพูอย่างเดียว ซึ่งจะเข้ากับสีผิวโทนเหลืองของคนไทยอย่างเรายากมาก แม้ว่าเราจะอยากหน้าใสแบบสาวญี่ปุ่น ทาไปออกมาหน้าเทา ไม่รอด!แต่ แต่ แต่ ด้วยความลาเวนเดอร์ ที่เป็นการผสมระหว่าง เบสสีชมพู + เบสสีฟ้า นางเอามา mix กันด้วยสัดส่วนที่เหมาะสม คุณงามความดีของ เบสสีชมพูที่ทำให้ผิวดูมีเลือดฝาด สุขภาพดี และเบสสีฟ้า ที่เพิ่มความสว่าง รวมกันทำให้ปรับสีผิวให้สว่างในโทนสีผิวของเราแบบหน้าไม่เทา หรือหน้าลอยกว่าตัว ชอบตรงที่สีนี้เข้ากับผิวคนไทย เป็นมิตรกับทุกสีผิวได้อย่างลงตัว ทั้งผิวขาว ขาวเหลือง และผิวน้ำผึ้ง เหมือนเมคอัพเบสเคาน์เตอร์แบรนด์หลายยี่ห้อที่มีสีม่วงเลยเลอค่ากว่าใครก็คือ โทนอัพลาเวนเดอร์นี้มีส่วนผสมของ สปาร์กเกิลเพิร์ล ช่วยทำให้ผิวดูโกลว์ มีมิติ หน้าวาวท้าแดดกันได้เลย เนื้อกันแดดสีลาเวนเดอร์ จะออกม่วงอ่อน ๆ พาสเทล มีกลิ่นหอมอ่อนๆบีบออกมาเหมือนจะข้น แต่ทาแล้วลื่นมากๆ เราจะทดลองทาบนแขนให้ดูกันก่อนนะคะ สัมผัสแรกเลยคือเนื้อกันแดดเกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเข้าผิวเราได้ดีมาก ตอนที่กำลังทาก็แอบตกใจเล็กน้อยว่ามันจะวอกเกินไปมั้ย แต่พอทาเสร็จก็เห็นได้ชัดเลยว่าโทนอัพสามารถปรับเข้ากับผิวเราได้ดี ทาแล้วให้ความรู้สึกสบายผิว เรามาเทียบดูกันนะคะว่าจะเห็นความแตกต่างมั้ย จะเห็นได้ว่าข้างที่ทาก็จะดูสว่างขึ้นนิดนิง สำหรับผิวเรามันไม่ได้เปลี่ยนโทนผิวขนาดนั้น แต่ที่เห็นได้ชัดเลยคือ ความสว่างกระจ่างใส เรียบเนียนขึ้นพอผิวกระทบกับแสงจะดูมีความโกลว์ มีมิติ ขึ้นมากกว่าข้างที่ไม่ได้ทา และผิวก็ดูสดชื่นขึ้นด้วยนะคะผ่านมาแล้วกับการทดลองใช้บนผิวกาย ต่อไป! เราจะมาทดลองใช้กันแดดที่เป็นเมคอัพเบสได้กับผิวหน้ากันดูบ้างจะเป็นอย่างไร ตามมาเลยค่า…… คงไม่ต้องอธิบายอะไรเยอะนะคะ จากภาพก็เห็นชัดเลยว่าก่อนทากันแดดผิวหน้ามีรอยกระจางๆ และผิวดูไม่สดชื่น หลังจากที่ทากันแดด หน้าดูไบร์ท สว่างกระจ่างใสอย่างเห็นได้ชัด โทนอัพเข้าได้กับทุกสีผิว ปรับผิวให้ดูมีออร่าอย่างเห็นได้ชัด วนิลาคิดว่าในวันที่ไม่อยากแต่งหน้าเยอะ ก็โบกตัวนี้ตัวเดียวเลย ใส่แมสแล้วออกจากบ้านได้เลย หรือวันที่มีเวลาแต่งหน้าก็สามารถใช้ทาเป็นเมคอัพเบสก่อนได้ หรือจะผสมรองพื้นโบกพร้อมกันไปเลยก็ยังได้อีกเหมือนกันสรุปผลลัพธ์หลังการทดสอบประสิทธิภาพของ กันแดดกึ่งเมคอัพเบส SUNPLAY Skin Aqua Tone Up UV Essence SPF50+ PA++++ (Lavender)คือมันเริศ..มากแม่!! จะทาตัวนี้ตัวเดียว หรือจะใช้เป็นเมคอัพเบส ไม่ว่าจะลุคไหน โทนอัพสีลาเวนดอร์ก็เข้าได้ทุกลุคจ้า..ประกายสปาร์กเคิลเพิร์ลทำให้ผิวยิ่งเจอแสง หน้ายิ่งดูไบร์ท สดใสไปอีก ผิวดูสุขภาพดีดูมีเลือดฝาด ทาแล้วหน้าไม่วอก ไม่ลอย ไม่เทา ระหว่างวันเมคอัพไม่หลุด ไม่ไหลเยิ้ม แถมไม่เลอะแมส เอาไปเลยจร้า อันดับ 1 ของกันแดด ที่เป็นเมคอัพเบสได้ ใช้แล้วหน้าปั๊วะ ปั๊วะ!!ที่สุดจร้า คุ้มค่าคุ้มราคามากเพราะใช้ทาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย หลอดนึงก็ใช้กันไปยาวๆเลยค่าสุดท้ายนี้..ด้วยรักและเป็นห่วงจากวนิลา ขอให้สมาชิกทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง และอย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านทุกครั้งนะคะ ^-^SUNPLAYSkin Aqua Tone Up UV Essence SPF 50+PA++++
รีวิวเด็ด!! ครีมมาซารุ สลายฝ้าใช้แล้ว “ฝ้าหยุด” หยุดโดยไม่มีอะไรกั้น
สวัสดีเพื่อน ๆ ชาววนิลาทุกท่านค่า..
วันนี้วนิลาจะมาเสกคาถาให้ใครที่กำลังเผชิญปัญหาเรื่องหน้าเป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ ก็ง่ายๆ แค่นี้เลย..ทาครีมมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง ป้องกันฝ้า และตามด้วยทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพียงเท่านี้ ฝ้าที่หน้าของเราก็จะจางหายไปใน 10 วัน และทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
บางคนอาจจะคิดว่ามโนเว่อไปเองรึเปล่า บอกเลยงานนี้ไม่มีมโนจ๊ะ..
อยากรู้ว่าหน้าตานางจะเป็นยังไง ตามมาเลยจ้า...

นางทั้งสองก็จะมีความสตรอเยอะๆ หน่อย สตรอในที่นี้ หมายถึง สตรอว์เบอร์รี่ขาว ที่มาซารุเค้านำมาเป็นส่วนประกอบหลักนะจ๊ะ เพราะในสารสกัดของสตรอว์เบอร์รี่ขาวมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน ลดการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำได้อย่างรวดเร็ว
สิ่งที่น่าทึ่งของเจ้าครีมมาซารุเนี่ยะ การใช้นวัตกรรมสตรอว์เบอร์รี่ขาว เค้าทำการค้นคว้าและวิจัยโดยนักวิจัยด้านความงามจากประเทศญี่ปุ่นจนได้สูตรพิเศษและผ่านการการันตีจาก *สถาบันวิจัยเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (CosNat) ว่าปราศจากสารกันเสีย (Paraben Free) น้ำหอม และสี ปลอดภัยไร้สารเคมี ใช้แล้วไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
สูตรลดเลือนฝ้า เหมาะกับผู้เป็นฝ้าโดยเฉพาะ
เรามีภาพตัวอย่าง *จากการทดสอบพบว่าอาสาสมัครส่วนใหญ่ฝ้าแลดูจางลงหลังจากใช้ครีมมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง & แอนไทเมลาสมา 10 วัน
และทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น มาให้เพื่อน ๆ ดูกันค่ะ


นี่เป็นเพียงภาพตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ ฝ้า กระ จางหายบอกลาผิวป้า! ไปได้เลยนะจ๊ะ
ใครอยากได้ผิวใหม่มาดูรีวิวกันแบบชัดๆ! กันเลย เริ่มจากไอเทมเด็ด!นี้จ้า..

ด้วยแพคเกจที่ออกแบบมาใหม่ให้มีความโดดเด่นในเรื่องของการบอกคุณสมบัติ ส่วนประกอบที่สำคัญ วิธีใช้ และภาพตัวอย่างของผู้ที่เคยใช้ได้อย่างชัดเจน
แบบว่าเห็นครั้งเดียวก็จำได้แล้วว่าเป็นครีมมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง ป้องกันฝ้า

Mazaru Whitening & Anti-Melasma Cream
มาซารุ ไวท์เทนนิ่ง แอนด์ แอนไท เมลาสมา ครีม
ใช้ได้ทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบาง แพ้ง่าย
อย่างที่บอกครีมมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง ป้องกันฝ้า นอกจากสารสกัดจากสตรอว์เบอร์รี่ขาวเค้ายังมีส่วนประกอบสำคัญอีกหลายตัวได้แก่อัลฟ่า อาร์บูติน ทรานเอ็กซามิค แอซิด วิตามินบี3ที่ช่วยป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำและส่วนผสมของไฮยาลูโรนิค ที่ช่วยฟื้นฟูอีลาสตินทำให้ผิวนุ่มเด้งเต่งตึง เพิ่มความแข็งแรง และความยืดหยุ่นให้กับผิว ป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำ พร้อมบำรุงผิว ปรับผิวให้เรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวแลดูสุขภาพดี ฟลาโวสเตอโรนให้ความชุ่มชื้นกับผิว ฝ้า กระ แลดูจางลง คืนความเรียบเนียนให้ผิวเปล่งประกาย ดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ
โอ้โห...คุณสมบัติแน่น! มากค่า! ต่อไปเรามาดูเนื้อผลิตภัณฑ์กันค่ะ ทดลองบีบครีมหลังฝ่ามือ

เนื้อครีมขาว เกลี่ยง่าย ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับทุกสภาพผิว และยังเป็นแหล่งรวมวิตามิน เอ, วิตามิน บี, วิตามิน ซีที่สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้อย่างรวดเร็ว กระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจน และเซราไมด์ ช่วยให้ผิวสุขภาพดี และวิตามิน อีช่วยปรับผิวหน้าหมองคล้ำให้ขาวใส มีออร่า
และช่วยยั้งยั้งการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ที่สำคัญสามารถต้านรังสี UVA และ UVB จากแสงแดด

เมื่อทาครีมมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง ป้องกันฝ้า จะรู้สึกว่าผิวได้เติมเต็ม สารสกัดจากธรรมชาติที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กระจายลงสู่ผิวอย่างต่อเนื่อง และยาวนานจะช่วยคงความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ลดเลือนจุดด่างดำ แผลเป็นที่เกิดใหม่แลดูจางลงโดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง
รวมถึงการผลัดเซลล์ผิว ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์

วิธีใช้ ใช้ทาบนใบหน้าหลังทำความสะอาด เป็นตัวแรก ทุกเช้า และเย็น เกลี่ยเนื้อครีมให้ทั่วเพื่อประสิทธิภาพในการซึมเข้าสู่ชั้นผิวช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ
และลดการเกิดฝ้าซ้ำเมื่อใช้เป็นประจำ
ต้องบอกว่ามาซารุเค้าใส่ใจที่อยากจะดูแลปกป้องผิวของเราจริงๆ เค้าจึงแนะนำให้ใช้ควบคู่กับครีมกันแดด มาซารุ มัลติ โปรเทค เอสพีเอฟ 50+ พีเอ++++
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการป้องกันฝ้า
และนี่คือครีมกันแดด นับว่าเป็นกันแดดตัวเด็ดอีกหนึ่งตัวเลยก็ว่าได้ มาดูกันจ้า...

แพคเกจเป็นแบบซอง สีฟ้าสดใส ใช้งานง่าย ขนาดกระทัดรัดพกพาสะดวก

ครีมกันแดดมาซารุ มัลติ โปรเทค เอสพีเอฟ 50+ พีเอ++++
Mazaru Muti Protect Sun Cream SPF 50+ PA++++
ใช้ได้ทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบาง แพ้ง่าย
ครีมกันแดดมาซารุเค้าเนี่ยะ! วนิลาชอบตรงที่มีค่าSPF 50+ PA++++ ที่สามารถป้องกันรังสี UVB ได้มากกว่า 98% และป้องกันรังสี UVA ได้ถึง 16 เท่า นางต่อสู้กับแสงแดดบ้านเราได้แน่นอนจ๊ะ! และเพื่อนๆคะ! ถึงแม้บางครั้งเราจะไม่ออกไปเจอแสงแดด แต่อย่าลืมนะว่าแสงสีฟ้า (Blue Light) คือแสงที่เกิดจากการใช้โทรศัพท์มือถือ แท๊ปเล็ต และคอมพิวเตอร์ ก็ทำร้ายผิวเราได้เหมือนกัน โดยแสงสีฟ้ามีอันตรายหากผิวของเราได้รับเป็นเวลานานจะส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ
และอาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้เลยค่ะ เพราะฉะนั้นอยากจะเตือนเพื่อนๆ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่บ้าน หรือต้องออกนอกบ้านก็ไม่ควรลืมที่จะทากันแดดนะคะ
ทีนี้...เรามาดูเนื้อครีมกันแดดมาซารุกันค่ะ ทดลองบีบครีมหลังฝ่ามือ

เนื้อกันแดดจะออกสีเขียวอ่อนเหมือนสีพลาสเทล เข้มข้น แต่เกลี่ยงาย ซึมเร็วเข้าผิวได้ดี ไม่เหนียว เหนอะหนะ
ว่าไป...นางก็ไม่ธรรมดานะจ๊ะ เพราะครีมกันแดดมาซารุ ตัวนี้เค้าใช้นวัตกรรม BioCPX เป็นการรวบรวมสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวอย่างล้ำลึก
และปกป้องไม่ทำให้แสงสีฟ้า และรังสี UV แทรกซึมผ่านเข้าสู่ผิวได้ ทำให้สีผิวเราสม่ำเสมอ ไม่มีฝ้า กระ และจุดด่างดำเกิดขึ้นใหม่

สิ่งที่ทำให้ครีมกันแดดมาซารุ มีประสิทธิภาพอย่างดีเยี่ยมก็เพราะส่วนประกอบสำคัญที่ได้สารสกัดจากสตรอว์เบอร์รี่ขาว กรดไฮยาลูโรนิค วิตามินซี วิตามินอี สารออกฤทธ์ที่ช่วยระงับเหงื่อได้ดี ทำให้รูขุมขนกระชับขึ้น นอกจากนี้ยังปราศจากพาราเบน (Paraben Free) น้ำหอม และสี ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้

วิธีใช้ หลังจากทาครีมมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง ป้องกันฝ้าให้ทาครีมกันแดด มาซารุ เอสพีเอฟ 50+ พีเอ++++เป็นตัวสุดท้าย ทาทั่วใบหน้า และลำคอทุกเช้าก่อนแต่งหน้า เมื่ออยู่กลางแดด หรือมีกิจกรรมกลางแจ้ง ควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง
สรุปผลลัพธ์ รีวิวหลังการใช้ครีมมาซารุ ป้องกันฝ้า และตามด้วยครีมกันแดดมาซารุ ทดสอบโดยใช้ทาหลังฝ่ามือหนึ่งข้างเห็นได้ว่าดูผิวสว่างขึ้น เรียบเนียนขึ้น สีผิวสม่ำเสมอกัน นี่ขนาดทดลองกับหลังฝ่ามือนะ ยังเห็นความเปลี่ยนปลงได้ชัดเจนขนาดนี้ ระหว่างวันหน้าไม่เยิ้ม ไม่ว่าจะฝนตก แดดออก ผิวของเราก็พร้อมรับทุกสถานการณ์ มันดีงามมากเลยใช่มั้ยหละจ๊ะ.. อ้อใช้ได้ทุกสภาพผิว แม้ผิวแพ้ง่ายนะค่ะ

คราวนี้ใครที่มีปัญหาเรื่องหน้าเป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ ก็ลองใช้ตัวช่วยนี้เลยค่ะครีมมาซารุ ไวท์เท็นนิ่งป้องกันฝ้า หลอดสีน้ำเงิน และปกป้องดูแลผิวไม่ให้เกิดฝ้าใหม่ด้วยครีมกันแดดมาซารุ หลอดสีขาว ทั่งสองผลิตภัณฑ์เค้ายังมีขนาด 7 กรัมมาเพื่อติดตัวให้พกพาง่าย ใช้สะดวก แค่มีสองไอเทมนี้ไม่ต้องใช้อะไรเยอะ
(น้อย)...แต่มากด้วยคุณสมบัติที่ช่วยเรื่องฝ้าได้อย่างตรงจุด 10 วัน ฝ้าสลายหายวับไปกับตา
ใช้แล้ว “ฝ้าหยุด” หยุดโดยไม่มีอะไรกั้นยังไงละจ๊ะ
รีวิวเด็ด!! ครีมมาซารุ สลายฝ้าใช้แล้ว
รีวิวเด็ด!! ครีมมาซารุ สลายฝ้าใช้แล้ว “ฝ้าหยุด” หยุดโดยไม่มีอะไรกั้นสวัสดีเพื่อน ๆ ชาววนิลาทุกท่านค่า..วันนี้วนิลาจะมาเสกคาถาให้ใครที่กำลังเผชิญปัญหาเรื่องหน้าเป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ ก็ง่ายๆ แค่นี้เลย..ทาครีมมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง ป้องกันฝ้า และตามด้วยทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพียงเท่านี้ ฝ้าที่หน้าของเราก็จะจางหายไปใน 10 วัน และทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น บางคนอาจจะคิดว่ามโนเว่อไปเองรึเปล่า บอกเลยงานนี้ไม่มีมโนจ๊ะ..อยากรู้ว่าหน้าตานางจะเป็นยังไง ตามมาเลยจ้า... นางทั้งสองก็จะมีความสตรอเยอะๆ หน่อย สตรอในที่นี้ หมายถึง สตรอว์เบอร์รี่ขาว ที่มาซารุเค้านำมาเป็นส่วนประกอบหลักนะจ๊ะ เพราะในสารสกัดของสตรอว์เบอร์รี่ขาวมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน ลดการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าทึ่งของเจ้าครีมมาซารุเนี่ยะ การใช้นวัตกรรมสตรอว์เบอร์รี่ขาว เค้าทำการค้นคว้าและวิจัยโดยนักวิจัยด้านความงามจากประเทศญี่ปุ่นจนได้สูตรพิเศษและผ่านการการันตีจาก *สถาบันวิจัยเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (CosNat) ว่าปราศจากสารกันเสีย (Paraben Free) น้ำหอม และสี ปลอดภัยไร้สารเคมี ใช้แล้วไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้สูตรลดเลือนฝ้า เหมาะกับผู้เป็นฝ้าโดยเฉพาะ เรามีภาพตัวอย่าง *จากการทดสอบพบว่าอาสาสมัครส่วนใหญ่ฝ้าแลดูจางลงหลังจากใช้ครีมมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง & แอนไทเมลาสมา 10 วัน และทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น มาให้เพื่อน ๆ ดูกันค่ะนี่เป็นเพียงภาพตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ ฝ้า กระ จางหายบอกลาผิวป้า! ไปได้เลยนะจ๊ะใครอยากได้ผิวใหม่มาดูรีวิวกันแบบชัดๆ! กันเลย เริ่มจากไอเทมเด็ด!นี้จ้า.. ด้วยแพคเกจที่ออกแบบมาใหม่ให้มีความโดดเด่นในเรื่องของการบอกคุณสมบัติ ส่วนประกอบที่สำคัญ วิธีใช้ และภาพตัวอย่างของผู้ที่เคยใช้ได้อย่างชัดเจน แบบว่าเห็นครั้งเดียวก็จำได้แล้วว่าเป็นครีมมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง ป้องกันฝ้า Mazaru Whitening & Anti-Melasma Creamมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง แอนด์ แอนไท เมลาสมา ครีมใช้ได้ทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบาง แพ้ง่ายอย่างที่บอกครีมมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง ป้องกันฝ้า นอกจากสารสกัดจากสตรอว์เบอร์รี่ขาวเค้ายังมีส่วนประกอบสำคัญอีกหลายตัวได้แก่อัลฟ่า อาร์บูติน ทรานเอ็กซามิค แอซิด วิตามินบี3ที่ช่วยป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำและส่วนผสมของไฮยาลูโรนิค ที่ช่วยฟื้นฟูอีลาสตินทำให้ผิวนุ่มเด้งเต่งตึง เพิ่มความแข็งแรง และความยืดหยุ่นให้กับผิว ป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำ พร้อมบำรุงผิว ปรับผิวให้เรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวแลดูสุขภาพดี ฟลาโวสเตอโรนให้ความชุ่มชื้นกับผิว ฝ้า กระ แลดูจางลง คืนความเรียบเนียนให้ผิวเปล่งประกาย ดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติโอ้โห...คุณสมบัติแน่น! มากค่า! ต่อไปเรามาดูเนื้อผลิตภัณฑ์กันค่ะ ทดลองบีบครีมหลังฝ่ามือ เนื้อครีมขาว เกลี่ยง่าย ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับทุกสภาพผิว และยังเป็นแหล่งรวมวิตามิน เอ, วิตามิน บี, วิตามิน ซีที่สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้อย่างรวดเร็ว กระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจน และเซราไมด์ ช่วยให้ผิวสุขภาพดี และวิตามิน อีช่วยปรับผิวหน้าหมองคล้ำให้ขาวใส มีออร่า และช่วยยั้งยั้งการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ที่สำคัญสามารถต้านรังสี UVA และ UVB จากแสงแดด เมื่อทาครีมมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง ป้องกันฝ้า จะรู้สึกว่าผิวได้เติมเต็ม สารสกัดจากธรรมชาติที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กระจายลงสู่ผิวอย่างต่อเนื่อง และยาวนานจะช่วยคงความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ลดเลือนจุดด่างดำ แผลเป็นที่เกิดใหม่แลดูจางลงโดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง รวมถึงการผลัดเซลล์ผิว ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์วิธีใช้ ใช้ทาบนใบหน้าหลังทำความสะอาด เป็นตัวแรก ทุกเช้า และเย็น เกลี่ยเนื้อครีมให้ทั่วเพื่อประสิทธิภาพในการซึมเข้าสู่ชั้นผิวช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ และลดการเกิดฝ้าซ้ำเมื่อใช้เป็นประจำ ต้องบอกว่ามาซารุเค้าใส่ใจที่อยากจะดูแลปกป้องผิวของเราจริงๆ เค้าจึงแนะนำให้ใช้ควบคู่กับครีมกันแดด มาซารุ มัลติ โปรเทค เอสพีเอฟ 50+ พีเอ++++ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการป้องกันฝ้า และนี่คือครีมกันแดด นับว่าเป็นกันแดดตัวเด็ดอีกหนึ่งตัวเลยก็ว่าได้ มาดูกันจ้า... แพคเกจเป็นแบบซอง สีฟ้าสดใส ใช้งานง่าย ขนาดกระทัดรัดพกพาสะดวก ครีมกันแดดมาซารุ มัลติ โปรเทค เอสพีเอฟ 50+ พีเอ++++Mazaru Muti Protect Sun Cream SPF 50+ PA++++ใช้ได้ทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบาง แพ้ง่ายครีมกันแดดมาซารุเค้าเนี่ยะ! วนิลาชอบตรงที่มีค่าSPF 50+ PA++++ ที่สามารถป้องกันรังสี UVB ได้มากกว่า 98% และป้องกันรังสี UVA ได้ถึง 16 เท่า นางต่อสู้กับแสงแดดบ้านเราได้แน่นอนจ๊ะ! และเพื่อนๆคะ! ถึงแม้บางครั้งเราจะไม่ออกไปเจอแสงแดด แต่อย่าลืมนะว่าแสงสีฟ้า (Blue Light) คือแสงที่เกิดจากการใช้โทรศัพท์มือถือ แท๊ปเล็ต และคอมพิวเตอร์ ก็ทำร้ายผิวเราได้เหมือนกัน โดยแสงสีฟ้ามีอันตรายหากผิวของเราได้รับเป็นเวลานานจะส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ และอาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้เลยค่ะ เพราะฉะนั้นอยากจะเตือนเพื่อนๆ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่บ้าน หรือต้องออกนอกบ้านก็ไม่ควรลืมที่จะทากันแดดนะคะทีนี้...เรามาดูเนื้อครีมกันแดดมาซารุกันค่ะ ทดลองบีบครีมหลังฝ่ามือ เนื้อกันแดดจะออกสีเขียวอ่อนเหมือนสีพลาสเทล เข้มข้น แต่เกลี่ยงาย ซึมเร็วเข้าผิวได้ดี ไม่เหนียว เหนอะหนะว่าไป...นางก็ไม่ธรรมดานะจ๊ะ เพราะครีมกันแดดมาซารุ ตัวนี้เค้าใช้นวัตกรรม BioCPX เป็นการรวบรวมสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวอย่างล้ำลึก และปกป้องไม่ทำให้แสงสีฟ้า และรังสี UV แทรกซึมผ่านเข้าสู่ผิวได้ ทำให้สีผิวเราสม่ำเสมอ ไม่มีฝ้า กระ และจุดด่างดำเกิดขึ้นใหม่ สิ่งที่ทำให้ครีมกันแดดมาซารุ มีประสิทธิภาพอย่างดีเยี่ยมก็เพราะส่วนประกอบสำคัญที่ได้สารสกัดจากสตรอว์เบอร์รี่ขาว กรดไฮยาลูโรนิค วิตามินซี วิตามินอี สารออกฤทธ์ที่ช่วยระงับเหงื่อได้ดี ทำให้รูขุมขนกระชับขึ้น นอกจากนี้ยังปราศจากพาราเบน (Paraben Free) น้ำหอม และสี ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ วิธีใช้ หลังจากทาครีมมาซารุ ไวท์เทนนิ่ง ป้องกันฝ้าให้ทาครีมกันแดด มาซารุ เอสพีเอฟ 50+ พีเอ++++เป็นตัวสุดท้าย ทาทั่วใบหน้า และลำคอทุกเช้าก่อนแต่งหน้า เมื่ออยู่กลางแดด หรือมีกิจกรรมกลางแจ้ง ควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงสรุปผลลัพธ์ รีวิวหลังการใช้ครีมมาซารุ ป้องกันฝ้า และตามด้วยครีมกันแดดมาซารุ ทดสอบโดยใช้ทาหลังฝ่ามือหนึ่งข้างเห็นได้ว่าดูผิวสว่างขึ้น เรียบเนียนขึ้น สีผิวสม่ำเสมอกัน นี่ขนาดทดลองกับหลังฝ่ามือนะ ยังเห็นความเปลี่ยนปลงได้ชัดเจนขนาดนี้ ระหว่างวันหน้าไม่เยิ้ม ไม่ว่าจะฝนตก แดดออก ผิวของเราก็พร้อมรับทุกสถานการณ์ มันดีงามมากเลยใช่มั้ยหละจ๊ะ.. อ้อใช้ได้ทุกสภาพผิว แม้ผิวแพ้ง่ายนะค่ะ คราวนี้ใครที่มีปัญหาเรื่องหน้าเป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ ก็ลองใช้ตัวช่วยนี้เลยค่ะครีมมาซารุ ไวท์เท็นนิ่งป้องกันฝ้า หลอดสีน้ำเงิน และปกป้องดูแลผิวไม่ให้เกิดฝ้าใหม่ด้วยครีมกันแดดมาซารุ หลอดสีขาว ทั่งสองผลิตภัณฑ์เค้ายังมีขนาด 7 กรัมมาเพื่อติดตัวให้พกพาง่าย ใช้สะดวก แค่มีสองไอเทมนี้ไม่ต้องใช้อะไรเยอะ(น้อย)...แต่มากด้วยคุณสมบัติที่ช่วยเรื่องฝ้าได้อย่างตรงจุด 10 วัน ฝ้าสลายหายวับไปกับตาใช้แล้ว “ฝ้าหยุด” หยุดโดยไม่มีอะไรกั้นยังไงละจ๊ะ

















SUNPLAY